กรมควบคุมมลพิษเร่งทำบัญชี ระบายฝุ่นพิษ


   

 

27  ม.ค. 2562  จากกรณีที่ นายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาป้องกันและจัดการภัยพิบัติ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลวิจัยที่เกี่ยวกับโลหะหนักในฝุ่นละออง PM 2.5 ที่วัดได้ในชั้นบรรยากาศทั่ว กทม.   มีประเด็นผลวิจัยเป็นเวลา 1 ปี พบธาตุทางเคมีที่เป็นโลหะหนัก ก่อมะเร็งปะปนอยู่ในอากาศระดับต้องเฝ้าระวังอยู่ถึง 3 ชนิด คือ สารหนู, ซีลีเนียม และแคดเมียม โดยเกิดจากการเผาไหม้ของอุตสาหกรรมและยานพาหนะ และคณะวิจัยฯ ได้เก็บค่าระดับความเข้มข้นของโลหะหนักในฝุ่น PM 2.5 จากสถานีตรวจวัดฝุ่นละอองที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นระยะเวลา 2 ปี พบธาตุโลหะหนักเพิ่มอีก 2 ชนิดคือ ทังสเตนและแคดเมีย ธาตุ 2 ชนิดนี้พบในส่วนผสมของโลหะดิสก์เบรกยานยนต์ ซึ่งปริมาณโลหะหนักที่ปนเปื้อนในอากาศขณะนี้ทั้งหมดมีฤทธิ์ก่อมะเร็งในร่างกายได้ หากสะสมไว้ปริมาณมาก

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวชี้แจงว่า ปริมาณฝุ่น รวมทั้งองค์ประกอบของฝุ่นจะมีความแตกต่างกันตามฤดูกาลและกิจกรรมในบริเวณใกล้เคียง  การวิเคราะห์องค์ประกอบของฝุ่นสามารถ    ใช้เพื่อศึกษาแหล่งกำเนิดของฝุ่นได้ เช่น โปแตสเซียม เป็นองค์ประกอบจากแหล่งกำเนิดการเผาไม้ สังกะสี          เป็นองค์ประกอบจากแหล่งกำเนิดการเผามูลฝอย โซเดียม เป็นองค์ประกอบของฝุ่นละอองจากทะเล นิกเกิล           เป็นองค์ประกอบจากแหล่งกำเนิดการเผาไหม้น้ำมัน อะลูมิเนียม เหล็ก แมงกานีส แคลเซียม เป็นองค์ประกอบของฝุ่นในเมืองหรือฝุ่นฟุ้งกระจายจากถนน และสารหนู แคดเมียม เป็นองค์ประกอบของฝุ่นจากอุตสาหกรรม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม บุคคลมีความแตกต่างกันอย่างมากในหลายประการ เช่น ความแข็งแรงของร่างกาย โรคประจำตัว อุปนิสัย เป็นต้น การพิจารณาผลกระทบจากปริมาณฝุ่นและองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นที่บุคคลได้รับ ในประเด็นนี้ต้องพิจารณาประเด็นต่างๆอย่างรอบคอบ

นายประลอง กล่าวว่า ปัจจุบันหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยได้มีการกำหนดค่ามาตรฐานสำหรับองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นบางชนิดเป็นค่ามาตรฐานแล้ว เช่น ตะกั่ว มีแหล่งกำเนิดหลักเป็นองค์ประกอบในน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับประเทศไทยได้กำหนดค่ามาตรฐานของตะกั่วซึ่งเป็นองค์ประกอบของฝุ่นมาตั้งแต่ปี 2538         (ค่ามาตรฐานตะกั่วในบรรยากาศ เฉลี่ย 1 เดือน ไม่เกิน 1.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) นอกจากนี้ คพ. มีโครงการความร่วมมือ ไทย-ญี่ปุ่น ด้านการจัดการคุณภาพอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยและกระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การจัดทำบัญชีการระบายฝุ่นละอองขนาดเล็ก การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีและแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง และการพัฒนานโยบายมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองสำหรับประเทศไทย โดยมีระยะเวลาดำเนินการอย่างน้อย 2 ปี (2561-2563)  

นายประลอง กล่าวว่า ทั้งนี้ ผลการศึกษาของโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น รวมทั้งโครงการความร่วมมือกับ ม.เทคโนโลยีสุรนารี ได้กำหนดให้มีการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี เช่น ซัลเฟต ไนเตรท คลอไรด์ แอมโมเนียม โซเดียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม แคลเซียม รวมทั้งองค์ประกอบฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กลุ่มโลหะหนัก ได้แก่ อะลูมิเนียม สารหนู แบเรียม โบรมีน โคบอลต์ โครเมียม ทองแดง เหล็ก นิกเกิล ตะกั่ว ซีลีเนียม ซิลิกอน พลวง ไทเทเนียม เทลลูเรียม วาเนเดียม และ สังกะสี เป็นต้น สำหรับการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีที่ไม่สามารถดำเนินการในประเทศไทยได้ เช่น ปริมาณธาตุคาร์บอน ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนนั้น ได้รับความอนุเคระห์จาก Asia Center for Air Pollution Reserch ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น เป็นผู้ดำเนินการ คาดว่า จะมีการนำเสนอผลการศึกษาดังกล่าวในการสัมมนาครั้งที่ 3 ในเดือนเมษายนนี้
 


เรื่อง "พานไหว้ครู" นี่.........ใครก็อย่าไปโทษ "นายธนาธร" เลย! ดูตามรูปการณ์แล้ว คนพรรคอนาคตใหม่หรือตัวนายธนาธร ไม่ได้เป็น "ต้นคิด" หรือ "ต้นเรื่อง" แน่

ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน
'แก้รัฐธรรมนูญ' แก้เพื่ออะไร?