เที่ยวเทศกาล“ภูเขาไฟครั้งที่2”ตื่นตาภูมิปัญญาท้องถิ่นบุรีรัมย์


   

ใครจะไปคิดว่า จังหวัดบุรีรัมย์ที่ในอดีตได้รับฉายาว่า "บุรีรัมย์ตำน้ำกิน" อันเป็นคำเปรียบเทียบว่าเป็นเมืองที่มีภาวะการขาดแคลนน้ำ จะกลายเป็นเมืองที่ทันสมัยที่นำจุดเด่นของยุคใหม่กับยุคเก่ามาผสมผสานกัน

ยิ่งช่วงฤดูหนาวแบบนี้ ใครที่ไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสความหนาวแบบอีสานที่หนาวเย็นยะเยือก อาจจะต้องลองบรรจุโปรแกรมการเดินทางไปบุรีรัมย์ไว้ในแผน โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2561 ที่จังหวัดบุรีรัมย์จัดงาน “เทศกาลภูเขาไฟบุรีรัมย์” ครั้งที่ 2 ขึ้น พร้อมกับนำเสนอเรื่องราวสุดมหัศจรรย์และเรื่องราวว่าด้วยความลับของภูเขาไฟทั้ง 6 ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ควบคู่กับการเดินทางไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างปราสาทสองยุค หรือเลือกเสพภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนต่างๆ แบบนอกกรอบ ภายใต้แนวคิด “เที่ยวไทยเท่” ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวมาโดยตลอด
    

นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานบุรีรัมย์ กล่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับภาคเอกชนและ ททท.ร่วมกันจัดงาน “เทศกาลภูเขาไฟบุรีรัมย์” ครั้งที่ 2 ขึ้น ระหว่างวันที่ 28-30 ธันวาคม 2561 น. ในช่วงเวลา 17.30-22.00 น. บริเวณวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศของภูเขาไฟแห่งเมืองบุรีรัมย์ภายใต้เงาจันทร์ มองเห็นหมู่ดาวบนท้องฟ้าได้ พร้อมชมแสง เสียงแบบตระการตาจากนักแสดงมากมายที่มาถ่ายทอดเรื่องราวความลับของภูเขาไฟทั้ง 6 ของเมืองบุรีรัมย์

สำหรับวนอุทยานเขากระโดงอยู่ห่างจากอำเภอเมืองบุรีรัมย์ไปเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร บนเส้นทางสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย (ทางหลวงหมายเลข 219) ถือเป็นภูเขาไฟ 1 ใน 6 ลูกในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ที่มอดดับสนิทมาแล้วนับแสนปี ประกอบด้วย ภูเขาไฟพนมรุ้ง, ภูเขาไฟอังคาร, ภูเขาไฟคอก, ภูเขาไฟหลุบ, ภูเขาไฟไปรบัด และภูเขาไฟกระโดง ซึ่งยังคงสภาพปากปล่องที่มองเห็นชัดเจน บริเวณวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง ยังมีสิ่งน่าสนใจคือสะพานพิสูจน์ศรัทธาสาธุชน และพระสุภัทรบพิตรพระพุทธรูปคู่เมืองบุรีรัมย์ ภายในเศียรบรรจุพระธาตุ จากจุดที่ตั้งขององค์พระ สามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองบุรีรัมย์ได้ ช่วงวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวหลายพันคน

ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานบุรีรัมย์ กล่าวต่อว่า นอกจากเที่ยวงานเทศกาลภูเขาไฟบุรีรัมย์ครั้งที่ 2 แล้ว นักท่องเที่ยวก็ไม่ควรพลาดการไปท่องเที่ยวเพื่อพิสูจน์ที่มาของชื่อปราสาทสองยุค คือ ปราสาทยุคโบราณ อันได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และปราสาทยุคใหม่ หรือ “สนามฟุตบอลช้างอารีนา” และ “สนามแข่งรถ Chang international Circuit” ซึ่งสร้างขึ้นด้วยฝีมือของคนในยุคปัจจุบัน

อาจเริ่มต้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ชมปราสาทหินทรายสีชมพูที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สะท้อนภูมิปัญญาในการสร้างปราสาทหินที่สอดคล้องกับระบบสุริยะ ทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงอาทิตย์สาดส่อง 15 ช่องประตู ในรอบ 1 ปีมีเพียง 4 ครั้ง คือ ช่วงพระอาทิตย์ตก ชมได้ในเดือนมีนาคมและเดือนตุลาคม ส่วนช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ชมได้เดือนเมษายนและเดือนกันยายน

ใกล้เคียงกันยังมี "ปราสาทเมืองต่ำ" อยู่ที่อำเภอประโคนชัย เป็นศาสนสถานศิลปะขอมแบบบาปวน ที่มีอายุมากกว่า 1,400 ปี เป็นปราสาทหินในอารยธรรมขอมที่มีขนาดใหญ่และมีความสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน เป็นสถานที่ถ่ายทำละครดังหลายเรื่อง
    

จากนั้นกลับมายังปราสาทยุคใหม่คือ “สนามช้างอารีนา” ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลของทีมลูกหนังชื่อดัง "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" หรือทีมปราสาทสายฟ้า ด้วยการก่อสร้างและออกแบบการันตีมาตรฐานฟีฟ่าระดับสากล มีความสวยงามและทันสมัยที่สุดในเมืองไทย นอกจากมาชมการแข่งขันฟุตบอลแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทุกคนที่เดินทางมาต้องมาชมและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก

ยังมีสนามแข่งรถ "Chang international Circuit" สนามมอเตอร์สปอร์ตมาตรฐานโลก สร้างอยู่บนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ มีระยะห่างต่อรอบยาวกว่า 4 กิโลเมตร จำนวน 12 โค้ง และเป็นสนามเดียวในประเทศไทยที่ได้การรับรองมาตรฐานระดับโลก เป็นสนามเดียวในโลกที่ผู้ชมบนแกรนด์สแตนด์สามารถเห็นภาพการแข่งขันได้ทุกโค้งสนาม นักท่องเที่ยวต่างๆ นิยมมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกเช่นกัน

 ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานบุรีรัมย์ กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบวิถีชุมชน มีหมู่บ้านหลายแห่งให้ไปเยือน เริ่มที่ "ผ้าภูอัคนี” บ้านเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณภูเขาไฟเขาอังคาร ซึ่งนอกจากจะมีผืนดินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุลาวาจากภูเขาไฟที่เคยปะทุออกมาในอดีต ทำให้การเพาะปลูกในบริเวณนี้งอกงามแล้ว ชาวบ้านในชุมชนยังคิดค้นวิธีการนำดินภูเขาไฟซึ่งเป็นวัตถุดิบหาได้ง่ายๆ ใกล้ๆ บ้านมาประยุกต์ใช้ในการย้อมผ้าจนเกิดเป็นผืนผ้าที่มีโทนสีของเขาพนมรุ้ง ซึ่งมีความสวยงามและมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน จนหมู่บ้านเจริญสุขได้รับรางวัลหมู่บ้าน OVC (OTOP Village Champion) ประเภทหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้วยการสะท้อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นผ่านผืนผ้า "ภูอัคนี" กลายเป็นผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาอันน่าภาคภูมิใจ

 ยังมี "บ้านสนวนนอก" อำเภอห้วยราช ชุมชนโบราณที่ดำรงวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ใช้ภาษาพื้นถิ่นเขมรและสืบสานการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมาจนปัจจุบัน มีผ้าไหมหางกระรอก ลายดั้งเดิมที่ตกทอดกันมาแต่โบราณที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ในหมู่บ้านนี้นักท่องเที่ยวจะได้ชมและร่วมกิจกรรมกับชุมชน โดยมีมัคคุเทศก์ของหมู่บ้านพาชมกระบวนการต่างๆ ด้วย

ถัดมาคือ "บ้านโคกเมือง" อยู่ที่อำเภอประโคนชัย แหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมผ่านงานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ของชุมชน อาทิ ผ้าไหมทอลายผักกูด หัตถกรรมชั้นดีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ และเป็นเอกลักษณ์ของบ้านโคกเมือง, เสื่อกกยกลายที่มีลวดลายสวยงามไม่แพ้ใครจากฝีมือการทอของกลุ่มคนพิการ พร้อมกับมีบริการโฮมสเตย์ที่รับประกันว่าอบอุ่นดุจญาติมิตร

ปิดท้ายที่ ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านนาโพธิ์ "ผ้าซิ่นตีนแดง" อำเภอพุทไธสง ผ้าไหมมัดหมี่ของที่นี่ถือเป็นผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อที่ได้รับการกล่าวขาน โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ตีนแดง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ผ้าซิ่นตีนแดง" หรือ "ซิ่นหมี่รวด" ถือเป็นผ้าเอกลักษณ์พื้นถิ่นของชาวนาโพธิ์ โดยหัวซิ่นและตีนซิ่นจะย้อมเป็นสีแดง ตรงกลางดำ มัดหมี่เหลือง แดง ขาว ปนสีเขียวบ้าง และการมัดหมี่ซิ่นตีนแดงนี้ถือว่ามีความซับซ้อนยุ่งยากกว่าการทำมัดหมี่ชนิดอื่น จึงไม่ค่อยมีคนทำ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานบุรีรัมย์ (สำนักงานชั่วคราว) โทร. 0-4451-4447-8 หรือ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย


สวัสดีปีหมู ลำปาง

นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานลำปาง ร่วมกับอำเภองาว และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดงานงานแสงสีเสียงสะพานโยงขึ้น ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2561-วันที่ 1 มกราคม 2562 บริเวณสะพานโยงทั้ง 2 ฝั่งเทศบาลเมืองเหนือและเทศบาลหลวงใต้ อำเภองาว

 สำหรับ สะพานโยงเป็นสะพานข้ามแม่น้ำงาวคู่บ้านคู่เมืองของชาวลำปาง เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2469 สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2471 สะพานโยงแห่งนี้ไม่มีชื่อเรียกเป็นทางการ แต่กรมทางหลวงแผ่นดินเรียกว่า สะพานข้ามลำน้ำงาว มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ใครชอบความคลาสสิกที่คงความเป็นไทยก็ต้องมาแวะถ่ายรูปคู่กับสะพานนี้เป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ ททท.สำนักงานลำปาง ร่วมกับเทศบาลนครลำปาง ร่วมส่งความสุขในงานเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นครลำปาง ตั้งแต่บัดนี้-31 ธันวาคม 2561 บริเวณห้าแยกหอนาฬิกา นักท่องเที่ยวสามารถมาแชะ ช็อป ชิม และแชร์ ในบรรยากาศสุดฟินกับต้นคริสต์มาสประดับไฟที่ยิ่งใหญ่อลังการ จำหน่ายอาหาร สินค้าราคาพิเศษ ร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้นักดนตรีที่ร่วมประกวด ชมการแสดงของเยาวชน นิทรรศการการท่องเที่ยว และลุ้นรับของขวัญปีใหม่จากผู้ใหญ่ใจดี ส่วนวันที่ 1 มกราคม 2562 เวลา 06.00 น.เป็นต้นไป ร่วมทำบุญตักบาตรรับพรปีใหม่ บริเวณข่วงนคร ห้าแยกหอนาฬิกาจังหวัดลำปาง

สำหรับคนที่ชอบงานศิลป์ ระหว่างวันที่ 26-27 มกราคม 2562 ยังมีเทศกาล "สตรีทอาร์ต สตรีทเฟสติวัล" เป็นการรวมพลชวนคนอาร์ตอาร์ตมา "ปล่อยของ" ท่อง "ลำปางปลายทางฝัน" ภายใต้กิจกรรมช้าง ม้า ไก่ รถไฟลำปาง บริเวณสตรีทอาร์ตริมแม่น้ำวัง มีทั้ง Street Art, Street Parade, Street Music, Street Performance, Street Movie และ Street Food & Craft เป็นต้น.


วันนี้......ศุกร์ ๒๒ มีนา.๖๒ วัน "ดิบๆ สุกๆ"ก็จะได้ "โม้เลือกตั้ง" กัน ชนิดปักทวนคาเป็นวันสุดท้ายส่วนพรุ่งนี้ เสาร์ ๒๓ มีนา. วัน "สุกดิบ"

มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'
รางๆ รัฐบาล '๗ วันก่อนเลือก'
เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ