ฮาวาย: อายุต่ำกว่า 100 ห้ามซื้อบุหรี่!


   

     ถ้าประเทศไทยเราคิดจะยุติโรคร้ายที่เกิดจากการสูบบุหรี่ต้องศึกษาวิธีของฮาวายครับ

    เขากำลังร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อห้ามคนอายุต่ำกว่า 100 ปีซื้อบุหรี่ภายในปี 2024 ซึ่งก็เท่ากับจะไม่มีการซื้อการขายบุหรี่จากนี้ไปอีก 5 ปี
    รัฐฮาวายของสหรัฐฯ มีกฎหมายที่ควบคุมเรื่องบุหรี่เข้มข้นที่สุดในโลก
    เมื่อปี 2016 ฮาวายเป็นรัฐแรกที่ออกกฎหมายให้คนอายุ 21 ปีขึ้นไปเท่านั้นที่จะซื้อบุหรี่ได้
    ร่างกฎหมายใหม่ที่กำลังเป็นข่าวตอนนี้ ระบุให้ขยับอายุที่ชาวฮาวายจะซื้อบุหรี่ได้เป็น 30 ปีในปีหน้า และต่อจากนั้นไปทุกปีจะให้ปรับอายุเป็น 40, 50 และ 60
    และท้ายที่สุดในปี 2024 จะห้ามใครก็ตามที่มีอายุต่ำกว่า 100 ปีซื้อหาบุหรี่มาสูบอีกต่อไป
    ใครมีอายุเกิน 100 จะยังพ่นควันบุหรี่และพร้อมจะเสี่ยงไปกับมะเร็งก็ตามใจ แต่หากอายุ 99 ปีก็ยังห้ามอยู่
    เขาดูแลสุขภาพกันอย่างจริงจังด้วยการบังคับใช้กกฎหมาย
    รัฐต่างๆ ในอเมริกานั้น เมื่อออกกฎหมายเกี่ยวกับการห้ามคนวัยต่ำกว่าข้อกำหนดซื้อหาอบายมุขและสิ่งเสพติด เขาบังคับใช้กฎหมายกันอย่างจริงจัง
    ใครไปอเมริกา เข้าร้านอาหารหรือโรงแรมสั่งเบียร์หรือแอลกอฮอล์ เขาจะถามหาเอกสารยืนยันอายุว่าเกิน 18 หรือ 20 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับกฎหมายของรัฐนั้นๆ
    แน่นอนว่าเมื่อรัฐฮาวายเตรียมออกกฎหมายเรื่อง "อายุ 100 จึงซื้อบุหรี่ได้" คงจะเป็นประเด็นถกแถลงกันอย่างกว้างขวางในอเมริกาเอง
    เพราะธุรกิจที่โยงใยกับบุหรี่มีอิทธิพลไม่น้อย ผลประโยชน์ทางธุรกิจมหาศาล รายได้จากภาษีก็ไม่น้อย จึงต้องอาศัยความกล้าหาญทางการเมืองและสังคมมากๆ จึงจะสามารถออกกฎอย่างนี้มาเพื่อปกป้องรักษาสุขภาพของผู้คนในรัฐนั้นๆ ได้
    หากร่างกฎหมายนี้ผ่านสภาของรัฐก็แปลว่า ภายใน 5 ปีร้านรวงทั้งหลายก็จะไม่สามารถวางบุหรี่ขายในร้านได้ ยกเว้นบุหรี่ไฟฟ้าและซิการ์
    แต่นักท่องเที่ยวยังสามารถเอาบุหรี่เข้าประเทศได้ เพราะฮาวายเป็นรัฐที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวอย่างสูง
    แต่หากผ่านกฎหมายนี้ออกมาใช้ ท่านผู้อาวุโสวัย 100 ปีขึ้นไปก็ยังมีเสรีภาพที่จะหาซื้อบุหรี่มาพ่นควันได้...ถ้าหาซื้อได้นะ
    ส.ส.ริชาร์ด ครีแกนเป็นคนผลักดันร่างกฎหมายนี้ ยอมรับว่ามีเสียงคัดค้านจากบางฝ่ายในสภาของรัฐ แต่ยืนยันว่านักกฎหมายต่างยืนยันตรงกันว่าร่างกฎหมายนี้ไม่ได้ผิดหลักการนิติบัญญัติแต่อย่างไร
    เสียงค้านอาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับการผ่านกฎหมายฉบับนี้ แต่ ส.ส.คนนี้บอกว่าจะพยายามผลักดันให้ผ่านให้ได้ "เพราะมันคือทางเดียวที่จะแก้ปัญหาอันตรายอันเกิดจากบุหรี่ได้อย่างเบ็ดเสร็จเสียที"
    เขายอมรับว่ารัฐอื่นๆ ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่อาจจะต้องเจอกับอุปสรรคหนักหน่วงกว่ารัฐที่เป็นเกาะอย่างฮาวายในเรื่องเดียวกันนี้
    ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าถ้าหากรัฐข้างเคียงยังขายบุหรี่อย่างเสรีอยู่ รัฐใดที่พยายามจะเดินหน้าออกกฎหมายอย่างนี้ก็คงจะเจอปัญหาในทางปฏิบัติพอสมควร
    แต่ฮาวายเป็นเกาะ ไม่มีสิ่งแวดล้อมรอบด้านที่จะเป็นปัญหา จึงต้องการจะริเริ่มมาตรการเด็ดขาดนี้เพื่อให้เห็นเป็นตัวอย่างแก่รัฐอื่นๆ
    และประเทศต่างๆ ทั่วโลกก็อาจจะนำไปใช้เป็นข้ออ้างเป็นตัวอย่างในการผลักดันกฎหมายทำนองเดียวกัน เพื่อทำให้ประชากรลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายทั้งหลายทั้งปวงอันเกิดจากการสูบบุหรี่
    แรงต่อต้านที่หนักหน่วงที่สุดก็คงจะมาจากอุตสาหกรรยาสูบและบุหรี่ เพราะหากกฎหมายนี้ผ่านก็จะมีผลกระทบต่อพวกเขาอย่างรุนแรง
    "เรารู้ว่าบุหรี่ทำให้คนป่วยและตาย หากเราไม่ทำอะไรที่ชัดเจนก็เท่ากับเราไม่รับผิดชอบ" ส.ส.คนนี้บอกนักข่าว
    ความจริงรัฐบาลกลางสหรัฐฯ กำหนดห้ามขายบุหรี่ให้คนอายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่แล้ว
    วิธีการที่จะให้ทุกรัฐในสหรัฐฯ ทำตามกฎข้อนี้คือ การระงับเงินช่วยเหลือ FEMA ต่อรัฐที่ไม่ทำตาม
    ณ วันนี้รัฐส่วนใหญ่ยังอนุญาตให้คนอายุเกิน 18 ปีซื้อบุหรี่ได้ แต่มี 4 รัฐเท่านั้นที่ปรับอายุห้ามขึ้นไปเป็น 19 ปี
    ดังนั้น รัฐฮาวายจึงถือเป็นข้อยกเว้นที่พยายามจะพิสูจน์ว่าการดูแลสุขภาพประชากรของตนสำคัญกว่ารายได้ภาษีจากยาสูบ
    ฮาวายมีรายได้จากภาษีบุหรี่ปีละประมาณ 100 ล้านเหรียญ หรือ 3,200 ล้านบาท แต่ผู้แทนของประชาชนกลุ่มนี้ยืนยันว่าหากไม่มีมาตรการเด็ดขาด รัฐนี้ก็จะต้องกลายเป็น "ทาส" ของยาสูบ 
    การทยอยเพิ่มอายุของคนที่มีสิทธิ์ซื้อบุหรี่ได้จนถึง 2024 ก็เพื่อจะค่อยๆ ลดผลกระทบที่จะเกิดจากรายได้จากภาษีบุหรี่ที่หายไป
    หากยกเอาผลวิจัยเรื่องอันตรายจากการสูบบุหรี่ต่อประชาชนแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามาตรการทางกฎหมายเช่นว่านี้ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง
    แต่ความกล้าหาญทางการเมืองและ "วิสัยทัศน์" ของผู้นำเท่านั้นที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่หาญกล้าเช่นนี้
    คุณคิดว่าจะมีผู้นำไทยชุดไหนกล้าขนาดนี้ไหม? 


นายสุวิทย์ เมษินทรีย์.... รัฐมนตรีว่าการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.)

เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'
บ้านเมือง 'คนละเรื่องเดียวกัน'