‘ยำโดเรม่อน’ สะพานหัน ร้านในตำนานปรุงบนเตาถ่าน


   

ผมได้มีโอกาสไปเดินเบียดเสียดซื้อของย่านสำเพ็ง พาหุรัด พอเสร็จธุระช่วงตอนเที่ยงๆก็ได้เวลากินพอดี นึกขึ้นได้ว่า เมื่อเกือบ20 ปีที่แล้วเคยมากินยำร้านหนึ่งชื่อว่า “โดเรม่อน” ใกล้กับสะพานหันข้ามคลองโอ่งอ่าง ซึ่งขณะนี้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบคลองแลดูสะอาดตาเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ร้านอาหารเก่าแก่ในย่านนี้ก็ยังเปิดขายตามปกติ เช่นเดียวกับร้านยำโดเรม่อนที่ยังเป็นตำนานเคียงคู่สะพานหันมานานกว่า 30 ปี

ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอกหลืบของตลาดสะพานหัน แต่เป็นจุดหมายของผู้ที่นิยมอาหารประเภทยำต่างๆ ที่ถูกใจในรสชาติแซบเผ็ดเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดสะใจนักชิม ส่วนสาเหตุที่ตั้งชื่อร้านว่า โดเรม่อน ก็มาจากเมนูยอดนิยมของทางร้าน ซึ่งเป็นยำรวมมิตรที่ใส่เครื่องสารพัดอย่างทั้งวุ้นเส้น ผัดกระเฉด ยอดมะพร้าว กุ้ง หมูสับ ปลาหมึก ด้วยความที่มีเครื่องมากมายเหมือนกระเป๋าวิเศษของโดเรม่อนการ์ตูนชื่อดังในสมัยนั้น เจ้าของร้านจึงนำมาเป็นชื่อร้านและชื่อยำ ทำให้ลูกค้าที่มากินจำง่ายขึ้นใจจนถึงทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าขาประจำที่แวะเวียนมาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะช่วงเที่ยงร้านจะแน่นมากเป็นพิเศษ

เมื่อไปถึงร้านก็ไม่รอช้า ด้วยความหิว ผมสั่งลาบหมูรสกลมกล่อมที่ปรุงสดใหม่บนเตาถ่านที่ไม่เหมือนใคร เพราะทุกวันนี้ร้านส่วนใหญ่ใช้เตาแก๊สกันหมดแล้ว เนื้อหมูสับละเอียดคลุกกับน้ำยำรสจัด แต่ร้านนี้จะถามก่อนว่า เผ็ดระดับไหน ถ้าชอบกินเผ็ดมากก็สั่งทางร้านได้เลย ลาบหมูหอมกลิ่นข้าวคั่ว จิ้มกินกับข้าวเหนียวอร่อยสุดๆ

นอกจากก็มีเมนูยำอีกหลายชนิด เช่น ยำฮาโตริ ยำอิคคิวซัง ยำวุ้นเส้น ส้มตำ กุ้งแช่น้ำปลา ยำมะม่วงปูจืด ซึ่งอร่อยไม่แพ้กัน โดยเฉพาะปูจืดทางร้านเลือกมาสดๆ เสิร์ฟพร้อมกับมะม่วงรสไม่เปรี้ยวมากไป แต่มันและออกหวานนิดหน่อยกำลังดี ส่วนถ้าอยากกินข้าวก็มีหมูอบ และไก่ทอดที่เขาทำได้อร่อยเช่นเดียวกัน

ร้านนี้อาจจะต้องรอคิวหากมาในช่วงกลางวัน อีกอย่างก็คือที่จอดรถในแถบนั้นหายากมาก ส่วนตัวร้านนั้นคงหาได้ไม่ยากนัก ถามคนแถวนั้น ส่วนใหญ่จะรู้จักกันดี ร้านเปิดขายทุกวันตั้งแต่ 10.00-16.00 น. สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-221-3021

 


คนเหนือ อีสาน กรุงเทพฯ......... เห็นบึ้มที่ ๓ จังหวัดใต้ บาดเจ็บ ล้มตาย ทั้งชาวบ้าน ทั้งเจ้าหน้าที่เป็นรายวัน ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา

"บิ๊กป้อม" ใครว่าปัญญาอ่อน?
'เมื่อมลพิษเปื้อนกรุงเทพฯ'
เหตุใด 'ยิ่งเลวกลับยิ่งดัง'?
ยุทธการ 'พิษล้างพิษ' ถิ่นเหนือ
เมื่อ 'ดร.เอนก' ว่ายหาฝั่ง
เครื่องแบบประชาธิปไตย