'ไฟใต้' จากวัดโคกโกสู่ปอเนาะมัดรอสาตูลฟาละห์


   

  

      เหตุการณ์ฆ่าพระที่วัดโคกโก อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส 2 รูป และบาดเจ็บอีก 2 รูป ยังไม่ทันได้จางหายจากความรู้สึกของผู้คนทั้งในประเทศ และในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความโกรธแค้น ความเจ็บปวด ยังอัดแน่นอยู่ในอก ยังไม่ได้ระบายออก เพราะผ่านมากว่า 2 สัปดาห์ สมุนของบีอาร์เอ็นยังลอยนวล โดยเจ้าหน้าที่มีแต่รายชื่อของคนร้าย แต่ตัวตนไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน และสุดท้ายก็คงจะบอกกับประชาชนว่า พวกมันหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

   ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก ฉก.พท.42 นำกำลังเข้าไปตรวจค้น จับกุม นักเรียนในโรงเรียนสอนศาสนามัดรอสาตูลฟาละห์ ใน อ.มายอ จ.ปัตตานี โดยมีการเผยแพร่ภาพถ่ายตั้งแต่ขั้นตอนในการติดตามเฝ้าดูในยามวิกาล เห็นการฝึกการต่อสู้ป้องกันตัวของนักเรียนนักศึกษาในปอเนาะแห่งนี้ จนนำไปสู่การบุกเข้าจับกุม ตรวจค้น และดำเนินการทางกฎหมายที่สำคัญ นักเรียนในปอเนาะแห่งนี้ส่วนหนึ่งเป็นชาวกัมพูชาถึง 13 คน

เพราะไฟแค้นที่ยังคุกรุ่นอยู่ในใจของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะ ไทยพุทธ จากกรณีพระถูกฆ่ายังอัดแน่นเต็มอก ดังนั้นจึงอย่าได้แปลกใจที่ภาพข่าวของการจับกุมนักเรียนในปอเนาะดังกล่าว ซึ่งถูกเผยแพร่จากฝ่ายเจ้าหน้าที่ ในสื่อ โซเชียล จะถูกกลุ่มไลน์ของคนในพื้นที่ แชร์ ต่อๆ กันอย่างรวดเร็ว จนนำมาสู่ความไม่พอใจของหน่วยงานความมั่นคง

  ในความรู้สึกของชาวบ้านกับเหตุการณ์นี้ ประเด็นแรกชอบใจที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมปอเนาะที่ใช้ในการฝึกร่างกาย ในการ บ่มเพาะ เยาวชนเข้าสู่ขบวนการแบ่งแยกดินแดน

เพราะชาวบ้าน (ไทยพุทธ) เชื่อมานานแล้วว่า ปอเนาะ ตาดีกา โรงเรียนสอนศาสนา ส่วนหนึ่งเป็นที่สร้างโจร และโจรเหล่านั้นคือผู้ที่ก่อการร้ายในพื้นที่เพื่อการแบ่งแยกดินแดน หลากหลายความเห็นของชาวบ้าน จึงต้องการให้ฝ่ายความมั่นคงจัดการขั้นเด็ดขาดกับสถานศึกษาเหล่านี้

ประเด็นที่สองที่ตามมาคือ การตั้งคำถามจากชาวบ้านด้วยความสงสัย ความไม่รู้ในเรื่องของความมั่นคงว่า ทำไมหน่วยงานความมั่นคงจึงยังปล่อยให้ ปอเนาะ ตาดีกา และโรงเรียนสอนศาสนา ยังเป็นที่บ่มเพาะ สร้างโจร ทั้งที่ ไฟใต้ ที่เกิดขึ้นย่างเข้าปีที่ 15

เป็น 15 ปีที่รัฐใช้เงินภาษีของประชาชนเพื่อ ดับไฟใต้ ไปแล้วหลายแสนล้าน อย่างน้อยปีละ 20,000 ล้าน แต่ทำไมแค่การควบคุม ปอเนาะ ตาดีกา และโรงเรียนสอนศาสนา ซึ่งไม่ได้ตั้งอยู่ในป่าเขา จึงทำไม่สำเร็จ ดังนั้นในประเด็นความรู้สึกของคนในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไทยพุทธ จึงพุ่งเป้าไปยังหน่วยงานความมั่นคงว่า 15 ปีที่ผ่านมา จริงจังแค่ไหนกับการดับไฟใต้ ดังนั้นหน่วยงานความมั่นคงจึงรู้สึกไม่พอใจกับความรู้สึก และความเข้าใจของชาวบ้าน ที่เคลื่อนไหวผ่าน แอปพลิเคชัน ต่างๆ ในโลกของการสื่อสารไร้พรมแดน

ส่วนในความรู้สึกของ สื่อ ที่นำเสนอข่าวนี้อย่าง ครึกโครม นั้น ประการแรก จริงหรือไม่ที่โรงเรียนสอนศาสนายังเป็นแหล่งบ่มเพาะเยาวชนเข้าสู่ขบวนการก่อการร้าย และแบ่งแยกดินแดน ประการที่ 2 ผู้ที่ถูกจับกุมส่วนหนึ่งเป็นคน ต่างชาติ มีที่มาที่ไปอย่างไร และประการที่ 3 เรื่อง ทหารเด็ก เรื่อง ทหารต่างชาติ กำลังเข้ามามีส่วนในการก่อการร้ายใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วหรือ

  ไฟใต้ ปีที่ 15 กำลังจะถูกยกระดับ เพื่อให้เป็นเงื่อนไขในการนำไปสู่ อาร์ม คอนฟิกซ์ ตามที่ฝ่ายความมั่นคงหวาดหวั่น หรือวันนี้เงื่อนไขของ ไฟใต้ กำลังจะเป็นไปตาม เกมของ บีอาร์เอ็น จริงๆ

ส่วนในประเด็นที่ 15 ปีแล้ว ทำไมหน่วยงานความมั่นคงยังจัดการกับ ตาดีกา ปอเนาะ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาไม่สำเร็จนั้น สื่อ ที่เกาะติดพื้นที่ไม่แปลกใจ เพราะเห็นชัดถึง บริบท ในการ ดับไฟใต้ ที่ใช้ยุทธวิธีถีบๆ ถอยๆ เพราะติดกับในเรื่องกลัวการยกระดับบีอาร์เอ็น และกลัวการเกิดขึ้นของ อาร์ม คอนฟิกซ์ จนเชื่อว่า ต่อให้เข้าสู่ปีที่ 16-17 ไฟใต้ก็ยังเป็นอยู่ในรูปนี้

ในส่วนของบีอาร์เอ็น เรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 4 จังหวัด ล้วนแต่มีอีกด้านที่ถูกใช้เป็นประโยชน์ในการปลุกระดม หรือที่ ไอโอ เพื่อสร้างความแตกแยกในหมู่คนในพื้นที่ เพื่อสร้างความโกรธ เกลียด หวาดระแวง ระหว่างคนไทยพุทธและมุสลิม เพื่อให้สังคมในพื้นที่เป็นสังคมเชิงเดี่ยวให้มากที่สุด

   ในขณะเดียวกันก็ให้คนมุสลิมในพื้นที่เข้าใจผิด โกรธ เกลียด เจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบางด้านมาปลุกระดมบ่มเพาะ เช่น ถามว่า เวลา อิหม่าม หรือผู้นำศาสนาอิสลามถูกกระทำ ไม่เห็นมีพระไปแสดงความเสียใจ ไม่เห็นเจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญ เหมือนกับการที่พระหรือไทยพุทธถูกกระทำ

นำเอาแง่มุมบางด้านในการตรวจค้นปอเนาะมัดรอสาตูลฟาละห์ ในแง่ของกฎหมายมาถาม เช่น การออกกำลังกายกลางคืนมีกฎหมายข้อไหนห้าม ทำไมจึงต้องใช้วิธีการจับกุมแบบจับอาชญากร ทั้งที่ความผิดไม่ชัดเจน ไม่มีการขัดขืนต่อสู้ และทำไมจึงได้ทำการแพร่ภาพที่เกิดขึ้นสู่สาธารณะ

    ทั้งหมดที่ฝ่าย โจร หรือ ไอโอ ของขบวนการบีอาร์เอ็นใช้คือ ต่อให้การ สื่อ ให้มวลชนของฝ่ายตน และคนมุสลิมในพื้นที่เห็นว่ารัฐไทยยังมีความเป็นสองมาตรฐาน และรัฐไทยยังมีอคติ อยุติธรรม ต่อคนมุสลิม นี่ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งของบีอาร์เอ็นที่ต้องการให้เกิด สั่งคมเชิงเดี่ยว ในฝ่ายของ มุสลิม ในพื้นที่

หรือแม้กระทั่งการที่ แนวร่วม บีอาร์เอ็น นำเอาประวัติของ พ.อ.สมคิด คงแข็ง ผู้นำหน่วยทหารพรานในปฏิบัติการครั้งนี้ ก็คือต้องการใช้ ไอโอ ให้เกิดความเสียหาย ให้คนมุสลิมเห็นว่า เป็นนายทหารที่นิยมความรุนแรง ซึ่งไม่เหมาะสมกับพื้นที่ที่ถูกอ้างว่า อ่อนไหว เหตุผลคือ บีอาร์เอ็นต้องการที่จะให้นายทหารแบบ พ.อ.สมคิด ออกจากพื้นที่

  ในขณะที่คนไทยพุทธชื่นชม ต้องการที่จะให้มีนายทหารที่ถูกเรียกว่า สายแข็ง อย่าง พ.อ.สมคิดอยู่ในพื้นที่ และต้องการทหาร สายแข็ง ให้มีมาก เพื่อที่จะ จัดการ กับแหล่งซ่องสุมที่ใช้เพื่อ บ่มเพาะ เยาวชนเข้าสู่ขบวนการแบ่งแยกดินแดน

ซึ่งโดยข้อเท็จจริง นายทหาร สายแข็ง อย่าง พ.อ.สมคิด ยังมีความเหมาะสม มีความจำเป็นต่อสถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพียงแต่จะต้องเป็นภารกิจที่จำเป็น และพื้นที่ซึ่งต้องใช้ความเด็ดขาดในการปฏิบัติการ เพราะบางเรื่อง บางกรณีของจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐศาสตร์ และนิติธรรม อย่างเดียวใช้ไม่ได้ผล

  สุดท้ายในมุมมองของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งมองเพียงมิติเดียว เห็นว่าการนำเสนอข่าว-ภาพของ สื่อ และของชาวบ้าน เป็นปัญหา เป็นเหตุให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปทำ ไอโอ สร้างความเสียหายในวงกว้าง ต้องเหนื่อยหน่ายกับการ ตามล้างตามเช็ด เพื่อ แก้ข่าว ที่เกิดขึ้น จำเลย ในความรู้สึกของฝ่ายความมั่นคงคือ สื่อ และชาวบ้านที่ แชร์ ภาพ-ข่าว และจัดการกับเจ้าหน้าที่ผู้ทำให้ภาพ-ข่าวที่แพร่ไปยัง โซเชียล โดยไม่ได้มองภาพในทุก มิติ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้เห็นว่าสาเหตุของความล้มเหลวในการดับ ไฟใต้ แค่จัดการกับแหล่งบ่มเพาะที่เป็น ปอเนาะ ตาดีกา และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาจึงไม่สำเร็จ

สรุปโดยรวม ไฟใต้ ย่างเข้าปีที่ 15 เหตุการณ์กำลังกลับเข้าสู่วงจรเดิมๆ เหมือนกับปี 2548-50 เรื่องสงครามศาสนายังห่างไกลจากความจริง แต่ถ้าหน่วยงานความมั่นคงยังคง ต้วมเตี้ยม อย่างที่เห็น สงคราม เชื้อชาติ คงอยู่ไม่ไกล.

                                                                      เมือง ไม้ขม รายงาน


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว