เฟ้อเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 0.94% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 


เพิ่มเพื่อน    

“พาณิชย์”เผยเงินเฟ้อเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 0.94% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 จากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน แต่เพิ่มในอัตราที่ชะลอตัวลง คาดทั้งปีเงินเฟ้อน่าจะอยู่ที่ 1.11-1.2% สูงสุดในรอบ 4 ปี ส่วนปี 62 คาด 0.7-1.7% มีค่ากลางอยู่ที่ 1.2%
         
3 ธ.ค. 61- น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือนพ.ย.2561 เท่ากับ 102.40 ลดลง 0.22% เมื่อเทียบกับเดือนต.ค.2561 และเพิ่มขึ้น 0.94% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย.2560 ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 แต่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงเป็นเดือนที่ 3 ส่วนเงินเฟ้อรวม 11 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-พ.ย.) เพิ่มขึ้น 1.13% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานที่หักอาหารสดและพลังงานออก ไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับเดือนต.ค.ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 0.69% เมื่อเทียบกับพ.ย.2560 และยอดรวม 11 เดือน เพิ่ม 0.71%
         
“สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อเดือนพ.ย.2561 ยังคงสูงขึ้น มาจากราคาหมวดพลังงานที่เพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 แต่เพิ่มในลักษณะชะลอตัวจาก 8.11% ในเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ 3.29% ในเดือนนี้ หลังจากที่ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวลดลง และยังมีการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าหมวดอาหารสด 0.33% จากฐานราคาต่ำของข้าว เนื้อสัตว์ และไข่ไก่ ที่เป็นผลจากปริมาณผลผลิตที่มากในปีก่อน”

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อทั้งปี น่าจะอยู่ที่ 1.11% แต่จะถึง 1.2% หรือไม่ ยังต้องรอดูก่อน ซึ่งเป็นเงินเฟ้อที่อยู่ในกรอบที่ได้ประเมินไว้ที่ 0.8-1.6% และหากจบที่ 1.2% ก็จะเป็นเงินเฟ้อที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี นับจากปี 2557 ที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 1.89% ปี 2558 ติดลบ 0.9% ปี 2559 เพิ่ม 0.19% และปี 2560 เพิ่ม 0.66% ส่วนปี 2562 คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบ 0.7-1.7% ค่ากลาง 1.2% ภายใต้สมมติฐาน จีดีพี 3.5-4.5% น้ำมันดิบดูไบ 70-80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ


โลกนี้..... อยู่ยากขึ้นทุกวัน เห็นคลิประเบิดท่าเรือที่เลบานอน หลายคนคงคิดเหมือนกัน ณ ช่วงเวลาเช่นนี้ ไม่มีที่ไหนในโลก ปลอดภัย และน่าอยู่กว่าประเทศไทยอีกแล้ว

'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง