
ข่าวจากเมืองจีนบอกว่าประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนเพิ่งประกาศชัยชนะ “อย่างท่วมท้น” ในนโยบายกวาดล้างทุจริตภายในพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาล
ไม่แต่เท่านั้น เขายังยืนยันว่าจะเดินหน้าถอนรากถอนโคนทุจริตคอร์รัปชันในทุกระดับ
นี่เป็นข่าวทางการของสำนักข่าวซีซีทีวีของทางการจีนเลยทีเดียว เพราะรายงานชิ้นนี้บอกว่า ประธานาธิบดีสีจิ้งผิงได้ประกาศเรื่องนี้ต่อที่ประชุมกรมการเมือง หรือ Politburo ของพรรคคอมมิวนิตส์จีน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจทางการเมืองสูงสุดของประเทศ
เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว สีจิ้นผิงบอกว่า การกวาดล้างทุจริตของจีนกำลังเดินหน้าอย่างกระตือรือร้น
แต่ล่าสุดผู้นำจีนคนนี้ได้เปลี่ยนจากคำว่า “เดินหน้า” เป็น “ชัยชนะ”
นั่นย่อมแปลว่าสีจิ้นผิงต้องการจะลบคำปรามาสก่อนหน้านี้ว่า การรณรงค์ปราบการฉ้อราษฎร์บังหลวงของผู้นำคนนี้เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อ หรือไม่ก็เป็นแค่แผนต้องการจะเด็ดหัวศัตรูทางการเมืองของตัวเองเท่านั้น
วันนี้สีจิ้นผิงซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจากการแก้รัฐธรรมนูญไม่ให้มีขีดจำกัดเรื่องของเทอมที่จะอยู่ในตำแหน่งผู้นำ จึงมีความมั่นใจที่จะเดินหน้าจัดการกับคนโกงและฉ้อฉล โดยเฉพาะในระบบของรัฐบาลและพรรคอย่างเต็มที่
สีจิ้นผิงบอกในคำประกาศล่าสุดด้วยว่า ในอนาคตยังคงจะต้องเดินหน้ากับมาตรการต่อต้านทุจริตภายในภาครัฐต่อไปแบบ "ยกเครื่อง" เพื่อให้ระบบกำกับดูแลสมาชิกพรรคและลูกจ้างของรัฐมีความทันสมัย
เขาเคยบอกว่าหากพรรคคอมมิวนิสต์มีคอร์รัปชันพรรคก็อยู่ไม่ได้ และถ้าพรรคล่มสลาย ประเทศจีนก็พังพินาศ
ดังนั้นจึงต้องปราบปรามความชั่วร้ายจากข้างใน
โดยประกาศเป็นคำขวัญที่ได้รับการกล่าวขวัญอย่างคึกคักว่า “เราจะไม่เพียงแค่ตบแมลงวัน แต่เราจะต้องจัดการกับเสือพร้อมๆ กันไปด้วย”
แปลว่าจะไม่จัดการเฉพาะปลาซิวปลาสร้อยเท่านั้น แต่จะเล่นงานพวกที่มีตำแหน่งแห่งหนในทุกระดับและทั่วประเทศอย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมเป็นอันขาด
แรกเริ่มเมื่อตอนเขาเปิดเกมปราบคอร์รัปชันนั้น นักวิเคราะห์บางสำนักบอกว่า ถ้าสีจิ้นผิงทำจริงจะถูกท้าทายและอาจโดนโค่นจากอำนาจด้วยซ้ำ เพราะกลุ่มก้อนที่มีอำนาจมายาวนานจะไม่ยอมทิ้งนิสัยเดิมเรื่องรับสินบนเป็นอันขาด
แต่สีจิ้นผิงก็พิสูจน์ด้วยการกระทำว่าเขาไม่หวั่นเกรงคำวิพากษ์เช่นนั้น จึงไม่ลังเลที่จะทำให้แผนปราบการโกงกินในระบบนั้นหายไปอย่างจริงจัง
ซีซีทีวียังรายงานโดยระบุเพิ่มเติมอีกว่า กรมการเมืองของพรรคจะดำเนินมาตรการลดการทุจริตอย่างแข็งขัน โดยจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการกำกับดูแลแห่งชาติขึ้นในเดือนมีนาคมของปีใหม่
นั่นย่อมหมายถึงการขยายการกวาดล้างทุจริตไปถึงลูกจ้างของรัฐ
และจะให้อำนาจทางกฎหมายแก่การสอบสวนภายในพรรคและวิธีการต่างๆ ในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทุจริตได้ด้วย
กระนั้นก็ตาม การจัดอันดับดัชนีคอร์รัปชันโลก (Corruption Perception Index 2017) ก็ยังให้จีนอยู่ในอับดับที่ 77 จากทั้งหมด 180 ประเทศที่มีปัญหาฉ้อราษฎร์บังหลวงมากที่สุดในโลก หรือคิดเป็นคะแนน 41 จาก 100 คะแนนเต็ม
คนในแวดวงเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันของไทยเราตั้งข้อสังเกตว่า ตลอดช่วง 9 เดือนแรกของปี 2018 นี้ ทางการจีนได้กวาดล้างคดีทุจริตไปแล้วกว่า 464,000 คดี
และมีคนถูกลงโทษไปแล้วไม่น้อยกว่า 406,000 ราย
แต่ในช่วงเวลา 9 เดือนแรกของปีนี้ ขณะที่จีนเล่นงานคนโกงกว่า 4 แสนคดี เทียบกับไทย ตลอดปีงบประมาณ 2561 ป.ป.ช.ทำคดีจบ 3,753 คดี
จะเปรียบเทียบกันในมิติไหนก็ตาม ไทยเรายังต้องพิสูจน์ความเข้มข้นของการจัดการกับคนโกงจนถึงขั้นที่ประชาชนเชื่อได้จริงๆ ว่านี่เป็นนโยบายจริง มิใช่เพียงการรับปากเพื่อเอาตัวรอดของผู้มีอำนาจทุกยุคทุกสมัยเท่านั้น!.
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |