'มัฐธิณี' สาวอุดรฯ ฟันธง ปชป.ให้โอกาส-นโยบายทำได้จริงเข้าถึงง่าย


   

        กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และผลงานเขียนชิ้นหนึ่งเปลี่ยนชีวิตของ “มัฐธิณี มูลทิพย์” สาวกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ให้วันนี้เธอได้ยืนอยู่ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 52 ของพรรคประชาธิปัตย์

        “มัฐ” มัฐธิณี สาวแดนอีสานในครอบครัวยากจน พ่อประกอบอาชีพขับรถสามล้อรับจ้าง แม่มีอาชีพค้าขาย ฝันทางการศึกษาของเธอต้องการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญา แต่เพราะครอบครัวมีรายได้น้อย จึงไปไกลได้เพียงมัธยมศึกษาตอนปลาย

        ทว่า ด้วย กยศ.ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ กลับทำให้ “มัฐ” ได้เรียนต่อและคว้าใบปริญญาในคณะวิทยาการจัดการ สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

        “หนูเป็นคนต่างจังหวัด นโยบายของพรรคเข้าถึงจริงๆ ครอบครัวมัฐไม่ได้ร่ำรวย แต่นโยบาย กยศ.นี้ให้โอกาสเรา จากเด็กที่ไม่ได้เรียนต่อทำให้ได้จบปริญญา เพราะสมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษา แม่ไม่มีเงินจะส่งให้เรียนมหาวิทยาลัย แต่ในใจเราอยากเรียนให้ได้ปริญญาตรี ซึ่งโครงการ กยศ.เข้ามา และเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เราจริงๆ” เธอเล่าย้อนขณะสอบประวัติส่วนตัว

        ถามต่อถึงที่มาที่ไป จุดเชื่อมโยงว่ากลายเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของประชาธิปัตย์ได้อย่างไร เธอบอกว่า เริ่มต้นจากการส่งบทความชิ้นหนึ่งเข้าร่วมประกวดในโครงการ “คิดสร้างชาติ” ของสถาบันออกแบบประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้มูลนิธิควง อภัยวงศ์ ซึ่งในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค และมีนายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นเลขาธิการพรรค พรรคได้ตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาขึ้น เพราะต้องการเปลี่ยนพรรคจริงๆ ดังนั้นทางมูลนิธิจึงได้จัดโครงการ “คิดสร้างชาติ” เพื่อเปิดรับฟังเสียงจากทั่วประเทศขึ้น โดยได้รับเสียงตอบรับดี มีคนส่งเนื้อหาเข้าสู่โครงการจำนวนมาก และเราก็ได้เข้ารอบด้วย

        มัฐกล่าวว่า มาทราบภายหลังว่างานเขียนของเราสะดุดตากรรมการ เพราะนำเสนอความคิดที่แตกต่างจนกรรมการคาดไม่ถึง โดยมองเห็นปัญหาประเทศและมีทางออกให้กับปัญหานั้น นอกจากนี้ คณะกรรมการและผู้ใหญ่ในพรรคเห็นว่างานเขียนที่ส่งประกวด ทำให้เขาสรุปได้ว่าการแก้ไขความเหลื่อมล้ำของประเทศ ต้องแก้ด้วยสวัสดิการที่ดี จากนั้นพรรคก็ดึงตัวเรามาช่วยงานในด้านการวิจัยและพัฒนานโยบายตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมา

        ผู้ใหญ่ให้เราลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้านต่างๆ และปัญหาความเหลื่อมล้ำของภาคอีสานมารายงาน เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริงของคนอีสานแบบมุมมองคนอีสานเอง ไม่ใช่แบบคนเมืองมอง และคิดเป็นนโยบายของประชาธิปัตย์

        เมื่อโยนคำถามว่า ส่วนใหญ่ชาวอีสานจะชื่นชอบบางพรรคการเมือง แต่อะไรที่ทำให้ครอบครัวมูลทิพย์เลือกอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ “มัฐธิณี” ระบุว่า ครอบครัวของมัฐชื่นชอบประชาธิปัตย์ตั้งแต่รุ่นคุณย่า เพราะชอบนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ 300 บาท ของรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ส่วนในรุ่นคุณพ่อนั้น เป็นคนที่ติดตามข้อมูลข่าวสารการเมืองค่อนข้างมาก ศึกษา อ่านด้วยตัวเอง จนรู้ว่านโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ เป็นดี ไม่ดี อย่างไร จนกระทั่งรุ่นของมัฐได้รับประโยชน์จากโครงการ กยศ. ซึ่งพรรคทำไว้โดยตรง เป็นโครงการที่ให้โอกาสเราจริงๆ ทำให้เราเรียนจบปริญญาตรี

        “ไม่ได้มีใครบอกให้ชอบพรรคประชาธิปัตย์ เราก็มีความคิดของเรา เพราะเรารู้สึกได้รับโอกาสจากพรรคนี้ แม้จะฐานะยากจน อยากจะบอกว่าเข้ามาพรรคได้ง่าย เข้าถึงง่าย นโยบายเข้าถึงคนจนจริงๆ และดูแลทุกคนไม่เคยทิ้งใคร” พร้อมขยายความว่า ในเวลาที่เราอยู่ในทีมคิดนโยบาย ท่านหัวหน้าพรรคย้ำอยู่เสมอว่า นโยบายต่างๆ ต้องมีประโยชน์กับคนทุกกลุ่มและปฏิบัติได้จริง กระบวนการตามกฎหมายต้องทำได้จริงและไม่เป็นภาระงบประมาณแผ่นดินมากเกินไป และกว่าจะออกมาเป็นนโยบายสู่ประชาชนต้องกลั่นกรองจนตกผลึก

        นอกจากนี้มัฐยังบอกเพิ่มเติมว่า พรรคขอเชื้อเชิญให้ชาวอีสานเข้ามาลอง และช่องทางการเข้าถึงอาจจะง่ายกว่าพรรคอื่นๆ ก็ได้ เสนอความคิดเข้ามา เพราะเราไม่ได้ตั้งธงอะไรเลย เราอิสระมาก สายตาคนภายนอกอาจมองพรรคประชาธิปัตย์ คือ พรรคอนุรักษนิยม และเต็มไปด้วยทายาทนักการเมือง ซึ่งความจริงสิ่งที่คนมองเห็นในพรรคประชาธิปัตย์เป็นเพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 70 เปอร์เซ็นต์ คือคนที่ทำงานเบื้องหลังทั้งหมด และเรามีคนจากทั่วประเทศที่ทยอยหมุนเวียนเข้าสู่การเมือง

        เธอระบุด้วยว่า สำหรับหลายคนที่มองว่าคนอีสานคือเสื้อแดงทั้งหมด ตอบว่าไม่ใช่ เพียงแต่ว่าคนที่แสดงออกในอีสาน ซึ่งมีไม่เยอะเป็นเสื้อแดงต่างหาก ขณะเดียวกันเราขาดบุคคลที่จะแสดงออกทางการเมืองที่เป็นประชาธิปัตย์ในพื้นที่ และไม่ได้แปลว่าคนในพื้นที่ที่ชอบประชาธิปัตย์จะไม่มี เพียงแต่ไม่ได้แสดงออก

        มัฐทิ้งท้ายความตั้งใจของเธอบนเส้นทางการเมืองที่ปักหลักลงฐานกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตั้งใจจะใช้นโยบายประกันรายได้ของพรรคแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ให้ได้ โดยเริ่มจากการปิดช่องว่างให้กับราคาผลผลิตของเกษตรกร เพราะทราบดีว่าชาวอีสานไม่ได้อยากจะจากบ้านเกิดเข้ากรุงเทพมหานครมาทำงาน เพราะรู้ว่าชีวิตกรุงเทพฯ ไม่ได้สบายอย่างที่คิดไว้.

 

ชื่อ มัฐธิณี นามสกุล มูลทิพย์ ชื่อเล่น มัฐ

เกิดวันที่ 16 ตุลาคม 2533 ปัจจุบันอายุ 28 ปี

การศึกษา ระดับปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

 

ประสบการณ์ทำงาน

- เยาวชนในโครงการ "คิดสร้างชาติ" สถาบันออกแบบประเทศไทย ภายใต้มูลนิธิควง อภัยวงศ์

- ทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ ด้านวิจัยและพัฒนานโยบายของพรรค


พลุ่งพล่านกันเหลือเกินว่า "ขั้วไหน" จะได้เป็นรัฐบาล และ "ใคร" จะได้เป็นนายกฯ?ฉะนั้น.......วันนี้ เรามาขยี้ให้สิ้นประเด็นสงสัยกันไปซักทีดูการเมือง ก็เหมือนดูกีฬา สิ่งแรกต้องรู้คือ "กฎ-กติกา" ถ้าไม่รู้ เชียร์สะเปะ-สะปะ นอกจากทุเรศแล้ว 

จงเชื่อเส้นทางประชาชนกำหนด
สัญญาณ 'เปลี่ยนยุค' ประเทศ
ขอให้โชคดี 'ประเทศไทย'
สุดท้าย.."ใครจะเป็นนายกฯ"
มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป