ฉลอง102ปี ตรุษจีนปากน้ำโพ อลังการเชิดสิงโต-แห่มังกรทอง


   

 

 

 ในเมืองไทย หากเอ่ยถึงเทศกาลตรุษจีน ต้องนึกถึงจังหวัดนครสวรรค์ เมืองต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา หรือคนทั่วไปเรียกว่า "ปากน้ำโพ" ที่แม่น้ำ 4 สาย ปิง วัง ยม และน่าน ไหลมาบรรจบกัน และยังเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่ชาวจีนหลายเชื้อสายอพยพเข้ามาตั้งรกรากทำมาหากินสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ และยังไม่หลงลืมอัตลักษณ์แห่งพลังศรัทธาที่สืบสานกันมายาวนานกว่า 102 ปี นั่นคือการเฉลิมฉลองปีใหม่ผ่านประเพณีเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพและเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ 

นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครสวรรค์ กล่าวว่า ในอดีตเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา จังหวัดนครสวรรค์เกิดโรคอหิวาตกโรคระบาดครั้งใหญ่ในตลาดปากน้ำโพ ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก บรรดาชาวจีนในปากน้ำโพ จึงได้นำ "กระดาษฮู้" (กระดาษยันต์) จากศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ไปเผาไฟแล้วเอาเถ้ากระดาษมาชงน้ำดื่มทำให้หายจากโรคระบาด 
ตั้งแต่นั้นมาชาวจีนในปากน้ำโพจึงมีความศรัทธาอันแรงกล้า และจัดพิธีอัญเชิญองค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ทุกองค์ในตลาดแห่รอบตลาดปากน้ำโพในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี และกลายเป็นประเพณีสืบทอดกันมากว่า 102 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญก้าวหน้าด้านการค้า เปรียบเสมือนเทพเจ้าได้มาอวยชัยให้พรยังร้านค้าอันเป็นแหล่งทำกิน โดยในพิธีจะมีขบวนแห่มากมาย เช่น สิงโต จากคณะเชื้อสายจีนต่างๆ, เอ็งกอ ล่อโก้ว, มังกรทอง, ขบวนสาวงาม, นางฟ้า และขบวนเจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น
สำหรับปีนี้ คณะกรรมการจัดงานเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ได้มีกำหนดจัดงานประเพณีเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ปากน้ำโพ ฉลองเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ ประจำปี พ.ศ.2561 ขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ ถึงวันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 (12 วัน 12 คืน)
     ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครสวรรค์ กล่าวต่อว่า นอกจากร่วมงานและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตแล้ว ยังมีกิจกรรมสำคัญอย่างต่อเนื่อง ในวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็น “วันจ่าย” วันพฤหัสฯ ที่ 15 กุมภาพันธ์ “วันไหว้” วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ “วันชิวอิก (วันถือ/วันเที่ยว/วันขึ้นปีใหม่)” วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ “วันชิวชา (แห่กลางคืน)” พบกับคณะขบวนแห่ตรุษจีนมังกรทองคณะแรกของประเทศไทย, สิงโตโบราณ 5 ภาษา แห่งเดียวในโลก,  เอ็งกอพะบู๊ที่เข้มแข็งดุดัน, องค์สมมุติเจ้าแม่กวนอิม ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และในช่วงเช้า วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ “วันชิวสี่ (แห่กลางวัน)” เชิญทุกท่านสักการะบูชาขบวนแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพอันศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับชื่นชมความสวยงามอีกครั้งของขบวนแห่ตรุษจีนในเวลากลางวัน 
ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครสวรรค์ ยังกล่าวต่อว่า นอกจากเที่ยวงานตรุษจีนนครสวรรค์ อีกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรพลาดคือ “ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม” และชาวเมืองนครสวรรค์ให้ความเคารพนับถืออย่างมาก โดยตัวศาลเจ้าตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับตลาดปากน้ำโพ ในช่วงตรุษจีนของทุกๆ ปี จะมีการจัดขบวนแห่องค์เทพเจ้าไปรอบๆ ตลาดปากน้ำโพอย่างยิ่งใหญ่ นักท่องเที่ยวจะได้ชมการแสดงต่างๆ ในขบวนแห่ ส่วนการเที่ยวชมกราบไหว้ขอพรสามารถทำได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00-19.00 น. 
    ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของนครสวรรค์อีกคือที่ “บึงบอระเพ็ด” บึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย มีเนื้อที่ประมาณ 132,737 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำมากกว่า 148 ชนิด และพืชกว่า 44 ชนิดแล้ว ที่นี่ยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นที่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวนครสวรรค์ สามารถนั่งเรือชมวิวไปรอบ ๆ บึง หรือจะเที่ยวชมการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภายในอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ดเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาก็ได้เช่นกัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ buengboraphet.com
     ต่อด้วย “อุทยานสวรรค์” หรือหนองสมบุญ เป็นสวนสาธารณะที่มีความสวยงามและน่าสนใจมากๆ  ด้วยภายในสวนแห่งนี้นอกจากจะมีต้นไม้นานาพรรณแล้ว ยังมีการจัดแบ่งสัดส่วนและตกแต่งอย่างสวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ 314 ไร่ ประกอบไปด้วย หนองน้ำขนาดใหญ่ สนามหญ้า น้ำพุ สถานที่สำหรับออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น สนามกีฬา เวทีกลางแจ้ง น้ำตก สวนหย่อม ฯลฯ ที่นี่จึงเป็นสวนสุขภาพและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจชั้นเยี่ยมของชาวนครสวรรค์ โดยในช่วงเช้าและช่วงเย็นจะมีทัศนียภาพที่สวยงามเหมาะแก่การเที่ยวชม 
“วัดคีรีวงศ์” ตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของวัดคีรีวงศ์ ก็คือองค์มหาเจดีย์พระจุฬามณีเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขา มี 4 ชั้น โดยบริเวณฐานขององค์มหาเจดีย์จะสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงามของเมืองนครสวรรค์ได้ในระยะไกล มองเห็นทั้งบ้านเรือนของชาวบ้าน บึงบอระเพ็ด ตลาดปากน้ำโพ อุทยานสวรรค์ เขาจอมคีรีนาคพรต และภูเขาน้อยใหญ่มากมาย ยามเย็นจะมีบรรยากาศเย็นสบาย เป็นที่ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครสวรรค์ 
    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครสวรรค์ ยังกล่าวต่อว่า ขณะที่ของกินในเมืองนครสวรรค์ก็ถือเป็นสิ่งที่ห้ามพลาดอีกเช่นกัน โดยเฉพาะการไปลิ้มลองของอร่อยกันที่ “ตลาดริมน้ำ” ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีอาหารแผงลอยกว่า 50 ร้าน โดยเปิดขายตั้งแต่ช่วงเย็นๆ  เรื่อยไปจนถึงห้าทุ่มเที่ยงคืน มีอาหารให้เลือกชิมมากมาย อาทิ อาหารตามสั่ง ราดหน้า ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลากราย ขนมโบเกี๊ยะ ซึ่งเป็นขนมหวานๆ ใส่น้ำแข็ง  เอกลักษณ์เฉพาะของชาวนครสวรรค์ และโดยเฉพาะ "หอยทอดเจ๊ฮวย" ร้านหอยทอดชื่อดังประจำตลาด  สะดุดตาด้วยกระทะหอยทอดใบใหญ่ถึง 3 ใบ พร้อมพวงถุงน้ำจิ้มนับร้อยที่ห้อยอยู่หน้าร้านที่การันตีรสชาติความอร่อย
    เข้าสู่ใจกลางเมืองก็จะมี "ข้าวต้มนายเจือ" ร้านอาหารไทย-จีนเก่าแก่ของเมืองนครสวรรค์ เปิดให้บริการในช่วงเย็นไปจนถึงดึกๆ ร้านนี้ชาวปากน้ำโพการันตีว่ารสชาติอาหารอร่อยเด็ดมัดใจมากๆ เพราะใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และยังมีอาหารให้เลือกสั่งหลากหลายเมนูที่ขึ้นชื่อ อาทิ กระดูกหมูผัด, หมูสับผัดหนำเลี้ยบ, ไก่คั่วเค็ม, ไส้พะโล้, ปีกไก่เหล้าแดง, ผัดผักบุ้งไฟแดง, กะเพราไข่เยี่ยวม้า, เนื้อปลาทอดราดพริก, หมูมะนาว หรือต้มยำทะเล เป็นต้น
    "ต้มเครื่องในหมูนายซุ้ย" เป็นร้านต้มเลือดหมูที่ดังมากๆ อยู่ใกล้ๆ ร้านข้าวต้มนายเจือ ที่ใครมาเยือนเมืองปากน้ำโพย่อมไม่พลาด เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของทุกวัน จุดเด่นคือน้ำซุปหวานหอมไม่เหมือนใคร และเครื่องในหมูที่สดใหม่ ทานคู่กับผักจิงจูฉ่ายแสนอร่อย หรือใครไม่ชอบเครื่องใน สั่งมาแล้วกินแค่เนื้อหมูคู่หมูบะช่อแล้วซดน้ำก็คุ้มค่าแล้ว
    ต่อด้วย "ร้านหลีลูกชิ้นปลา" ลูกชิ้นปลากรายทำจากปลากรายแท้ เหนียวนุ่ม ปั้นเป็นลูกเล็กๆ ตามสูตรนครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีหมูบดปั้นเป็นก้อนกินเข้ากันดี ที่ร้านมีให้เลือกทุกเส้น โดยเฉพาะเส้นหมี่ และหากถูกใจซื้อกลับบ้านได้เป็นของฝาก
    “ร้านผัดไทยแม่พยอม" ร้านนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ เมนูเด็ดอันขึ้นชื่อก็คือ "ผัดไทยเกี๊ยวกรอบ" ที่ทางร้านจะทอดแผ่นเกี๊ยวให้กรอบกำลังดี ก่อนจะนำมาผัดในกระทะกับเครื่องและซอสผัดไทย และยังมีเส้นอื่นๆ ให้เลือกที่เรียกได้ว่าคุ้มเกินราคาแน่นอน และปิดท้ายด้วย ขนมโมจิ ขนมขึ้นชื่อของชาวนครสวรรค์ ที่มีให้เลือกหลายแบรนด์สำหรับซื้อติดมือเป็นของฝากได้อีกด้วย
“เชื่อว่าด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายเพียงสองสามเก้า (239 กิโลเมตร) เท่านั้น ท่านจะได้รับประสบการณ์แห่งการเรียนรู้ผ่านงานประเพณีเจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพและเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ ที่สืบสานประเพณีมาอย่างยาวนานกว่าร้อยปี และความยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในโลกผ่านขบวนแห่มังกรมองและสิงโตโบราณทอง ที่หาชมได้ยาก และเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวที่รับรองว่าจะสร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอน” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครสวรรค์ กล่าวปิดท้าย 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานนครสวรรค์รับผิดชอบ พื้นที่จังหวัดนครสวรรรค์และจังหวัดพิจิตร โทร. 0-5622-1811-2 โทรสาร 0- 5622-1810 E-mail : tatsawan@tat.or.th., www.tourismnakhonsawan.org หรือ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.
    สรณะ รายงาน 

 

แกลลอรี่


ม็อบ "ขยะ-รกเมือง" ที่สุด ก็ม็อบ "เห็บแม้ว" นี่แหละ! อย่างแก๊ง "จ่านิว-นายโรม"........ ถ้าเป็นเขมร-ญวนยุคก่อน เขาไม่เอาไปทำปุ๋ยหรอก

'ธรรมศาสตร์กับศิษย์ประสาท'
หน้าที่ 'เจ้าภาพ' ฉลอง ๔ ปี
'ด้วยห่วงไฟชอร์ต สส.ตาย'
ว่าด้วย "มืดมนและอันตราย"
'บวชซ่อนชั่ว-บวชศรัทธา'?
มาเลย์ที่ 'มีมากกว่าอายุ'