เมื่อ 'สี จิ้นผิง' สอยนายพลใกล้ตัว ข้อหาคอร์รัปชันอีกคน!


เพิ่มเพื่อน    

      สี จิ้นผิงแห่งประเทศจีนเคยประกาศเอาไว้ว่า แนวทางการปราบคอร์รัปชันของเขานั้นจะไม่เพียงแค่ตบแมลงวันตัวเล็กๆ เท่านั้นแต่จะต้องฆ่าเสือตัวใหญ่ด้วย

      แปลว่าจะไม่จับแค่ปลาซิวปลาสร้อย แต่จะต้องจับปลาตัวใหญ่ให้เห็นว่าเด็ดขาดจริงจัง

      สัปดาห์ก่อนข่าวใหญ่จากปักกิ่งบอกว่า ศาลทหารที่นั่นได้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิตนายพลฝาง เฟิงฮุย (房峰辉) อดีตเสนาธิการกองทัพปลดแอกประชาชนจีน และสมาชิกคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง ในความผิดคอร์รัปชัน รับและให้สินบน ครอบครองทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลโดยไม่ทราบที่มา ซึ่งทรัพย์สินที่ถูกอายัดแต่ไม่ระบุจำนวนนั้นจะต้องคืนให้ราชการทั้งหมด

      นายพลฝางคนนี้เคยขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงสุดของกองทัพในปี 2555 และอยู่ใกล้ชิดสี จิ้นผิงไม่น้อย  แต่ก็ไม่พ้นจากการถูกสอบสวน

      สี จิ้นผิงเริ่มนโยบายปราบคอร์รัปชันตั้งแต่ปี 2555 ถึงวันนี้ได้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนในคดีทุจริตไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน ทั้งระดับชั้นผู้น้อยไปจนถึงระดับสูง

      เฉพาะระดับนายพลขึ้นไปโดนสอบและลงโทษไปแล้วกว่า 200 คน

      นายพลฝางถูกเด้งออกจากตำแหน่งเดือนสิงหาคม 2560 ระหว่างเกิดสถานการณ์เผชิญหน้าทางพรมแดนกับอินเดีย และอยู่ในช่วงไม่กี่วันหลังจากนายพลฟางพบกับเจ้าหน้าที่สหรัฐเพื่อหารือประเด็นเกาหลีเหนือ

      ถึงเดือนมกราคม 2561 เขาถูกย้ายเพราะอัยการทหารเริ่มสอบสวนคดีรับและให้สินบน

      เขาเป็น 1 ใน 2 นายพลที่ถูกตัดชื่อออกจากการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์เพราะข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง

       อีกคนชื่อ นายพลจาง หยาง ซึ่งตัดสินใจตัดช่องน้อยแต่พอตัวฆ่าตัวตายในกรุงปักกิ่งไปเมื่อปลายปี 2560

      นายพลฝางถูกกล่าวหาว่ารับสินบนมูลค่ากว่า 100 ล้านหยวน หรือราวๆ 500 ล้านบาทที่ไม่อาจจะอธิบายที่มาที่ไปได้

      นายพลฝางไม่ใช่นายทหารแถวหน้าธรรมดา สี จิ้นผิงเคยไว้ใจให้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจรจาเรื่องข้อพิพาททะเลจีนใต้กับสหรัฐในเพนตากอน

      อีกทั้งเคยประกบสี จิ้นผิงตอนไปพบโดนัลด์ ทรัมป์ด้วยซ้ำไป

      ที่น่าสนใจสำหรับคนไทยคือ นายพลคนนี้เคยมาเยือนไทยกลางปี 2560 เพื่อคุยกับผู้นำไทยประเด็นยุทธศาสตร์ One Belt One Road และได้พบกับนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชาด้วย

      แต่กลับถึงบ้านได้แค่ประมาณ 2 เดือนเขาก็โดนสอบสวน จนถูกศาลตัดสินติดคุกตลอดชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

      นายพลฝางไม่ใช่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนคนแรกที่ถูก "สอย" โดยสี จิ้นผิงด้วยข้อหาโกงกิน (แม้ว่านักวิเคราะห์บางคนจะมองว่าเป็นกลยุทธ์เด็ดปีกคู่แข่งของสีเองก็ตาม)

      ปั๋ว ซีไหลเคยเป็นดาวรุ่งของพรรคคอมมิวนิสต์ ไต่เต้าถึงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เมืองฉงชิ่ง ถูกเก็งว่าอาจได้ตำแหน่งใหญ่ในปักกิ่งด้วยซ้ำ

      แต่ภรรยาทำพิษ ถูกข้อหาพัวพันคดีฆาตกรรมวางยาพิษเพื่อนนักธุรกิจชาวอังกฤษชื่อ เนล เฮย์วูด

      เรื่องราวที่เมืองจีนเล่ากันว่า ฝรั่งคนนี้ตั้งใจจะแบล็กเมล์เธอเรื่องกินน้ำร้อนน้ำชา อีกทั้งยังขู่จะทำร้ายลูกชายของเธอ

      เธอถูกศาลจีนสั่งตัดสินประหารชีวิต ทำให้สามีพลอยถูกข้อหารุนแรงไปด้วยเพราะมีหลักฐานรับเงินสินบนโครงการก่อสร้างต่างๆ ในฉงชิ่ง

      จบลงด้วยเขาถูกโทษจำคุกตลอดชีวิต

      คนต่อมาคือ โจว หย่งคัง อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และสมาชิกอาวุโสของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

      โจวกับญาติมิตรร่ำรวยจากการซื้อขายน้ำมัน อีกทั้งคนสนิทยังได้สัมปทานโครงการยักษ์ทางด้าน อุตสาหกรรมพลังงานและอื่นๆ

      โทษก็คือจำคุกตลอดชีวิตเช่นกัน

      อีกคนหนึ่งคือ สู ไฉโฮ่ว อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง คนนี้มีอำนาจบารมีสูงเพราะสามารถแต่งตั้งคนในกองทัพ

      ประเด็น "เงินใต้โต๊ะ" เพื่อวิ่งเต้นให้ได้ตำแหน่งแห่งหนจึงทำให้เขาติดคุกหัวโตเช่นกัน

      กรณีนี้ฉาวโฉ่เป็นพิเศษ เพราะเมื่อตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักก็ต้องตื่นตะลึงเมื่อพบเงินสด แก้วแหวนเงินทองอยู่เต็มบ้าน

      ต่อมาทางการจีนสร้างเป็นซีรีส์ทางทีวี เอาเรื่องจริงนี้ออกมาแฉให้ประชาชนได้รับทราบถึงความฉ้อฉลของคนระดับสูงในบ้านเมือง

      สี จิ้นผิงต้องการเป็นพระเอกในการปราบคอร์รัปชัน ออกกฎเหล็กห้ามพนักงานรัฐเลี้ยงดูปูเสื่อและใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย

      วันนี้เขายังไม่ยอมหยุดนิ่ง เพราะการปราบผู้มีอิทธิพลโดยเฉพาะที่มีตำแหน่งใหญ่ๆ นั้น การถอยแม้แต่ก้าวเดียวแปลว่าสี จิ้นผิงอาจถูกโค่นก็ได้!


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'