ครูชร.บุกทำเนียบ จี้นายกสางทุจริต โอดถูกขู่คุกคาม!


   


     โกงเงินคนจนโผล่อีก! ครูโรงเรียนจังหวัดเชียงรายบุกทำเนียบฯ ร้องนายกฯ เร่งสางปมการใช้งบโรงเรียนไม่โปร่งใส ทั้งงบยากจน อาหารกลางวัน ร้องเรียนไปแล้ว 16 เรื่อง โอดถูกข่มขู่ให้ถอน-คดีล่าช้า-การตรวจสอบไม่เป็นกลาง วงเสวนาต้านคอร์รัปชัน 4.0 ชี้ดัชนีคอร์รัปชันไทยยังสอบตก ทำให้ไม่ก้าวไปสู่ประเทศพัฒนาเสียที
     เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. ทำเนียบรัฐบาล นางกาหลง จบศรี ข้าราชการครูโรงเรียนไตรมิตรวิทยา อ.เวียงแก่ง จ.เชียงราย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อทวงถาม ติดตาม เร่งรัดผลการตรวจสอบการใช้งบประมาณของโรงเรียนไตรมิตรวิทยา ในสังกัด สพป.ชร. 4 และตรวจสอบการบริหารงานของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่รัฐ
    โดยนางกาหลงระบุว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ร้องเรียนเรื่องการใช้งบที่อาจไม่โปร่งใสไปยังต้นสังกัด แต่กลับได้รับแจ้งให้ถอดถอนเรื่อง และดำเนินการตรวจสอบอย่างล่าช้า อีกทั้งกลุ่มนิติกรและผู้บริหารได้ใช้อำนาจหน้าที่ในการโน้มน้าวให้คณะผู้ร้องเรียนถอดถอนเรื่อง ประกอบกับผู้บริหารในพื้นที่ไม่มีความเป็นกลางในการตรวจสอบและการเรียกร้องงบประมาณคืนกลับมาให้เด็กนักเรียนตามนโยบายของรัฐบาล อาทิ งบยากจนของเด็ก งบอาหารกลางวัน งบสิ่งปลูกสร้างและซ่อมแซมในโรงเรียน ฯลฯ 
    นางกาหลงระบุว่า มีเรื่องงบประมาณที่ตนได้ร้องเรียนไปทั้งหมด 16 เรื่อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 3 เรื่อง ส่วนอีก 13 เรื่องนั้น ตนได้ร้องขอให้หน่วยงานระดับสูงภายในจังหวัดตรวจสอบ แต่ได้รับหนังสือตอบกลับมาว่าไม่มีอำนาจตรวจสอบ ต้องให้ต้นสังกัดตรวจสอบเท่านั้น อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่ตนเดินหน้าร้องเรียนภายในจังหวัด ตนได้ถูกคุกคามและกลั่นแกล้งตลอดเวลา
    ครูโรงเรียนไตรมิตรวิทยากล่าวว่า วันนี้ตนจึงมาเพื่อขอให้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในการประพฤติมิชอบและไม่วางตัวเป็นกลาง ไม่มีความเที่ยงธรรมแก่ผู้ร้อง ซึ่งเป็นการเรียกร้องสิทธิให้แก่เด็กนักเรียน โดยขอให้เร่งรัดตรวจสอบ 1.การบริหารงบประมาณเงินยากจนเด็ก และงบบัญชีนอกอื่นๆ ของโรงเรียนนอกเหนือจากเรื่องที่ ป.ป.ช.รับไป ซึ่งปัจจุบันงบประมาณครูการเงินและพัสดุกลับมาทำระบบเดิม โดยใช้เพียงกลุ่มพรรคพวกตนเองในการทำเอกสารและตรวจรับกันเอง การคัดกรองเด็กยากจนยังมีระบบการดำเนินงานที่ไม่ชัดเจน
    2.ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมการใช้อำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบของนิติกร และ ผอ.เขตพื้นที่เชียงรายเขต 4 และกลุ่มครูในโรงเรียนที่มีพฤติกรรมข่มขู่และใช้คำพูดในการโน้มน้าวผู้ร้องให้ถอดถอนเรื่อง และทำตัวไม่เป็นกลางในการตรวจสอบ อีกทั้งมีพฤติกรรมข่มขู่ผู้ร้องและเด็กนักเรียน 3.ขอให้ดูกรอบและอำนาจหน้าที่การตรวจสอบการใช้งบประมาณของ สพฐ.และกระทรวงศึกษาธิการ ที่ไม่ชัดเจนและเนิ่นนาน 4.ขอให้ลงพื้นที่สำรวจและวางแผนการจัดสรรงบประมาณลงสู่โรงเรียน โดยให้มีประชามติจากชุมชนและผู้ปกครอง ไม่ใช่สรุปความต้องการจากคณะกรรมการบางส่วนและผู้บริหารตัวแทนท้องถิ่นเท่านั้น เพราะจะทำให้การจัดสรรงบประมาณลงสู่โรงเรียนมีความทับซ้อน และงบก่อสร้างที่จัดสรรขอให้คำนึงถึงตัวเด็กนักเรียนและการใช้งานที่คุ้มค่าและคงทน
    5.ให้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีอำนาจในการตรวจสอบให้ดำรงความเป็นกลาง ไม่ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบและคาดคั้น โน้มน้าวให้ผู้ร้องถอดถอนและเกิดความสับสนกลายเป็นผู้ร้องเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง 6.ตรวจสอบการใช้งบประมาณทั้งระบบ โดยนำองค์กรภายนอกมาร่วมตรวจสอบด้วย และ 7.ตนและผู้ปกครองขอความอนุเคราะห์ให้ภาครัฐดูแลการสร้างอาคารเรียนอนุบาลและโดมสนามเด็กเล่น ซึ่งชาวบ้านร่วมสมทบทุนสร้างขึ้น โดยไม่หวังผลตอบแทน แต่ถูกกล่าวหาให้ตรวจสอบงบประมาณ และตนก็ถูกกล่าวหาว่าไปเรียกรับเงินบริจาคอีกด้วย
    วันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร แจ้งวัฒนะ มีการเสวนาหัวข้อ “มหันตภัย คอร์รัปชันยุค 4.0” โดยนายวิชา มหาคุณ ประธานมูลนิธิต่อต้านการทุจริต กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า เราหนีไม่พ้นการจับตาของนานาชาติ โดยเฉพาะองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ที่จัดอันดับประเทศไทย ในเรื่องของความโปร่งใส (CPI) ในปี 2018 ให้คะแนนที่ 36 คะแนน ลดลง 1 คะแนน จาก 37 คะแนนจากปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ายังสอบตก และเป็นความน่าสลด เนื่องจากที่ผ่านมาตั้งแต่มีการคำนวณเรื่องความโปร่งใสของทุกประเทศในโลก เราไม่เคยผ่านเกณฑ์ที่ 50 คะแนนเลย ที่แย่ไปกว่านั้นคือ อินโดนีเซีย ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านเรา แซงหน้าเราไปแล้ว หากเราไม่มีการปรับปรุงยุทธศาสตร์เรื่องการป้องกันการทุจริตให้เข้มแข็ง เราจะล้าหลังประเทศอื่นไปเรื่อยๆ
    "การแก้ปัญหาคอร์รัปชันโดยการให้สิทธิและอำนาจองค์กรของประชาชน ในการเคลื่อนไหวและตรวจสอบ กรณีดังกล่าวเคยทำสำเร็จมาแล้วในประเทศเกาหลีใต้ สิ่งสำคัญคือการให้โอกาสคนรุ่นใหม่ทำงานร่วมกับคนรุ่นเก่าเพื่อขจัดปัญหาต่างๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้โดยปราศจากความร่วมมือ” นายวิชาระบุ
    นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า หลังจากการจัดอันดับโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เราก็ยังสอบตกเช่นเดิม หมายความว่าเครื่องมือทางกฎหมาย การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนยังได้ผล ไม่สมกับความพยายามที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเรื่องคอร์รัปชัน 4.0 ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ไทยไม่ก้าวไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วเสียที
    “สิ่งที่ผมพยายามทำอย่างต่อเนื่อง คือการสร้างการเมืองสีขาว ไม่รับทุนสามานย์ ไม่คอร์รัปชัน ยืนหยัดในหลักธรรมาภิบาล แต่สิ่งเหล่านี้จะสำเร็จได้ต้องอยู่กับประชาชน ในการเลือกผู้แทนเข้าไปในสภา ที่ผ่านมามีเคสการคอร์รัปชันที่พบอย่างมากมาย แต่ปัญหาใหญ่คือกระบวนการลงโทษการทุจริตถึงยาวนานมาก นี่คือเหตุผลที่เราต้องปฏิรูป” นายอลงกรณ์ กล่าว. 


วันนี้......ศุกร์ ๒๒ มีนา.๖๒ วัน "ดิบๆ สุกๆ"ก็จะได้ "โม้เลือกตั้ง" กัน ชนิดปักทวนคาเป็นวันสุดท้ายส่วนพรุ่งนี้ เสาร์ ๒๓ มีนา. วัน "สุกดิบ"

มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'
รางๆ รัฐบาล '๗ วันก่อนเลือก'
เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ