
1มี.ค.62-เมื่อเวลา 09.30 น.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง นายวิรัช รัตนเศรษฐ แกนนำภาคอีสาน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 เขต ของจังหวัดสุรินทร์ ได้ร่วมกันสักการะอนุสาวรีย์เจ้าเมืองพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง(ปุม) ผู้สร้างเมืองสุรินทร์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะร่วมกันโบกธงปล่อยขบวนรถหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.ไปตามจุดต่างๆในแต่ละเขตของ จ.สุรินทร์
นายสนธิรัตน์ ให้สัมภาษณ์กรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)อนุญาตให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ช่วยพรรคพลังประชารัฐหาเสียงได้ ว่า ส่วนตัวเพิ่งทราบว่า กกต.อนุญาต ซึ่งทางพรรคต้องรอหนังสือจาก กกต.อย่างเป็นทางการ ว่ารูปแบบที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์หาเสียงมีรายละเอียดเป็นอย่างไร พรรคจะหารือกันเร็วๆนี้ เพื่อวางแผนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมาช่วยพรรคได้อย่างไร โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง
"พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนของประชาชนอยู่แล้ว หากมาช่วยพรรคหาเสียง ก็เชื่อว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพรรคเป็นอย่างยิ่ง แต่พรรคจะดำเนินการให้รอบคอบตรงความต้องการของประชาชนและหมาะสมทั้งข้อกฎหมายและเหมาะสมทางการเมือง"นายสนธิรัตน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากให้พลเอกประยุทธ์มาช่วยหาเสียงจะทำให้พรรคถูกโจมตีในปัญหาเดิมๆหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการโจมตีกันมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าท่านจะลงมาช่วยหาเสียงหรือไม่ลงมาช่วยหาเสียง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่พลเอกประยุทธ์ต้องใช้ความอดทนอย่างสูง แต่ตนคิดว่าทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบกติกา และหลักการ
เมื่อถามว่าขณะนี้หลายพรรคโจมตี การปราศรัยที่จังหวัดสมุทรปราการซึ่งปราศรัยด้วยถ้อยคำหยาบคายและสร้างความขัดแย้งซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพ่ายแพ้ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ต้องให้ความเป็นธรรม เพราะมีคำพูดแค่ประโยคเดียว ขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆใช้ถ้อยคำที่รุนแรงกว่าตนเองเยอะ การปราศรัยดังกล่าวตนเชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะมีเจตนาสร้างความคึกคักให้ประชาชนที่มาฟังปราศรัย ไม่มีเจตนาสร้างความขัดแย้งหรือมีนัยยะใดๆ หากฟังโดยภาพรวมก็จะเข้าใจ ยืนยันว่าการปราศรัยของตัวเองไม่ได้ใช้วาจาหยาบคายและระมัดระวังการใช้วาจาในการสร้างความขัดแย้ง เพราะวัตถุประสงค์ในการปราศรัยเพื่อชี้แจงต่อประชาชนเกี่ยวกับนโยบาย และเหตุใดต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้นในแต่ละพื้นที่ก็จะมีบริบทและรูปแบบการปราศรัยที่แตกต่างกันไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงการวิจารณ์นโยบาย เรื่องข้าวของพรรคพลังประชารัฐว่าลอกเลียนแบบนโยบายจำนำข้าว ของพรรคเพื่อไทย นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เป็นการสร้างความเข้าใจผิดครั้งใหญ่มาก ว่าพรรคพลังประชารัฐกลับไปทำนโยบายจำนำข้าว ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะนโยบายของพลังประชารัฐ คือการชะลอการขาย เพื่อให้ผลผลิตของชาวนาไม่ถูกกดราคา กลไกที่พรรคใช้ไม่ได้แทรกแซงราคาตลาด ไม่มีการทำราคาชี้นำตลาด เป็นการเอาราคาตลาดย้อนหลัง 3 ปี เป็นตัวตั้ง เพื่อเข้าไปดูเรื่องโครงสร้างราคา และสินเชื่อชะลอก็เป็นสินเชื่อที่ราคาต่ำกว่าตลาดด้วยซ้ำไป ดังนั้นการที่บอกว่าพรรคพลังประชารัฐไปลอกนโยบายจำนำข้าวถือเป็นการสร้างความสับสนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง จึงยืนยันว่าจะผลักดันราคาข้าวให้สูงถึง 18,000 บาท
ผู้สื่อข่าวถามว่านายวิรัช รัตนเศรษฐ แกนนำภาคอีสานเสนอให้ช่วยค่าปลูกข้าวเพิ่มเติม คือไร่ละ 1,500 บาทจำนวน 20 ไร่รวม 30,000 บาทจากเดิม ที่พรรคออกนโยบาย ช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว 2,000 บาทต่อไร่ จำนวน 20 ไร่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคจะนำประเด็นนี้ไปรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรค และจากนั้นจะนำเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายของพรรค ส่วนจะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่นั้น พรรคจะดูนโยบายว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและทำได้จริงหรือไม่ นี่คือจุดยืนในการนำเสนอนโยบายของพรรค
|
เมื่อวานคุยเล่น เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |
| เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?" |