ลั่นฟันไม่ไว้หน้าล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ฯ ร่วมก๊วน'บิ๊กอิตาเลียนไทย'อีกอื้อ!


เพิ่มเพื่อน    

6 ก.พ. 61 -  เวลา 08.30 น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและ กรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หลังพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และอาวุธใกล้เต็นท์ที่พักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ว่า เบื้องต้นนายเปรมชัย ยังให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ดีกรณีนี้ต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน ขณะนี้ต้องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการไปก่อน ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ส่วนข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้มาจากเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจพบซากเสือดำ อาวุธ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เห็นในตอนยิง ดังนั้นทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการ

นายธัญญา กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงาน นอกจากนายเปรมชัยแล้วยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน แต่ยังไม่ทราบว่ามีใครบ้าง อยู่ในแวดวงธุรกิจระดับสูงเหมือนนายเปรมชัยด้วยหรือไม่หรือมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ต้องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการก่อน แต่เท่าที่ได้รับรายงานขณะนี้ยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง แต่กลุ่มของนายเปรมชัยขออนุญาตเข้าพื้นที่ไปจุดหนึ่ง แต่กลับไปอีกจุดหนึ่งหากเจ้าหน้าที่ไม่มีการลาดตระเวนคงไม่สามารถจับกุมได้ ทั้งนี้สำหรับบทลงโทษหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ต้องพิจารณาว่าผิดกระทงใดบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ เพราะนายเปรมชัยเป็นถึงนักธุรกิจระดับสูง นายธัญญา กล่าวว่า ตนไม่ได้กังวล เพราะถือว่าเจ้าหน้าที่เราทำดีที่สุด ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ต้องให้ขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่ เนื่องจากไม่ได้เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าใครถ้าผิดว่าไปตามผิด แต่ต้องอยู่ที่พยานหลักฐานว่าเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า นักท่องเที่ยวหรือบุคคลทั่วไปสามารถพกพาอาวุธปืนเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติได้หรือไม่ นายธัญญา กล่าวว่า เราไม่ให้เอาเข้าอยู่แล้ว แต่โดยปกติเจ้าหน้าที่ของเราไม่มีโอกาสจะไปตรวจค้นว่าใครจะเอานำอะไรเข้ามาในพื้นที่.


บ้านเมืองป่วยไข้ด้วยโควิดรุมเร้า ก็ดีไปอย่าง ทำให้เข้าใจคนไทยดีขึ้น ว่าคนไทยวันนี้ ทั้งรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ มีทัศนคติกับชาติบ้านเมืองตัวเองอย่างไร?

จุฬาฯ"เน่าที่หน่อหรือราก?"
'เจาะเวลาหาจุดจบโควิด'
"เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์"
"สงครามข่าว"ที่มองข้าม
"คนมีบุญ"อย่าง"หมอบุญ"
ทีมแพทย์ 'ศูนย์วิจัย' จุฬาฯ