14ก.พ.ให้บอกรักตายาย-ใช้โอกาสขออภัย


   

    เทศกาลวาเลนไทน์ นอกจากวัยหนุ่มสาวจะเลือกอยู่กับเพื่อนหรือคนที่รัก ยังถือเป็นโอกาสอันดีในการมอบไออุ่นให้กับคุณพ่อคุณแม่และปู่ย่าตาทวดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะหากลูกๆ หลานๆ หากกำลังงอนกับบุพการี ก็สามารถใช้วันแห่งความรักชำระล้างความขุ่นเคือง และมอบความรักให้กับผู้มีพระคุณ ตลอดจนญาติผู้ใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการเติมเต็มความผูกพันในครอบครัวได้

(อาจารย์ณรงค์ เทียมเมฆ)
    อาจารย์ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิจาก สสส. มีข้อมูลมาแนะนำว่า “อันที่จริงแล้วเทศกาลวาเลนไทน์ถือเป็นการแสดงออกถึงความรักที่ไม่ได้จำกัด เพราะเราสามารถมอบความรักให้กับผู้ที่เคารพ ไม่ว่าจะเป็นบุพการีที่ให้กำเนิดเรา ทั้งพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ที่นับถือ ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า ตัวของลูกหลานนั้นเปรียบเสมือนวงกลม หรือเป็นศูนย์กลางที่สามารถมีสัมพันธภาพกับคนทุกกลุ่มทุกวัย ดังนั้นความรักจึงเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน จากนั้นก็ส่งมอบให้คู่สมรส ลูก พ่อแม่ กระทั่งญาติผู้ใหญ่ เพื่อนร่วมงาน ดังนั้นในช่วงวันที่ 14 ก.พ.ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นโอกาสอันดีที่จะบอกเลิกความชังใครต่อใคร หรือเป็นการหยุดความรู้สึกที่ไม่ดีไปสู่ผู้อื่น แต่ให้ใช้วันดังกล่าวชำระล้างใจที่ไม่มีความสุข โดยเปลี่ยนเป็นการมอบความปรารถนาดี ตลอดจนความเมตตาต่อกัน หากว่าบุคคลผู้นั้นมีอายุน้อยกว่าเรา 

(หากลูกหลานไม่สามารถเดินทางไปเยี่ยมผู้สูงอายุได้ สามารถบอกรักผ่านแอปพลิเคชันไลน์)


    แต่ถ้าเป็นการมอบความรักให้กับผู้สูงวัยนั้น ลูกหลานสามารถบอกความรู้สึกดีๆ ผ่านโลกออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก และแอปพลิเคชันไลน์ โดยการตั้งค่าให้เป็นสาธารณะ หรือจะโทรศัพท์ไปหาคุณตาคุณยาย เนื่องจากช่วงวาเลนไทน์ปีนี้ตรงกับวันทำงานกลางสัปดาห์ แต่ถ้าลูกหลานคนไหนที่มีเวลาว่างก็แนะนำให้ไปกราบเท้าบุพการีเพื่อขอโทษในสิ่งที่ขุ่นข้องหมองใจ หรือเคยทะเลาะกันมาก่อน ประกอบกับผู้สูงวัยมีความให้อภัยสูง เพียงแค่ลูกหลานมาหา มาเยี่ยม มากอดหอม มาสวัสดี หรือชวนครอบครัวมารับประทานอาหารฝีมือคุณตาคุณยาย เท่านี้จิตใจของท่านก็แช่มชื่นแล้ว จึงกล่าวได้ว่า 14 ก.พ.ไม่เพียงเป็นวันแห่งการเริ่มต้นในการส่งความรักและสิ่งดีๆ ไปให้ผู้ที่อยู่รอบตัวเราแล้ว แต่นั่นถือเป็นการส่งความรู้สึกด้านบวกที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อไปให้คนที่รักได้เช่นเดียวกัน”

(กมลชนก แดขุนทด)


    ขณะที่ น้องเมย์-กมลชนก แดขุนทด นักเรียนชั้น ม.3 รร.สตรีศรีสุริโยทัย บอกว่า “ปกติแล้วช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ เมย์ก็จะไปหาและคุยกับยาย และถามว่าอยากได้อะไร อยากกินอะไร เพราะตอนนี้คุณยายอยู่คนเดียว และท่านมักจะรู้สึกเหงา บางครั้งก็พายายไปเดิน ศูนย์การค้าเอเชียทีคใกล้ๆ บ้าน หรือบางทีก็พาไปเดินห้างดิโอลด์สยาม เพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้าและหาอาหารอร่อยกินกัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เพื่อนๆ หันมาดูแลผู้ใหญ่ ไปหา ไปกอดท่าน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ เพราะทุกๆ วันเราก็มักจะอยู่กับเพื่อนหรือแฟนอยู่แล้ว ก็อยากให้ใช้วันที่ 14 ก.พ.เพื่อมอบความรักให้กับคนสูงวัยที่เลี้ยงดูเรามาค่ะ และไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำค่ะ”

(พรทิพย์ แสงไสย)


    ปิดท้ายกันที่ น้องตาล-พรทิพย์ แสงไสย นักเรียนชั้น 3 รร.สตรีศรีสุริโยทัย ให้มุมมองว่า “ตาลคิดว่าเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่ก็อยู่กับเพื่อนเกือบทุกวัน วันละหลายชั่วโมง ถ้าจะให้ดี วาเลนไทน์ที่จะมาถึงนี้ลองเปลี่ยนมาหาคุณตาคุณยาย หรือชวนท่านไปเดินสวนลุมฯ เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ หรือไปที่ไหนก็ได้ที่ท่านสบายใจ เช่น ไปทำบุญที่วัด หรือพาท่านไปเยี่ยมญาติ ก็เป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจค่ะ เพราะตาลเชื่อว่าลึกๆ แล้ว ปู่ย่าตายายหรือแม้แต่พ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรา ก็คงต้องอยากให้มีสักวันที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน โดยเฉพาะ 14 ก.พ.ที่ไม่จำกัดแค่ความรักของหนุ่มสาวค่ะ”.


"ตัวอะไรเอ่ย........... หางอยู่ไทย หัวไปส่ายอยู่นอกประเทศ?" ไม่ใช่หัวเดียวนะ แต่ "ทีเดียว ๒ หัว" เลย

ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร