“ธนารักษ์” ยกเครื่องค่าเช่าที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์ เล็งปรับเพิ่มเป็น 3-4%ตามมูลค่าทรัพย์สิน


เพิ่มเพื่อน    

“ธนารักษ์” ลุยยกเครื่องค่าเช่าที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์ขึ้นอีก 3-4% ช่วยดันผลงานจัดเก็บปีนี้ทะยานแตะ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนค่าเช่าที่ราชพัสดุสำหรับที่อยู่อาศัยและภาคเกษตรยังเหมือนเดิม พร้อมเปิดตัวรถเคลื่อนที่รับแลกเหรียญ 14 จังหวัด หวังช่วยลดต้นทุนการผลิตเหรียญ แก้ปัญหาเหรียญไม่พอใช้

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ปีนี้กรมตั้งเป้าหมายจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่อยู่ 9 พันล้านบาท เนื่องจากกรมฯ จะมีการพิจารณาปรับขึ้นค่าเช่าที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์ในส่วนของผู้เช่าที่กำลังหมดสัญญาซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 5% ของพื้นที่ทั้งหมด ขึ้นจากเดิมเฉลี่ย1-2% ของราคาที่ดิน เพิ่มเป็น 3-4% ตามมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งจะทำให้กรมฯ มีรายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท

“การปรับเพิ่มค่าเช่าจะเป็นการปรับฐานการคิดใหม่ จากเดิมที่กรมฯ คิดค่าเช่าจากราคาที่ดิน มาเป็นคิดค่าเช่าตามผลตอบแทนต่อมูลค่าสินทรัพย์ที่อยู่บนที่ดินเข้าไปด้วย แต่ยืนยันว่าในส่วนของประชาชนรายย่อยที่มีการเช่าที่ราชพัสดุ และเพื่อทำการเกษตรซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่มาเช่าที่ของกรมธนารักษ์จะไม่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าเช่าแน่นอน” นายอำนวย กล่าว 

นอกจากนี้ กรมธนารักษ์จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุขนาดใหญ่ อาทิ ที่ดินบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า ซึ่งขณะนี้ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว และอยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดโครงการ รวมถึงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งคาดว่าจะสรุปและเริ่มก่อสร้างได้กลางปีหน้า รวมถึงโครงการที่ดินร้อยชักสาม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านเจริญกรุง มูลค่า 3 พันล้านบาท ที่ได้ทำสัญญาแล้วและจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาเดือน ก.พ.นี้ โครงการศูนย์ราชการโซนซีแจ้งวัฒนะมูลค่าลงทุน 3 หมื่นล้านบาท ที่ผ่าน ครม.แล้วเช่นกัน และโครงการพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ที่จะปรับปรุงใหม่อีก 6 พันล้านบาท

ปัจจุบันกรมธนารักษ์มีที่ราชพัสดุทั้งสิ้น 12 ล้านไร่ ส่วนใหญ่เป็นที่สำหรับใช้ในหน่วยงานราชการ ส่วนที่เปิดให้เช่าจริงมีจำนวน 4 แสนไร่ ในจำนวนนี้เป็นการเช่าเพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยประมาณ 80% ซึ่งยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นค่าเช่าอย่างแน่นอน ส่วนที่เหลืออีก 20% เป็นที่เช่าเพื่อการพาณิชย์ มีอยู่ประมาณ 5 หมื่นสัญญาทั่วประเทศ 

อย่างไรก็ดี ในวันนี้ (14 ม.ค. 62) กรมธนารักษ์ได้เปิดโครงการการให้บริการรับแลกคืนเหรียญกษาปณ์เคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวก และกระตุ้นให้ประชาชนที่เก็บเหรียญไว้หรืออยู่ตามที่ต่าง ๆ นำออกมาแลกคืนได้ฟรี เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้น และลดต้นทุนการผลิตของกรมฯ เนื่องจากที่ผ่านมากรมฯ ผลิตเหรียญได้ปีละ 1.7 พันล้านเหรียญ แต่สามารถรับแลกคืนกลับมาได้เพียงปีละ 1-1.3 พันเหรียญเท่านั้น ทำให้มีส่วนต่างการผลิตมากถึง 400-700 เหรียญต่อปี แต่หากมีรถรับแลกเหรียญมาแล้วจะช่วยลดการผลิตเหรียญได้อย่างน้อย 60 ล้านเหรียญ และลดต้นทุนการผลิตได้มากกว่า 86 ล้านบาท

“รถรับแลกเหรียญจะออกให้บริการในจังหวัดปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียงที่ไม่มีศูนย์บริหารจัดการเหรียญกษาปณ์รวม 14 จังหวัด ซึ่งในการออกให้บริการครั้งแรกจะให้บริการในพื้นที่ปทุมธานีและพระนครศรีอยุธยา ระหว่างเดือนม.ค.-ก.พ.2562 จากนั้นจะขยายพื้นที่ให้บริการไปจังหวัดปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียง 12 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ สมุทรสงคราม นครปฐม อ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก และสระบุรี โดยตั้งเป้าหมายการรับแลกคืนเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนทุกชนิดราคา เดือนละ 5 ล้านเหรียญ” นายอำนวย กล่าว

สำหรับภาพรวมการใช้เหรียญกษาปณ์ในเมืองไทย ยังมีความต้องการใช้สูงอยู่ โดยมีเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนทุกชนิดราคาในระบบเศรษฐกิจกว่า 3.2 หมื่นล้านเหรียญ ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาคที่ยังต้องการใช้จำนวนมากแม้เข้าสู่ยุคสังคมไร้งดสดก็ตาม เนื่องจากหลายบริการยังต้องใช้บบริการหยอดเหรียญ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม ซักผ้า หรือการเติมเงิน รวมถึงการซื้อสินค้าตามร้านโชห่วย ร้านสะดวกซื้อ  การเดินทางก็ยังใช้เหรียญกันมาก


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.