ตื่นสั่งบูรณาการ แก้ไขฝุ่นละออง เริ่มทำฝนหลวง


เพิ่มเพื่อน    

    "บิ๊กตู่" สั่งทุกหน่วยบูรณาการแก้ปัญหาฝุ่นละออง แนะ ปชช.ไม่จำเป็นให้อยู่แต่ภายในบ้าน "กรมควบคุมมลพิษ" รายงานค่า PM 2.5 กทม.-ปริมณฑลเกินค่ามาตรฐาน ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 18 พื้นที่ "กรมฝนหลวงฯ" เตรียมปฏิบัติการฝนหลวง 15-18 ม.ค.นี้ "ทัพภาค 1" ส่งรถฉีดน้ำเช้าเย็นทั่วกรุง "สธ." ยันยังไม่พบผู้ป่วยรุนแรง "กรีนพีซ" เผยกรุงเทพฯ ติดอันดับ 9 เมืองหลวงอากาศแย่สุด
    เมื่อวันที่ 14 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพพื้นที่ กทม.และปริมณฑลว่า ได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานครไปดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยให้มีการฉีดน้ำและรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสวมหน้ากากอนามัย รวมทั้งให้สำรวจว่าต้นตอมาจากไหน ซึ่งทุกหน่วยงานมีการรณรงค์และเตรียมการไว้แล้ว แต่วันนี้จะต้องมาบูรณาการร่วมกัน เนื่องจากเป็นปัญหาที่เราต้องดูแลสุขภาพของประชาชน
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในเรื่องของฝนหลวงก็ได้มีการเตรียมการ แต่ก็ต้องใช้เวลา บางทีถ้าทำไปแล้วลมไม่เป็นไปในทิศทางที่กำหนดฝนก็ไม่ตก ต้องดูปริมาณความชื้นในอากาศด้วย ซึ่งรัฐบาลและทุกส่วนราชการก็จะทุ่มเทดูแลและแก้ไขปัญหา เบื้องต้นให้ฉีดน้ำในพื้นที่เสี่ยงแล้ว
    "สิ่งที่เป็นต้นตอของปัญหามีหลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งโรงงานอุตสากรรม การจราจร การเผาไร่นาต่างๆ ทุกคนมีส่วนช่วยทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง ก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหาร่วมกับรัฐบาลด้วย รัฐบาลและทุกส่วนราชการก็จะทุ่มเทดูแลและแก้ไขปัญหา เบื้องต้นให้ฉีดน้ำในพื้นที่เสี่ยงแล้ว จะปล่อยให้รัฐบาลทำงานคนเดียวไม่ได้" นายกฯ กล่าว
    นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้รับรายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าได้ประสานงานกับ กทม.และ 5 จังหวัดปริมณฑล เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง  ล่าสุด กทม.ได้สั่งการให้ทุกเขตกวาดล้างถนนอย่างเข้มข้นทุกวัน จัดอุปกรณ์ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่น  ตรวจวัดควันดำ ควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง รวมทั้งประสานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อทำฝนเทียมในพื้นที่เสี่ยงในวันที่มีสภาพอากาศเอื้ออำนวย
    นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ข้อควรปฏิบัติของประชาชนคือจะต้องติดตามข่าวสารจากกรมควบคุมมลพิษอย่างใกล้ชิด โดยพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองหนาแน่นก็ขอให้ประชาชนอยู่ภายในบ้าน หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยคุณภาพดีที่สามารถป้องกันฝุ่นได้ในระดับสูง ส่วนหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาที่มีขายทั่วไปนั้นก็สามารถป้องกันได้ดีระดับหนึ่ง
    "ขอให้ประชาชนควรหมั่นสังเกตอาการทางสุขภาพเบื้องต้น เช่นเมื่อมีอาการไอหรือระคายเคืองตา มากผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงทั้งผู้มีโรคประจำตัว เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
ทำฝนหลวงลดฝุ่นละออง
    ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ PM 2.5 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วันที่ 14 ม.ค.62 เวลา 12.00 น. พื้นที่ริมถนนตรวจวัดได้ระหว่าง 55-78 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 18 พื้นที่ ส่วนพื้นที่ทั่วไป ตรวจวัดได้ระหว่าง 46-82 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ  เกินค่ามาตรฐาน 12 พื้นที่
    "โดยรวมปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กรมควบคุมมลพิษขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกประเภท และงดการใช้รถยนต์ควันดำอย่างเด็ดขาด ท่านสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศของหน่วยงานราชการได้ทางแอปพลิเคชัน Air4Thai และเว็บไซต์ http://air4thai.pcd.go.th และสถานการณ์คุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร  bangkokairquality.com" รายงานของกรมควบคุมมลพิษระบุ
    นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ในระยะนี้ กทม.และปริมณฑลมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่ง คพ.ได้ประสานหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งให้ความช่วยเหลือในการทำฝนเทียมเพื่อลดฝุ่นมาตลอด ทราบว่ากรมฝนหลวงฯ ก็ติดตามปัญหาเพื่อดำเนินการช่วยเหลืออยู่ ซึ่งมีปัจจัยทั้งด้านความชื้นและทิศทางลม หากในอากาศมีความชื้นไม่เพียงพอก็ไม่สามารถดำเนินการได้ แต่คาดว่าในวันที่ 15 ม.ค.นี้อาจมีโอกาสจะทำฝนเทียมได้ 
    อธิบดี คพ.กล่าวว่า ได้ประสานกองบัญชาการตำรวจจราจรตรวจจับรถควันดำบนเส้นทางจราจร  ร่วมกับ ขสมก.ให้ตรวจรถโดยสาร ขสมก.ในอู่ต่างๆ พร้อมร่วมประชุมและประสาน กทม.เพื่อดำเนินการตามมาตรการและแนวทางดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา PM 2.5 ทั้งสั่งให้ทุกเขตกวาดล้างถนนอย่างเข้มข้นทุกวัน รวมทั้งประสานกระทรวงสาธารณสุขเตรียมแจกหน้ากากอนามัยให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
    นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า กรมฝนหลวงฯ มีแนวโน้มขึ้นปฏิบัติการทำฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในพื้นที่ กทม.ระหว่างวันที่ 15-18 ม.ค.นี้ โดยจะตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ จ.ระยอง ด้วยเครื่องบินคาซา 2 ลำ เนื่องจากช่วงดังกล่าวมีแนวโน้มจะทำได้ เพื่อแก้ไขสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 
    ด้าน พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ (ทอ.) กล่าวว่า พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.ห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM  2.5 ในอากาศ ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล จึงได้สั่งในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ ให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศจัดเครื่องบิน BT-67  จำนวน 2 เครื่อง จากกองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก เข้ามาเตรียมพร้อม ณ ที่ตั้งกองบิน 6 ดอนเมือง  และเตรียมทำการบินโปรยน้ำลดฝุ่นละอองในอากาศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล
    "เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2ก หรือเครื่องบิน BT-67 สังกัดกองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก เป็นเครื่องบินที่กองทัพอากาศใช้ในการสนับสนุนภารกิจปฏิบัติการฝนหลวง การบินควบคุมไฟป่า และการบินโปรยน้ำลดหมอกควัน/ฝุ่นละออง ซึ่งในส่วนของการบินโปรยน้ำแต่ละเที่ยวบินจะบรรทุกน้ำได้เที่ยวละประมาณ 3,000 ลิตร ทำการโปรยน้ำเป็นละอองลงมาจากความสูงเหนือพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งละอองน้ำจะเกิดการกระจายตัวครอบคลุมบริเวณกว้าง และจับตัวกับฝุ่นละอองเพื่อบรรเทาความรุนแรงของปัญหา  โดยน้ำที่นำมาใช้เป็นน้ำสะอาดและโปรยลงมาเป็นละอองน้ำ จึงจะไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน" โฆษก ทอ.กล่าว
ระดมฉีดน้ำทั่วกรุงเช้าเย็น
    พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.
สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกเข้าสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ในการคลี่คลายปัญหาฝุ่นละอองให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมสั่งการให้กองทัพภาคที่ 1 กรมการทหารช่าง และหน่วยทหารของกองทัพบกในพื้นที่ กทม.เตรียมรถบรรทุกน้ำและรถดับเพลิงจำนวน 60 คัน พร้อมเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
    พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมสนับสนุนการแก้ปัญหาฝุ่นละออง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด การตรวจจับรถที่ก่อให้เกิดมลภาวะมากขึ้น เช่น การปล่อยควันดำ หรือนำรถที่มีอายุเกินกำหนดมาใช้ ตลอดจนให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดระเบียบและควบคุมยานพาหนะที่ใช้บนท้องถนนอันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาหมอกควันพิษ     
    พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานปล่อยแถวรถยนต์ฉีดน้ำเพื่อลดระดับความเข้มข้นของฝุ่นละออง บริเวณพื้นที่รอบเขตพระราชฐานและพื้นที่กรุงเทพมหานคร เช่น จตุจักร  บางขุนเทียน ปทุมวัน และสวนลุมพินี  โดยจะทำการฉีดน้ำในตอนเย็นเวลา 18.00 น. และตอนเช้าเริ่มเวลา 05.00 น. 
    ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 จัดรถบรรทุกน้ำ 26 คันออกล้างพื้นถนน ทางเดินเท้า และฉีดรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ต่างๆ ทั่ว กทม. รวมทั้งแจกหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นละอองให้ประชาชนใน 7 พื้นที่ ได้แก่  1.บริเวณรอบงานอุ่นไอรัก 2.บริเวณสวนลุมพินี 3.บริเวณราชประสงค์ 4.บางขุนเทียน 5.ธนบุรี 6.บางคอแหลม 7.บางกะปิ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ต่อเนื่องถึงวันพุธที่ 16 ม.ค.62
    ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สธ.มอบให้กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ กรมอนามัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังผลกระทบสุขภาพ และให้ความรู้ในการป้องกันตนเองจากสภาพอากาศที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด
    "ข้อมูลการเฝ้าระวังของสำนักระบาดวิทยาที่ได้รับรายงานในโรงพยาบาลเครือข่ายกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 3 ส.ค.61 - 7 ม.ค.62 ไม่พบว่ามีผู้ป่วย 3 กลุ่มโรคที่เฝ้าระวังสูงขึ้นผิดปกติ  หรือพบเป็นกลุ่มก้อนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้แก่ หอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด และไม่มีรายงานผู้ที่มีอาการรุนแรง" ปลัด สธ.กล่าว
    นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีหน้ากากอนามัย เอ็น 95 ขาดตลาดว่า มีหน้ากากอย่างหนึ่งที่สามารถใช้แทนหน้ากากอนามัยเอ็น 95 ราคาพอๆ กัน คือหน้ากากที่ใช้ป้องกันพิษ แต่เหมาะสำหรับคนที่ต้องรับควันพิษมากกว่า เช่น ตำรวจจราจร คนทั่วไปไม่มีความเสี่ยงไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ อย่างไรก็ตามการใช้หน้ากากอนามัยเอ็น 95 ก็ถือว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ดี แต่ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก คนที่ควรจะใช้หน้ากากชนิดนี้ควรเป็นคนที่ทำงานกลางแจ้งในพื้นที่เสี่ยง อาทิ กรรมกรก่อสร้าง จักรยานยนต์รับจ้าง และบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ มากกว่า 
    "ปัญหาฝุ่นละอองไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา และไม่ได้เกิดขึ้นทุกพื้นที่ ถ้าอยู่ในบ้านหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากพื้นที่เสี่ยงที่ค่าฝุ่นละอองไม่เกิน" รองอธิบดีกรมอนามัยกล่าว
    วันเดียวกัน ทวิตเตอร์ "@greenpeaceth" หรือกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ประเทศไทย)  องค์กรรณรงค์อิสระระดับโลก (Greenpeace Thailand) เปิดเผยสถิติการจัดอันดับเมืองหลวงที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก พร้อมด้วยแฮชแท็ก #ขออากาศดีคืนกลับมา และ #RightToCleanAir  โดยระบุข้อความว่า กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ติดอันดับ 1 ใน 10 อยู่ในลำดับที่ 9 ของเมืองหลวงที่คุณภาพอากาศเลวร้าย โดยอันดับ 1.นิวเดลี ประเทศอินเดีย 2.ธากา ประเทศบังกลาเทศ 3.โกกาตา  ประเทศอินเดีย 4.เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน 5.กาฏมาณฑุ ประเทศเนปาล 6.อูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย 8.หูอัน ประเทศจีน 9.กทม. และ 10.ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.