ชทพ.ย้ำเป็นมิตรกับทุกพรรค'กัญจนา'หนุน'บิ๊กตู่'ไม่ต้องลาออกหวั่นกระทบครม.


   


1ก.พ.62-ที่โรงแรมเซ็นทารา บาย เซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)ได้จัดการปฐมนิเทศผู้สมัครสส.ของพรรค โดยมีกรรมการบริหารพรรคและว่าที่ผู้สมัครสส.เข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ว่าที่ผู้สมัครสส.สุพรรณบุรี บุตรชายนายจองชัย เที่ยงธรรม สมาชิกพรรคภูมิใจไทยมาร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย
ก่อนเปิดการประชุมปฐมนิเทศอย่างเป็นทางการ นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค กล่าวว่า กว่าจะมีวันนี้ กว่าจะเห็นทุกคนที่อยู่ตรงนี้เราใช้เวลา 3 เดือนในการถกเถียงและได้แม่ทัพของพรรคมาร่วมงานกับเรา วันนี้หลายคนอาจเพิ่งมาเป็นสมาชิกพรรค อยากบอกว่าพรรคนี้เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่อายุ 44 ปีรองจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนาต่อสู้ทางการเมืองมาโดยตลอดและเคยมีพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และ นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคชาติไทยพัฒนามีศิษย์เก่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสถาบันทางการเมืองแห่งหนึ่ง พรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาแต่ละพรรคจะมีศิษย์เก่าของพรรคชาติไทยพัฒนาอยู่เกือบทุกพรรค ทำให้เราไม่มีปัญหากับใครและพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น จึงถูกเรียกว่าพรรคเป็นกลางร่วมกับใครก็ได้ ซึ่งเป็นนโยบายตั้งแต่สมัยของนายบรรหาร
"ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาหลายคนปรามาสว่าพรรคนี้จะล่มสลาย ดังนั้น ทุกคนต้องให้กำลังใจหัวหน้าพรรคในฐานะแม่ทัพใหญ่ และนำพาพรรคชาติไทยพัฒนาให้ตลอดรอดฝั่ง หัวหน้าพรรคเป็นคนอดทนอดกลั้นแต่ยังยิ้มได้ เพราะแม่ทัพใหญ่ทำเพื่อพวกเราทุกคน โดยไม่ลงสมัครสส.บัญชีรายชื่อ เพื่อให้ทุกคนปรองดอง ครั้งนี้ตลอด 2 เดือนจะเป็นการวัดใจกัน ถ้ารักนายบรรหารอย่างไรก็ต้องรักหัวหน้าพรรคกัญจนาอย่างนั้นเช่นกัน"นายประภัตร กล่าว
จากนั้นน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคฯ กล่าวเปิดการปฐมนิเทศว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะประเทศไทยไม่เคยเว้นการเลือกตั้งนานเท่ากับครั้งนี้มาก่อน พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นคนพูดจริงทำจริงและไม่พูดเยอะ แต่เมื่อพูดออกมาแล้วจะต้องทำได้จริง พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่นายบรรหารปฏิบัติมาตลอด
“หลายคนจับตามองว่ากัญจนาจะนำพรรคลงเลือกตั้งอย่างไร เพราะเป็นครั้งแรกที่พรรคลงเลือกตั้งโดยไม่มีพ่อบรรหารแล้ว มรสุมเมื่อครั้งที่พ่อเป็นนายกฯทำให้เราเข้มแข็งมากขึ้น วันนี้ไม่มีพ่อก็จริง แต่ได้ทิ้งเลือดนักสู้เอาไว้ให้กับลูก ที่พูดออกมาทั้งหมดก็อยากให้กำลังใจสมาชิกพรรคทุกคนว่าเราสามารถเติบโตจากศูนย์ได้ เหมือนกับพ่อบรรหารที่ไม่ได้เกิดบนกองเงินกองทอง แต่ก็สามารถสู้และเป็นนายกฯได้ พวกเราหลายคนก็อาจมาจากศูนย์เหมือนกัน จึงอยากให้ดูพ่อบรรหารเป็นตัวอย่าง” น.ส.กัญจนา กล่าว
หัวหน้าพรรคชทพ.กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่พรรคส่งผู้สมัครสส.มากที่สุดเท่าที่พรรคเคยเลือกตั้งมา พรรคมั่นใจในความสามารถของผู้สมัครสส.ทุกคน จึงขอให้ทุกคนขยันลงพื้นที่พบประชาชนและนำเอานโยบายของพรรคลงไปในพื้นที่ ซึ่งเรามั่นใจว่านโยบายของพรรคสามารถแก้ไขปัญหาได้
“กัญจนาพร้อมเดินไปกับผู้สมัครทุกคน จะอาสานำพรรคและทุกคนลงสนามเลือกตั้งเพื่อให้ได้ส.ส.มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพื่อจะแก้ไขปัญหาให้กับประเทศของเรา ขอให้กำลังใจทุกคนและขอให้ทุกคนโชคดี”น.ส.กัญจนา กล่าว
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารพรรคและคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรคชาติไทยพัฒนา ได้จัดทำหนังสือ “แผนปฏิบัติการเร่งด่วน 7 ด้าน” เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้สมัครสำหรับใช้ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งด้วย
ภายหลังเปิดงานปฐมนิเทศฯ น.ส.กัญจนา ให้สัมภาษณ์ ถึงเป้าหมายได้ส.ส.เข้าสภา ว่า ส่วนตัวไม่ได้ตั้งเป้า จะได้จำนวนเท่าใด แต่ขอทำให้ดีที่สุดทุกขั้นตอนการเลือกตั้ง ตั้งแต่การคัดเลือกผู้สมัคร จัดทำนโยบายพรรค รวมทั้งการลงพื้นที่หาเสียง หากเราทำดีที่สุดแล้ว ผลออกมาเป็นอย่างไร จะภูมิใจในสิ่งนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า​ พื้นที่​ จ.สุพรรณบุรี มีหลายพรรคการเมืองจับตามอง มั่นใจหรือไม่ว่าชทพ.จะได้ ส.ส.ทั้ง 4 เขต น.ส.กัญจนา กล่าวว่า ตั้งใจทำให้ดีที่สุด ที่สำคัญไม่ประมาท โดยเฉพาะพื้นที่บ้านเกิด ที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ดูแลมาเป็นอย่างดี และที่สำคัญที่ทำให้พื้นที่จ.สุพรรณบุรี เจริญถึงทุกวันนี้เพราะพรรคได้ส.ส.ยกจังหวัด ซึ่งเราได้แบบนี้มาทุกยุคทุกสมัย ดังนั้นฐานะที่เป็นลูกนายบรรหาร และทำหน้าที่หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาจะทำแบบนายบรรหาร ให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่จะได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับความขยันของเรา และขึ้นอยู่กับประชาชนจ.สุพรรณบุรีที่จะไว้ใจทายาทของนายบรรหารให้ดูแลทุกข์สุข และทำให้จ.สุพรรณบุรี เจริญอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามถึงแรงกดดันที่ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคและนำทัพเลือกตั้ง น.ส.กัญจนา กล่าวว่า จริงๆ ไม่เคยกดดันอะไร  พยายามทำให้ดีที่สุดและปล่อยวาง หน้าที่ของเราคือตั้งใจทำและทำให้ดีที่สุด ส่วนผลจะเป็นอย่างไร มีเหตุปัจจัยหลายอย่างนอกเหนือจากสิ่งที่เราควบคุมได้ สิ่งที่เราทำได้คือ ต้องพยายาม ดังนั้นยืนยันว่าการทำหน้าที่นี้ไม่มีความหนักใจ
ถามว่า​ มีความพร้อมเป็นนายกฯ หรือไม่ ฐานะที่เป็นบุคคลที่พรรคเสนอชื่อให้อยู่ในบัญชีแคนนิเดตนายกฯ น.ส.กัญจนา กล่าวว่า แค่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค เกินความคิดฝัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะเป็นนายกฯ เพียงแค่ว่าพรรคเสนอชื่อหัวหน้าพรรคอยู่ในบัญชีแคนนิเดตนายกฯ ที่เป็นไปตามครรลอง ส่วนมีความพร้อมหรือไม่ตนไม่ขอตอบคำถาม เพราะทุกอย่างเหนือความคาดหมายอยู่แล้ว ขนาดเป็นหัวหน้าพรรคยังอยู่เหนือความคาดหมาย
เมื่อถามถึงว่าจะใช้โมเดลสุพรรณบุรีในการหาเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศหรือไม่ น.ส.กัญจนา กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งที่จะใช้หาเสียง แต่หลักยังยึดนโยบายที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี อาจนำรูปแบบการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นต้นแบบบ้างในบางครั้ง แต่หลักใหญ่คือนโยบาย
ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐ จะส่งเทียบเชิญ​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.​ให้อยู่ในบัญชีแคนนิเดตนายกฯ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์​มีท่าทีตอบรับ คิดว่าจะทำให้เกิดผลกระทบกับพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ น.ส.กัญจนา กล่าวว่า  ส่วนตัวไม่มองอย่างนั้นเพราะท่านเป็นผู้นำรัฐบาล คงจะรู้ขอบเขตของการทำหน้าที่เป็นนายกฯ ของประเทศ คงไม่ได้ช่วยใครหาเสียง  หรือ เอาผลงานของรัฐบาลไปเป็นผลงานของพรรคการเมืองที่เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งไม่มองว่าเป็นความได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เพียงแต่ตอนนี้พรรคพลังประชารัฐมาเชิญ และ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบรับ หากพล.อ.ประยุทธ์​ตอบรับหลายฝ่ายมองว่าควรลาออกจากตำแหน่ง แต่ส่วนตัวมองว่ากรณีของพล.อ.ประยุทธ์​มีข้อแตกต่างจาก 4 รัฐมนตรี​ รวมถึงนายกฯ หากลาออกจะกระทบกับรัฐมนตรีทั้งคณะ และไม่มีใครสามารถบริหารบ้านเมือง
"พรรคชาติไทยพัฒนาถ้อยทีถ้อยอาศัยกับทุกพรรคการเมือง เพราะหลักของพรรคมองทุกคนเป็นมิตร เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองอยากนำเสนอนโยบายที่ทำให้ประเทศชาติดีทั้งนั้น ดังนั้นจะขอเป็นพันธมิตรกับทุกพรรค ไม่ใช่เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น แต่ตอนเลือกตั้งแน่นอนต้องสู้กัน แล้วหลังเลือกตั้งค่อยมาว่ากัน การเลือกตั้งไม่จำเป็นที่ทำให้ใครเป็นศัตรูกัน เราเป็นคนไทยเหมือนกัน" น.ส.กัญจนา กล่าว