ซูเปอร์โพลเผยมีเพียง 7.4% ที่อยากได้ทหารเป็นนายกฯ เผยสเปคต้องการคนแก้ปัญหาปากท้อง


   

 

16 ก.พ. 2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง นายกรัฐมนตรี ที่ประชาชนต้องการ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,093 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 1 – 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พบว่า

ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.4 ติดตามข่าวสารบ่อย ๆ ในขณะที่ร้อยละ 30.5 ไม่บ่อย และร้อยละ 3.1 ไม่ได้ติดตามเลย เมื่อถามถึงวันเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.7 รู้ว่าเป็นวันที่ 24 มีนาคมนี้ ในขณะที่ร้อยละ 13.3 ไม่รู้ ไม่ทราบ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.2 ระบุตั้งใจจะไปเลือกตั้งแน่นอน ในขณะที่ ร้อยละ 27.8 ไม่แน่ ไม่ไป 

ที่น่าสนใจคือ นายกรัฐมนตรีแบบไหนที่ประชาชนต้องการ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.1 ระบุเป็นคนเก่ง แก้ปัญหาปากท้องได้ ร้อยละ 8.3 ระบุเป็นนักการเมือง ร้อยละ 7.4 ระบุเป็น ทหาร ร้อยละ 3.2 ระบุเป็นนักวิชาการ ร้อยละ 2.7 เท่านั้นระบุเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง และเพียงร้อยละ 0.9 ระบุเป็นนักกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เกิน 1 ใน 5 หรือร้อยละ 21.4 ระบุ เป็นใครก็ได้ ยังไม่รู้ เบื่อการเมือง ไม่มีใครจริงใจ ได้แต่สร้างภาพ เบื่อพวกสร้างภาพ ไม่ต้องการใครเลย ใครเป็นก็ไม่มีผล ต้องแก้ปัญหาเดือดร้อนด้วยตัวเองอยู่ดี เป็นต้น

ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่จะไปเลือกตั้งครั้งนี้อย่างแน่นอน และกำลังหาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ต้องการมาแก้ปัญหาปากท้องเดือดร้อนของประชาชนมีนโยบายจับต้องได้ ในขณะที่ภาพความต้องการที่น้อยที่สุดคือนายกรัฐมนตรีที่เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและเป็นนักกฎหมาย และที่น่าเป็นห่วงคือ ผลวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ พบว่า ประชาชนกว่า 1 ใน 5 ที่ยังไม่มีภาพนายกรัฐมนตรีในใจเพราะเบื่อการเมือง ไม่มีใครจริงใจ มัวแต่สร้างภาพ ไม่ต้องการใคร เพราะทุกวันนี้ต้องแก้ปัญหาเดือดร้อนด้วยตนเอง


"บัดนี้.......... การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช ๒๕๖๒

"ธนาธร"กับ"กฎหมายปิยบุตร"
จากหุ้นถึง 'เงินกู้' ธนาธร
ความคิด 'ส่วนเกิน' ประชาธิปัตย์
ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก