เปิดฉาก 2019 จีน-ไต้หวันก็แลกหมัดทันที!


เพิ่มเพื่อน    

    เปิดปีใหม่มา การเมืองจีนกับไต้หวันก็ร้อนฉ่าอย่างฉับพลัน
    สีจิ้นผิง ผู้นำจีนแผ่นดินใหญ่คำรามเสียงดังลั่นด้วยท่าทีและภาษากร้าวว่า "ไต้หวันต้องรวมชาติกับจีนแผ่นดินใหญ่"
    และถ้าจำเป็นต้องใช้กำลังเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นก็จะทำ
    พูดง่ายๆ ก็คือ ปักกิ่งตะโกนบอกผ่านช่องแคบไต้หวันมาถึงไทเปว่าจะไม่ปิดทางเลือกในการใช้กำลังทหารออกไปในการ "รวมชาติ"
    เหมือนที่ทรัมป์เคยพูดถึงเกาหลีเหนือว่า "All options are on the table."
    มังกรยักษ์ขอสงวนสิทธิ์ที่จะบุกเข้ายึดเกาะไต้หวันด้วยวิธีการที่ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และไม่จำเป็นต้องเป็น "สันติวิธี" อย่างที่ผู้นำไต้หวันเรียกร้อง
    สีจิ้นผิงบอกว่าคำว่า "เอกราช" สำหรับไต้หวันจะนำมาซึ่งความยากลำบากสำหรับคนบนเกาะแห่งนี้
    "รัฐบาลกลางจีนจะไม่ยอมรับกิจกรรมใดๆ ไม่ว่ามาในรูปแบบไหนที่จะส่งเสริมให้เกิดเอกราชของไต้หวันเป็นอันขาด" สีจิ้นผิงยืนหยัดประเด็นนี้อีกครั้ง
    แต่เสียงโต้กลับจากประธานาธิบดีไช่อิงเหวินก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน เพราะเธอยืนยันว่าจะไม่ยอมรับนโยบาย "หนึ่งจีนสองระบบ" เหมือนที่จีนใช้กับฮ่องกง
    เข้าสู่วันที่ 2 ของปีใหม่เท่านั้นก็เกิดบรรยากาศที่ต้องเรียกว่า "คุกรุ่น" ระหว่างทางการจีนและไต้หวัน ส่อไปในทางที่ว่าสถานการณ์การเมืองโลกในปีใหม่นี้น่าจะมีความผันผวนร้อนแรงมากขึ้นอีก
    เพราะเรื่องจีนกับอเมริกายังไม่รู้จะออกในรูปไหน, ทรัมป์กับคิม จองอึนของเกาหลีเหนือจะเจอกันรอบสองหรือไม่, ซีเรียจะเป็นอย่างไรหากทรัมป์ถอนทหารสหรัฐฯ กลับบ้าน และความวุ่นวายของการประท้วงของชนชั้นทำงานในยุโรปที่เริ่มจาก "เสื้อกั๊กเหลือง" ที่ฝรั่งเศสจะบานปลายไปอย่างไรในปีใหม่
    ที่ปักกิ่งออกมาแสดงจุดยืนร้อนแรงครั้งนี้ เป็นเพราะสีจิ้นผิงมีความมั่นใจในสถานภาพของตนเองในเวทีระหว่างประเทศสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
    และเป็นไปได้ว่าเมื่อจีนเห็นอเมริกาภายใต้การนำของทรัมป์เริ่มจะจริงจังน้อยลงกับพันธกรณีกับเพื่อนเก่าอย่างไต้หวัน ก็อาจเป็นจังหวะที่จะสำทับด้วยเสียงดังๆ กับไต้หวันได้
    อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้นำปักกิ่งเดินหน้าอย่างแข็งกร้าวเช่นนี้ ก็อาจเป็นเพราะพรรคของประธานาธิบดีไช่อิงเหวินแพ้ในการเลือกตั้งซ่อมเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาในหลายเขต แสดงถึงความเปราะบางของฐานอำนาจ
     สีจิ้นผิงย้ำถึงการผนึกรวมไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนว่าเป็นสิ่งที่ "หลีกเลี่ยงไม่ได้" พร้อมเตือนถึงความพยายามที่ไต้หวันจะแยกตัวเป็นอิสระจากจีนว่า จะไม่ตัดทางเลือกการผนึกรวมไต้หวันเข้ากับจีนด้วยการใช้แสนยานุภาพทางทหารออกไป 
    การที่สีจิ้นผิงแสดงวาทะเผ็ดร้อนเช่นนี้มีความเกี่ยวดองกับจังหวะเวลาของประวัติศาสตร์ด้วย เพราะคำกล่าวของผู้นำจีนมีขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีที่ทางการจีนร่อนไปให้ไต้หวันในปี 2522  เพื่อเรียกร้องให้ไต้หวันยอมจำนนเสียและกลายเป็นส่วนหนึ่งของจีนแต่โดยดี
    สารฉบับนั้นตอกย้ำให้ไต้หวัน "ยุติความสุ่มเสี่ยง" ในการเผชิญหน้าของกองทัพทั้งสองฝ่าย ซึ่งไต้หวันโต้กลับอย่างร้อนแรงเช่นกันว่าจะไม่มีวันยอมขึ้นตรงกับจีน
    แต่ตอนนั้นไต้หวันมีพันธมิตรหลักคืออเมริกา ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นมหาอำนาจทางทหารอันดับหนึ่งของโลก
    แต่วันนี้ทรัมป์จะยังยืนยันจุดยืนเช่นนั้นหรือไม่...ไม่มีใครรู้
    ประโยคชัดๆ ของสีจิ้นผิงในคำปราศรัยเมื่อวันที่ 2 มกราคมบอกว่า:
    "ประเทศจีนจะต้องเป็นปึกแผ่น นี่คือสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นเพราะสำคัญต่อการก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน" และเสริมต่อว่า
     "ทางการจีนไม่ขอสัญญาว่าจะตัดทางเลือกการใช้แสนยานุภาพทางทหารเข้าบังคับบีบคั้นไต้หวัน  และจีนขอสงวนสิทธิ์ทั้งปวงในการผนึกรวมไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน"
    และสำทับว่าการปกครองด้วยระบบ "หนึ่งชาติ สองระบอบ" (ซึ่งไต้หวันนั้นปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย) เป็นสิ่งที่จีนให้ความสำคัญ เพราะเป็นคุณภาพชีวิตของชาวไต้หวัน
    เป็นการพูดเอาใจคนไต้หวันส่วนที่ยังยืนยันว่าจะไม่ยอมถูกกลืนเป็นคอมมิวนิสต์เหมือนแผ่นดินใหญ่ 
     แต่ประธานาธิบดีไต้หวันไช่อิงเหวินก็มิอาจยอมได้ง่ายๆ เพราะเธอชนะเลือกตั้งด้วยนโยบายต่อต้านแผ่นดินใหญ่และปักหลักด้วยแนวทางนี้มาตลอด
    เธอซัดกลับว่าชาวไต้หวันจะไม่มีวันสละสิทธิเสรีภาพของตัวเอง 
    เพราะคนจีนในแผ่นดินใหญ่ไม่มีเสรีภาพเช่นคนไต้หวัน
    อีกทั้งเธอเรียกร้องให้จีนเคารพต่อฉันทามติของชาวไต้หวัน 23 ล้านคน ด้วยการใช้กระบวนการที่เป็นธรรม และวิธีการที่สันติเพื่อรับมือกับความแตกต่างระหว่างสองฝ่าย
    แม้นักวิเคราะห์จะมองว่าเป็นเพียงวาทกรรมที่คุ้นเคยระหว่างปักกิ่งกับไทเปอีกรอบหนึ่ง แต่ท่ามกลางความสับสนของการเมืองระหว่างประเทศในปีใหม่นี้ ทุกย่างก้าวของมังกรยักษ์ย่อมมีความหมายทั้งสิ้น!
    ผมวิเคราะห์ว่าเพราะทรัมป์ไร้น้ำยา สีจิ้นผิงจึงเดินเกมเต็มหน้ากระดาน!


"การบินไทย".....ยื่นคำร้องขอทำ "แผนฟื้นฟูกิจการ" ต่อศาลล้มละลายกลางเรียบร้อยแล้ว เมื่อวาน (๒๖ พ.ค.๖๓)วันนี้ ๒๗ พ.ค.ศาลฯ นัดฟังคำสั่ง!

อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"
"การบินถึงการพรรคพปชร."
การบินไทย"ตายแล้วฟื้น"