ธนชาต-ทหารไทย เซ็นควบรวมกิจกรรม ก้าวเป็นแบงก์ใหญ่ลำดับที่ 6 เตรียมเปลี่ยนชื่อ


   

 

27 ก.พ. 2562 นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทุนธนชาต แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 26 ก.พ.62 บริษัทในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารธนชาตได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงแบบไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เกี่ยวกับการรวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาต กับ ธนาคารทหารไทย แบ่งเป็น บันทึกข้อตกลง 5 ฝ่ายระหว่าง ทั้งไอเอ็นจี กรุ๊ป, ทุนธนชาต, ธนาคารแห่งโนวาสโกเทีย, ธนาคารธนชาต และธนาคารทหารไทย บันทึกข้อตกลง 2 ฝ่ายระหว่าง ทุนธนชาต กับธนาคารแห่งโนวาสโกเทีย เพื่อกำหนดข้อตกลงแบบ ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายและหลักการสำหรับการเจรจาร่วมกันต่อไปเกี่ยวกับการเข้าทําธุรกรรมต่าง ๆ ระหว่างคู่สัญญา โดยมีวัตถุประสงค์รวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาตกับธนาคารทหารไทย เพื่อการก่อตั้งธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ และแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

ทั้งนี้ เหตุผลการรวมกิจการเป็นการดำเนินการโดยสมัครใจของผู้ถือหุ้นใหญ่ของทั้ง 2 ธนาคาร ตามนโยบายที่รัฐให้การสนับสนุน เพื่อให้เกิดธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนในการ บริหารจัดการ สร้างประสิทธิภาพในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้กับลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น โดยทุนธนชาตยังคงเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และร่วมดูแลธนาคารภายหลังการรวมกิจการต่อไป

“การรวมกิจการครั้งนี้ ทำให้ขนาดและศักยภาพทางธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยมุ่งสู่การเป็นธนาคารชั้นนำขนาดใหญ่ของประเทศ โดยธนาคารภายหลังการรวมกิจการจะมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท ฐานลูกค้ากว่า 10 ล้านราย และมี ขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 6 ในอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ไทย”

สำหรับค่าตอบแทนการรวมกิจการ ทุนธนชาต คาดว่าการรวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาตและธนาคารทหารไทย โดยวิธีการโอนกิจการทั้งหมด จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 130,000 – 140,000 ล้านบาท แต่อาจปรับมูลค่าในขั้นตอนสุดท้าย เนื่องมาจากการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ เมื่อมีการเข้าทำสัญญาที่คู่สัญญาจะตกลงกันต่อไป โดยหุ้นเพิ่มทุนที่ธนาคารทหารไทยเสนอขายให้แก่ทุนธนชาต ธนาคารแห่งโนวาสโกเทีย และผู้ถือหุ้นรายย่อยจะมีมูลค่าประมาณ 50,000 - 55,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาดว่าธนาคารทหารไทยจะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนราคาหุ้นละ 1.1 เท่าของมูลค่าทางบัญชีล่าสุด ของธนาคารทหารไทยภายหลังปรับปรุงมูลค่าจากการเพิ่มทุนตามที่ธนาคารทหารไทยคาดไว้ และการปรับปรุงอื่น ๆ ซึ่งจะได้ตกลงกันในสัญญาที่คู่สัญญาจะตกลงกันต่อไป โดยทุนธนชาตคาดว่าจะถือหุ้นในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 20% ของธนาคาร ภายหลังการรวมกิจการ และจะมีการใช้ชื่อทางการค้าใหม่ โดยพิจารณาจากจุดแข็งในเชิงพาณิชย์ของชื่อทางการค้าเดิมของธนาคารธนชาตและธนาคารทหารไทย โดยชื่อทางการค้าใหม่ที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับการอนุมัติของคณะกรรมการธนาคารภายหลังรวมกิจการ
 


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?