พัฒนาต้นแบบสุขภาวะ


เพิ่มเพื่อน    

        กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พัฒนากระบวนการต้นแบบและกลไกการขยายผลสำหรับการพัฒนาสุขภาวะองค์รวมในองค์กร พื้นที่ และกลุ่มเยาวชน เพื่อมุ่งพัฒนาสังคมสุขภาวะในระยะยาว
    ในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐ สสส.ได้ดำเนินงานตามเป้าประสงค์นี้ โดยแผนสุขภาวะชุมชน และแผนสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร ได้แก่ ๑.สนับสนุนศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชน ๘ แห่ง ทำหน้าที่เป็นกลไกสร้างการเรียนรู้ และพัฒนานวัตกรรมการจัดการสุขภาวะชุมชนให้สมาชิกเครือข่ายไม่น้อยกว่า ๒๐ ตำบล และยกระดับศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชนให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ไม่น้อยกว่า ๑๐ แห่ง
    ๒.สนับสนุนศูนย์ฝึกอบรมด้านการใช้เครื่องมือการวิจัยชุมชนและด้านการพัฒนาระบบข้อมูลตำบล ไม่น้อยกว่า ๒๐ แห่ง ๓.พัฒนาศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการ ไม่น้อยกว่า ๕๐ แห่ง และศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาระบบการดูแลเด็กปฐมวัยโดยชุมชนท้องถิ่น ไม่น้อยกว่า ๒๐ แห่ง ๔.สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนท้องถิ่น ไม่น้อยกว่า ๗๐๐ แห่ง
    ๕.พัฒนาระบบการจัดการจังหวัดน่าอยู่ จากการทำงานร่วมกันของเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม สถาบันวิชาการ ไม่น้อยกว่า ๑๐ จังหวัด ๖.สนับสนุนสถาบันวิชาการดำเนินการวิจัยร่วมกับชุมชนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่ ไม่น้อยกว่า ๕ แห่ง ๗.พัฒนาบุคลากรให้มีขีดความสามารถในการจัดการสุขภาวะชุมชนในพื้นที่ตนเองไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ คน
    ๘.ทบทวนชุดความรู้การสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนและนำไปใช้ประโยชน์ อย่างน้อย ๖ เรื่อง และพัฒนานวัตกรรมการจัดการสุขภาวะตามแนวทางการใช้พื้นที่เป็นฐานในการพัฒนาไม่น้อยกว่า ๒๐๐ แห่ง ๙.ใช้ตัวชี้วัดชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งในพื้นที่นำร่อง ไม่น้อยกว่า ๙๐ ตำบล ตามข้อตกลงร่วมกันของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และ สสส. และ ๑๐.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมรณรงค์ตามวาระต่างๆ ของ สสส. และระเบียบวาระตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมการณรงค์ที่ดำเนินการโดยแผนสุขภาวะชุมชน ไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ แห่ง
    การดำเนินงานตามแผนสุขภาวะชุมชน
    แผนสุขภาวะชุมชน กำหนดรูปแบบและกลวิธีการดำเนินงาน ๒ หลักการสำคัญ ได้แก่ ๑) ใช้พื้นที่เป็นฐานในการพัฒนา และ ๒) คำนึงถึงสุขภาพในทุกนโยบายของชุมชนท้องถิ่น โดยมีจุดเน้น ดังนี้ ๑) การประสานและใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ องค์ความรู้ของ สสส.และภาคียุทธศาสตร์ผนวกกับศักยภาพของพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนจากแผนสุขภาวะชุมชน ในการพัฒนาพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ของเครือข่าย อาทิ การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการการพัฒนาระบบการดูแลเด็กปฐมวัย ๒) การรณรงค์และสนับสนุนการดำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ในประเด็นที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของ สสส. โดยเน้นพื้นที่ที่ผ่านประสบการณ์การทำงานร่วมกับแผนสุขภาวะชุมชนในตำบลกว่า ๒,๐๐๐ แห่ง
    ๓) การขยายนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพที่ผ่านการปฏิบัติของพื้นที่ต้นแบบไปยังตำบลกว่า ๒,๐๐๐ แห่ง โดยเฉพาะการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และปัจจัยส่งเสริมสุขภาพของทุกช่วงวัย ส่งผลกระทบให้อัตราการเกิดโรคลดลง หรือไม่เพิ่มขึ้นในระดับชุมชนท้องถิ่นเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของระดับประเทศ และ ๔) การเปิดช่องทางในการใช้ประโยชน์จากระบบข้อมูลที่สนับสนุนโดยแผนสุขภาวะชุมชน เพื่อใช้ในการกำหนดเป้าหมายและกำหนดตัวชี้วัดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการสร้างข้อตกลงร่วมกำหนดตัวชี้วัดร่วมระหว่างกลไกขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะตัวชี้วัดความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น
    ผลลัพธ์การดำเนินงานโดยสรุป มีดังนี้ ๑.มีศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชน ๘ แห่ง ยกระดับเป็นศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะประเด็น ๑๐ แห่ง ในเรื่องยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อุบัติเหตุ อาหารชุมชน และการดูแลผู้สูงอายุ ๒.สนับสนุนสถาบันวิชาการ พัฒนางานวิจัยร่วมกับชุมชนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่ ๕ แห่ง ๓.พัฒนาระบบจัดการจังหวัดน่าอยู่ ๑๐ จังหวัด ๔.พัฒนาศักยภาพบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชน และบุคลากรของหน่วยงานในพื้นที่ ในการจัดการสุขภาวะชุมชนและสนับสนุนการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตนเองและเครือข่าย ๑๐,๔๖๔ คน ๕.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพตามวาระต่างๆ ๒,๐๐๐ แห่ง
    พัฒนาเครือข่ายสุขภาวะชุมชน
    ๑.๑ สนับสนุนการพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมด้านการใช้เครื่องมือการวิจัยชุมชน และด้านการพัฒนาระบบข้อมูลตำบลที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้ข้อมูลสำหรับพัฒนานวัตกรรมการจัดการสุขภาวะชุมชนและมีการบรูณาการเข้าสู่แผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นทั้งระยะสั้นและระยะกลาง ๒๐ แห่ง โดยทุกแห่งมีคู่มือการบริหารจัดการและคู่มือวิชาการที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนนั้นๆ และมีการถอดบทเรียนประเมินผล
    ๑.๒ ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ออกแบบแนวทางการพัฒนาตัวชี้วัดชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง และนำไปใช้ในพื้นที่ตำบลนำร่อง ๑๑๗ แห่ง และใน ๓ ชุมชนในกรุงเทพฯ ตามข้อตกลงร่วมกัน
    ๑.๓ ร่วมพัฒนาศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชน ๘ แห่ง ทำหน้าที่เป็นกลไกในการสร้างการเรียนรู้ และการพัฒนานวัตกรรมการจัดการสุขภาวะชุมชนของสมาชิกในตำบลเครือข่ายไม่น้อยกว่า ๒๐ แห่ง และมีการถอดบทเรียน ประเมินผลการดำเนินงาน รวมทั้งมีการนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการจัดการสุขภาวะของชุมชน ๑๐ แห่ง อาทิ ๑) องค์การบริหารส่วนตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ๒) องค์การบริหารส่วนตำบลขุนทอง อำเภอบัวใหญ่จังหวัดนคราชสีมา ๓) องค์การบริหารส่วนตำบลนาทอน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล
    ๑.๔ ยกระดับศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชนให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ๑๐ แห่งที่บริหารจัดการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นฐานจากบทเรียนจากการจัดการตนเองและมีขีดความสามารถในการจัดการเรียนรู้ร่วมกับเครือข่ายตามความเชี่ยวชาญเฉพาะ ได้แก่ ๑) ประเด็นการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดอุบัติเหตุ ๔ แห่ง ๒) ประเด็นการควบคุมยาสูบ ๑ แห่ง ๓) ประเด็นการพัฒนาระบบอาหารชุมชน ๓ แห่ง และ ๔) ประเด็นระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น ๒ แห่ง
    ๑.๕ พัฒนาศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาระบบการดูแลเด็กปฐมวัยโดยชุมชนท้องถิ่น ๒๐ แห่งที่มีความพร้อมในการจัดการเรียนรู้และขยายผลให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่และที่สนใจ โดยประสานกับแผนสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. โดยมีศูนย์เรียนรู้ ๑๔ แห่ง นำนวัตกรรมไปขยายผล และมีการประเมินผลและถอดบทเรียน
    ๑.๖ สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒,๐๐๐ แห่ง ร่วมรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพตามวาระต่างๆ ของ สสส. และระเบียบวาระตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการกำหนดแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการลด ละ เลิกการบริโภคบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด รวมทั้งการจัดการความปลอดภัยและปัจจัยเสี่ยงทางสังคม อาทิ ๑) ลดเมา เพิ่มสุข:ปฏิบัติการ ชุมชนอาสา ลดเมา ลดเหตุ ๒) สร้างสรรค์พื้นที่ปลอดเหล้า โดยกำหนดพื้นที่ในสงกรานต์ปลอดเหล้า งานศพงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ร้านค้าและชุมชนปลอดเหล้า ๓) เสริมสร้างถนนปลอดภัย โดยการแก้ปรับปรุงจุดเสี่ยง
    ๑.๗ ร่วมกับเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม สถาบันวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด พัฒนาระบบการจัดการจังหวัดน่าอยู่ ๑๐ จังหวัด และมีการประเมินผลการดำเนินงาน ๕ 
    ๑.๘ สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๗๕๓ แห่ง ร่วมกับภาคประชาสังคม สถาบันวิชาการ และภาคียุทธศาสตร์ ประมวลความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติและสอบทานกับหลักฐานทางวิชาการ เพื่อกำหนดเป็นนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนท้องถิ่น และกำหนดนโยบายระดับจังหวัดและประเทศ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผลักดันให้เกิดนโยบายระดับจังหวัดในประเด็น ผู้สูงอายุ อาหาร
    พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมท้องถิ่นสุขภาวะ โดยดำเนินการวิจัยร่วมกับชุมชนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่และค้นหาแนวทางใหม่ในการจัดการปัญหาและการเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการสุขภาวะชุมชน รวมทั้งความรู้จากการวิจัยนำไปประยุกต์ใช้ได้ในพื้นที่อื่น เพื่อให้เกิดตัวอย่างการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ ๑) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ๒) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก ๓) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ๔) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ ๕) มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
    ร่วมพัฒนาบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชน และบุคลากรของหน่วยงานในพื้นที่ให้มีขีดความสามารถในการจัดการสุขภาวะชุมชนและสนับสนุนการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตนเองและเครือข่าย ๑๐,๔๖๔ คน และมีบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นองค์กรชุมชนและบุคลากรของหน่วยงานในพื้นที่ ๕๒๕ คนที่เป็นต้นแบบในการพัฒนา ถ่ายทอดหรือนำไปใช้พัฒนาเป็นแผนปฏิบัติการของชุมชน
    สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการจัดการสุขภาวะตามแนวทางการใช้พื้นที่เป็นฐานในการพัฒนา ในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ๑๗๕ แห่ง ดังนี้ ๑) การควบคุมการบริโภคยาสูบ ๕๗ แห่ง ๒) การควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ๓) การลดอุบัติเหตุจราจร ๕๘ แห่ง และ ๔) การจัดการอาหารเพื่อสุขภาพ ๖๐ แห่ง โดยนำนวัตกรรมไปขยายผล และมีการประเมินผลและถอดบทเรียน ๕๘ แห่ง
    สนับสนุนการทบทวนชุดความรู้การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและการเพิ่มปัจจัยส่งเสริมสุขภาพตามแนวทางการใช้พื้นที่เป็นฐานในการพัฒนา ๖ เรื่อง และเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปใช้ขยายผล ๓๒๙ แห่ง ดังนี้ ๑) แนวทางการส่งเสริมการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น ๒) แนวทางการพัฒนาระบบอาหารชุมชน ๓) คู่มือการขับเคลื่อนเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบโดยชุมชนท้องถิ่น ๔) คู่มือการขับเคลื่อนเพื่อควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์โดยชุมชนท้องถิ่น ๕) แนวทางการส่งเสริมการพัฒนาระบบการดูแลเด็กปฐมวัย และ ๖) แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนโดยชุมชนท้องถิ่น
    สนับสนุนหน่วยงานวิชาการ ภาคียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำชุดความรู้เกี่ยวกับการจัดการสุขภาวะชุมชน อาทิ คู่มือ หลักสูตร เครื่องมือทางวิชาการและแนวทางการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน ไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานของหน่วยงานรวมทั้งมีการถอดบทเรียนการใช้ชุดความรู้ที่เป็นคู่มือ หลักสูตร เครื่องมือทางวิชาการ และแนวทางการสร้างเสริมสุขภาวะ
    สนับสนุนการขยายผลนวัตกรรมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ นำนวัตกรรมไปปรับใช้ในพื้นที่ ๑๕๔ แห่ง โดยนำนวัตกรรมไปขยายผล รวมทั้งมีการประเมินผลหรือถอดบทเรียน ๕๘ แห่ง.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.