ธอส. อวดผลงานปี 61 ปล่อยกู้กระฉูดแตะ 2.1 แสนล.


   

 

22 ม.ค. 2562 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2561 ว่า ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้น 2.13 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.30%  คิดเป็น 1.73 แสนบัญชี สูงกว่าเป้าหมาย 2.42 หมื่นล้านบาท เป็นสินเชื่อที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวน 1.05 แสนราย ส่งผลให้ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1.11 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.03% สินทรัพย์รวม 1.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.55% เงินฝากรวม 9.43 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.94% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 4.64หมื่นล้านบาท คิดเป็น 4.17% ของยอดสินเชื่อรวม และมีกำไรสุทธิ 1.26 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ 1.21หมื่นล้านบาท

“ปี 2561 ถือเป็นครั้งแรกที่ ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ถึงระดับ 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า และจากการหารือในสภาธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ มีความเห็นร่วมกันว่าจะช่วยตรึงดอกเบี้ยดูแลลูกค้าต่อไป และคาดว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีนี้ โดยในส่วน ธอส. หาก กนง.ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ก็จะปรับขึ้นดอกเบี้ยแค่ 0.125%” นายฉัตรชัย กล่าว

สำหรับปี 2562 ธอส. ตั้งเป้าหมายสินเชื่อปล่อยใหม่ที่ 2.03 แสนล้านบาท สินเชื่อคงค้างที่ 1.18 ล้านล้านบาท สินทรัพย์รวม 1.21 ล้านล้านบาท หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงเหลือ 4.02% ของยอดสินเชื่อรวม ขณะเดียวกัน ในปี 2562 จะเร่งแก้ปัญหาแมชชิ่งฟันด์ เพื่อลดต้นทุนระดมเงินทุนของธนาคาร จากปัจจุบันที่ 2.09% ให้เหลือ 1.9% เพื่อให้สามารถตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ช่วยเหลือลูกค้าได้ รวมทั้งเดินหน้านโยบาย ดิจิทัล เซอร์วิส ในไตรมาส 2 ให้ แอพลิเคชั่นของธนาคารสามารถให้บริการลูกค้าได้เต็มรูปแบบ เช่นการขอประนอมหนี้ การยื่นเอกสารกู้บ้าน สามารถทำผ่านแอพลิเคชั่นได้เลย

อย่างไรก็ดี ในส่วนของการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังให้ครบทั้งกรอบวงเงินรวม 5 หมื่นล้านบาท คาดว่าในปี 2562 จะอนุมัติวงเงินกู้ได้ 80% หรือประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยขณะนี้ อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 320 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน 500 บัญชี จากจำนวนสินเชื่อที่เข้ามาในระบบแล้ว 600 ล้านบาท คิดเป็น 1 พันบัญชี ซึ่งขณะนี้กลุ่มลูกค้าที่เข้ายื่นขอสิทธิกว่า 1.2 แสนราย สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีศักยภาพ และ กลุ่มที่มีศักยภาพแต่ขาดเอกสาร ก็จะเร่งสินเชื่อให้ผ่านภายในไตรมาส 2 ปีนี้ ส่วนกลุ่มที่ไม่มีศักยภาพ ธนาคารก็จะพิจารณาช่วยเหลือเต็มที่ที่สุดเพื่อให้สามารถกู้ได้ถ้ามีความพร้อม


"บัดนี้.......... การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช ๒๕๖๒

"ธนาธร"กับ"กฎหมายปิยบุตร"
จากหุ้นถึง 'เงินกู้' ธนาธร
ความคิด 'ส่วนเกิน' ประชาธิปัตย์
ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก