
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ ได้เปิดให้ผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ จองสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ฮัก TAXI เสริมแกร่งแท็กซี่ไทย เป็นวันแรก ปรากฏว่า มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ขับแท็กซี่มารอเพื่อยื่นเอกสารขอกู้เงินในโครงการตั้งแต่ 5 ทุ่ม ของวันที่ 26 ธ.ค. 2561 ซึ่ง ธพว. จะเปิดให้มีการยื่นเอกสารขอกู้เงิน 2 รอบ ได้แก่ รอบเช้า เวลา 8.30-12.00 น. และรอบบ่าย เวลา 13.00-16.30 น.
โดยเมื่อเวลา 16.30 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดให้ยื่นเอกสารการขอกู้เงิน พบว่า มีผู้ขับแท็กซี่สนใจยื่นเอกสารกู้เงิน กว่า 6 พันราย โดยหลังจากนี้ผู้ขับแท็กซี่ที่สนใจกู้เงิน ยังสามารถยื่นเอกสารแสดงความจำนงขอกู้เงินผ่านทางออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ธนาคาร เฟซบุ๊ก และแอปพลิเคชั่น ธพว. รวมถึงผู้ขับแท้กซี่ตามต่างจังหวัดก็สามารถยื่นเอกสารเพื่อขอกู้เงินได้เช่นกัน
ทั้งนี้ โครงการฮัก TAXI เสริมแกร่งแท้กซี่ไทย เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ขับแท็กซี่ส่วนบุคคลยื่นเอกสารแสดงเจตจำนงค์กู้เงินเพื่อซื้อรถใหม่ไปใช้ประกอบอาชีพ 7 แสน - 1 ล้านบาท ต่อราย โดยธนาคารเตรียมวงเงินไว้ 1 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0.42% ต่อเดือน หรือ 2.5% ต่อปี ให้กู้เต็มวงเงิน 100% ของราคารถรวมทั้งอุปกรณ์ที่ติดตั้งในตัวรถ ไม่ต้องดาวน์ ทำให้สามารถผ่อนชำระน้อยกว่าการจ่ายค่าเช่าแท็กซี่รายวัน เฉลี่ยวันละประมาณ 400-500 บาท รวมทั้งสามารถแสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการได้ทางออนไลน์
ทั้งนี้ ระหว่างการเปิดให้จองสิทธิช่วงเวลา 9.00 น. นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคพลังประชาชนรัฐ ได้เดินทางมาร่วมงาน ซึ่งสร้างความเซอร์ไพรส์เป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่ได้มีการแจ้งในกำหนดการล่วงหน้าว่านายอุตตมจะมาร่วมงานด้วย โดยนายอุตตม ได้เดินทางมาพบปะพูดคุยกับผู้ขับแท็กซี่อย่างเป็นกันเอง และยังได้ขึ้นกล่าวถึงที่มาและประโยชน์ของโครงการให้ผู้เข้าร่วมจองสิทธิรับฟังด้วย
นายอุตตม เปิดเผยว่า รัฐบาลดีใจที่ผู้ขับรถแท็กซี่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการนี้จำนวนมาก โดยตลอดวันที่ 27 ธ.ค. ที่เปิดให้จองสิทธิ คาดว่ามีแท็กซี่เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 10,000 ราย จากจำนวนรถแท็กซี่ที่จะหมดอายุ 3.5 หมื่นคัน แต่หากมีคนสนใจมากจนเกินวงเงินที่กำหนด ก็ยืนยันว่าจะขยายระยะเวลาต่อไปแน่นอน เพราะต้องการลดภาระสินเชื่อ รวมถึงช่วยพัฒนาศักยภาพให้ผู้ขับรถที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีมาพัฒนาให้ลูกค้าเรียกใช้บริการแท็กซี่สะดวก และเทคโนโลยีติดตามผู้ขับรถแท็กซี่ด้วย
“รถแท็กซี่ในปัจจุบันเกือบ 50% หรือประมาณ 3.5 หมื่นคัน เป็นรถที่เหลืออายุการใช้ไม่ถึง 5 ปี ซึ่งตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป และรถจะทยอยหมดอายุ ปีละกว่า 1 หมื่นคัน ดังนั้นโครงการ ฮัก TAXI จึงได้เข้ามาช่วยลดภาระในส่วนของ 1 หมื่นคันแรก โดยใช้วงเงินเดิมของธนาคารที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้ของบประมาณเพิ่มแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินการไปสักระยะ หากยังมีความต้องการเพิ่มก็อาจพิจารณาขยายวงเงินเพิ่มได้” นายอุตตม กล่าว
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธพว. เปิดเผยว่า จะพยายามพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน โดยวัตถุประสงค์หลักการของโคตรงกมา คือ พัฒนาทักษะ เงินทุน และคุณภาพชีวิต ผู้ที่มีรถเป็นของตัวเองแล้วก็สามารถร่วมโครงการได้ เพราะจะมีทั้งการจัดฝึกอบรมทักษะในการประกอบอาชีพและจัดหาสวัสดิการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต มีระบบประกันสังคมและการออมเพื่อประโยชน์ในวัยเกษียณด้วย
“คิดว่าน่าจะอนุมัติวงเงินล็อตแรกได้ภายในวันที่ 15 ก.พ. 2562 โดยเบื้องต้นจะเปิดให้ผู้ขับแท็กซี่ภายในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ยื่นแสดงเจตจำนงค์ก่อน ซึ่งตั้งเป้าหมายมีผู้ขับแท็กซี่เข้าร่วมโครงการ 1 หมื่นราย โดยหากวันนี้มีผู้ยื่นไม่ครบ 1 หมื่นรายก็จะขยายให้ผู้ขับแท็กซี่ในต่างจังหวัดยื่นแสดงเจตจำนงค์กู้เงินได้” นายมงคล กล่าว
นายมงคล กล่าวอีกว่า ภายในวันที่มีการเปิดจองสิทธิ (27 ธ.ค. 2561) จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง หากยังมีความต้องการกู้เงินอีกจำนวนมาก ธพว. ก็พร้อมจะทำเรื่องเสนอกระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขยายวงเงินดำเนินต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามผู้ขับแท็กซี่ต่างดีใจที่รัฐบาลออกโครงการนี้มาช่วยเหลือเพราะหลายคนที่ผ่านมาต้องเช่า หรือผ่อนซื้อกับสหกรณ์และนายทุนผู้ปล่อยรถเช่า ซึ่งคิดดอกเบี้ยสูงมาก เช่น รถคันละ 9 แสนบาท แต่หากผ่อนหมดจะสูงถึง 1.3 ล้านบาท หรือบางคนที่เช่ารายวันก็จ่ายวันละ 700-800 บาท บางวันก็มีเงินไม่เหลือพอใช้จ่าย แต่ถ้าเข้าร่วมโครงการนี้น่าจะประหยัดดอกเบี้ยไปหลายแสนบาท
อย่างไรก็ดี มูลนิธิคุ้มครองผู้ใช้บริการรถยนต์สาธารณะ ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยผ่านกรรมการผู้จัดการ ธพว. ได้มีข้อเสนอเพิ่มเติมในส่วนของการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบอาชีพขับรถยนต์โดยสารสาธารณะ ได้แก่ 1. ผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่อิสระต้องสมัครเป็นสมาชิกองค์กรสมาคม/มูลนิธิ หรือสถาบันใดสถาบันหนึ่งก่อนแล้วจึงให้องค์กรนั้นให้การรับรองความประพฤติและความเป็นสมาชิกแล้วจึงนำหนังสือรับรองดังกล่าวมายื่นต่อ ธพว. เพื่อขอสินเชื่อในโครงการดังกล่าว เพื่อความมีวินัยและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้บริการ
2. ควรพิจารณาปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการขับแท็กซี่เป็น 2 รูปแบบ คือ แบบที่ 1. ปล่อยกู้ให้กับผู้ขับแท็กซี่ที่สังกัดสมาคม หรือมูลนิธิฯ เป็นรถแท็กซี่ส่วนบุคคลแบบเขียว-เหลือง และแบบที่ 2. ปล่อยกู้ให้กับสหกรณ์ที่ไม่สร้างหนี้ที่เกินกำหนดไว้ตามระเบียบสหกรณ์หรือสหกรณ์จัดตั้งใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียนเสร็จสิ้นก่อนสิ้นปี 2561 เพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ที่ตั้งใจในการประกอบอาชีพได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนและมีองค์กรที่ผู้ประกอบอาชีพสังกัด เพื่อการฝึกอบรมทักษะในการประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในสังคม
|
เมื่อวานคุยเล่น เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |
| เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?" |