'เปิ้ล ชไมพร'เผยเคยช้ำรักถึงขั้นฆ่าตัวตาย


   

 

          เป็นนักแสดงมากความสามารถที่หลายคนคุ้นหน้า คุ้นตา กันเป็นอย่างดี สำหรับ เปิ้ล-ชไมพร สิทธิวรนันท์ ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ SHOW ถึงประเด็นที่เกลียดพ่อตัวเองเพราะเจ้าชู้ทำแม่เสียใจ และเคยผิดหวังกับความรักถึงขั้นฆ่าตัวตาย

เปิ้ลเคยมีปัญหากับพ่อ?
    เปิ้ล : เปิ้ลเป็นเด็กต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับแม่ พ่อจะไปทำงานต่างประเทศ ตัวเองก็เหมือนเป็นลูกหลงห่างกับพี่ประมาณ 10 ปี ตอนเด็กๆเราก็ไม่รู้หรอกว่าพ่อเจ้าชู้ พอย้ายมากรุงเทพพ่อก็จะมีผู้หญิงคนนู้น คนนี้ ตอนนั้นประมาณ 10 ขวบ เราเห็นสภาพแม่แย่มากเขาก็แยกทางกัน หลังจากนั้นเราก็ตั้งปณิธานไว้ว่าฉันเกลียดผู้ชายคนนี้มาก

พ่อรู้ไหมว่าเราเกลียดเขา แล้วไม่พอใจเขา?
    เปิ้ล : เปิ้ลไม่พูด ตอนเจอกันหลังจากนั้นมันพูดอะไรไม่ออก เราก็ถามว่าป๊าเป็นยังไงบ้าง พอเวลาผ่านไปมันก็คิดได้ว่าเป็นเรื่องของคนสองคนที่รักกัน แต่พอหมดรักก็แยกย้าย เราก็เลยมาคุยกับพี่น้องว่าเราขอขมาป๊าดีกว่า ที่ผ่านมาเราอาจจะพูดไม่ดีก็อยากขออโหสิจากพ่อ ซึ่งตอนนั้นพี่ชายเป็นคนเริ่มขออโหสิกรรม พอถึงเราก็น้ำแตกเลย ป๊าก็บอกว่าป๊าอโหสิให้นะ หลังจากนั้นก็มีแวะเวียนไปเยี่ยมบ้าง จนพ่อป่วยมะเร็งปอด แล้ว 3-6 เดือนท่านก็จากไป

ที่เราเกลียดพ่อมันมีส่วนจากปมในใจที่พ่อทิ้งเราไปมีคนอื่นไหม?
    เปิ้ล : ด้วย ตอนนั้นเราถือว่าเราเป็นลูกรักที่สุดในบ้าน พ่อไม่เคยดุ พ่อไม่เคยตี พอวันนึงพ่อดุ พ่อตี เราเห็นภาพว่าแม่เราต้องเจออะไรบ้าง ซึ่งช่วงเวลานั้นเราเป็นเด็กเกเรทำให้เขาหนักใจด้วย ทำให้เขาเครียดมาก เชื่อไหมว่าเปิ้ลเคยกินยาพารา 20 เม็ดเข้าไป พอตอนนี้หันกลับไปมองก็งงว่าเครียดอะไร

เห็นว่าฆ่าตัวตายครั้งแรก เพราะความเครียดของคุณแม่?
    เปิ้ล : คือของแม่ ของเราด้วยมาผสมกัน ซึ่งไม่รู้เครียดอะไร ตอนนั้นมันไม่มีทางออก เรียกว่าโรคซึมเศร้าได้ไหม คืออยู่กับเพื่อนด้วยนะ แล้วเดินออกมาบอกเพื่อนว่าฉันกินยาไป 20 เม็ด เพื่อนขอร้องให้ไปโรงพยาบาล ไปล้างท้องซึ่งมันทรมานมาก ไม่คิดว่าจะทำแบบนี้อีกแต่ก็ทำอีกเพราะเรื่องความรัก เพราะเปิ้ลเป็นคนโหยหาความรักตั้งแต่เด็ก จะบอกว่าเป็นเด็กโลกสวยก็ได้นะที่อยากจะมีแฟน อยากจะมีลูก มีครอบครัวที่อบอุ่น ก็เป็นคนแสวงหาความรักมาตลอด รักใครก็ทุ่มเกินร้อย

เห็นว่าตอนที่เป็นนางเอกดังมาก ยอมทิ้งอนาคตเลย?
    เปิ้ล : ด้วย แต่ก็มีหลายปัจจัย เราทำงานมาตั้งแต่อายุ 16 ปี ชีวิตวัยเด็กหายไป รู้สึกกดทุกอย่างมันก็เลยระเบิด พอมีแฟนปุ๊บก็เฟดดีกว่า มันเหนื่อยด้วย มีแฟนด้วย สุขภาพไม่ดีด้วย ก็เลยถอย

 

 

แล้วคนที่ทำให้เราต้องฆ่าตัวตายสาเหตุเพราะอะไร?
    เปิ้ล : ตอนนั้นอายุ 20 ปีต้นๆ มีแฟนแล้วรักเขามาก ย้ายไปอยู่กับเขา 3 ปี ครึ่งปีแรกแฮปปี้มาก พอ 2 ปีครึ่งเขาเริ่มเจ้าชู้มันก็ไปย้ำปมเดิมของเรา จนล่าสุดเขาไปเจอผู้หญิงคนนึงแล้วเหมือนจะจริงจัง ปีใหม่เราไปเที่ยวกับที่บ้านแล้วเขาไปที่ยวเชียงใหม่กับผู้หญิงคนนั้น พอผ่านไป 3 ปี ทุกอย่างมันรุมเร้า เหตุการณ์หลายๆอย่างมันทำให้เราเสียใจก็เลยตัดสินใจเลิก เราร้องไห้ ผู้ชายก็ร้องไห้ไม่อยากเลิกอยากจะเก็บไว้ทั้งสองคน พอเราเลิกเราก็ไม่กล้ากลับเข้าบ้านไปอยู่อพาร์ทเม้นท์ พอผ่านไป 3-4 เดือนบอกแม่ว่าจะย้านไปอยู่บ้าน แม่ก็ไปทาสีห้องไว้ให้ พอเข้าบ้านไปก็เครียด ออกไปขับรถกับเพื่อนแล้วหยิบยาวิตตามินมากินเกือบ 20 เม็ด ก็ขับรถไปโรงพยาบาลแต่ไม่ถึงขั้นล้างท้องก็ไปนอนก็ยังมึนยา พี่สะใภ้เห็นเขาก็เลยโทรศัพท์ไปหาผู้ชายคนนี้บอกว่าเปิ้ลมันมีอาการแบบนี้นะ แล้วผู้ชายคนนี้ก็บอกว่า อ่อเหรอ เขาไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของผมแล้วหนิ  พอพี่สะใภ้มาเล่าให้ฟังตั้งแต่วันนั้นก็บอกตัวเองว่าฉันต้องเป็นผู้หญิงแกร่ง แล้วจุดนี้มันก็ย้ำความรู้สึกเราว่าไม่มีใครรักเรามากกว่าพ่อแม่ ครอบครัวเรา เพื่อนๆ เราที่เขาอยู่ข้างๆ เราตลอด

วันนี้โสดหรือมีแฟน?
    เปิ้ล : ไม่โสดแล้วค่ะ หัวใจสี่ห้องมอบให้กับครอบครัว เพื่อนแล้วก็ลูกสาว (ลูกหมา) 

ที่ไม่มีแฟนเพราะว่าเคยผิดหวังกับความรักแล้วคิดว่าชีวิตนี้ไม่เอาแล้ว?
     เปิ้ล : เปิ้ลว่าด้วยประสบการณ์ที่เราเจอมา เพื่อนๆคนรอบข้างที่เราเห็น เปิ้ลรู้สึกว่าอยู่แบบนี้ ปัจจุบันนี้เปิ้ลมีความสุขดีแล้วขออยู่เกาะแม่ไปนานๆ ก็ขอบคุณหม่าม้าที่อยู่ข้างเปิ้ลตลอดมา แล้วรักเปิ้ลตลอดไม่ว่าเปิ้ลจะนิสัยไม่ดี แย่ ทำให้แม่เสียใจ ทำให้แม่น้ำตาตก แม่ก็ยังอยู่ข้างๆ พี่ชายก็ยังอยู่ข้างๆ แล้วเพื่อนที่รักก็ยังอยู่ข้างๆ จากหัวใจของเปิ้ลทั้ง 4 ห้องไม่มีใครแทนที่หม่าม้าได้จริงๆ ถึงแม้เปิ้ลจะมีความรัก รักเพื่อน หรือรักใคร แต่หม่าม้าคือที่1ของเปิ้ลเสมอ ชาตินี้เปิ้ลจะขอเกาะและอยู่กับหม่าม้าไปตลอดชีวิต

 

 

 

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินเตอร์เน็ต


วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน คือ มีข้อความมา ว่า...... "อยากให้คุณเปลวพูดเรื่องหุ้นและการกู้ยืมเงินของ ทอนอีก ยื้อเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ทาง กกต.จะฟ้องได้ไหม หรืออะไรยังไง?"

'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'