เจอกัน!ผู้สมัครส.ส.แห่ร้องกกต.สอบ'พรรคญาติทักษิณ'ต้มตุ๋น รับปากให้2ล้านสุดท้ายลอยแพ


   

5 มี.ค.62- หลัง นายสุบัน สุวรรณรัตน์ ผู้สมัครส.ส.จังหวัดสงขลา เขต 4 พรรคพลังปวงชนไทย พร้อมกับผู้สมัครส.ส.ของพรรคในหลายจังหวัด เข้าพบเจ้าหน้าที่กกต. วานนี้ (4 มี.ค.) เพื่อขอหารือกรณีพรรคพลังปวงชนไทยหลอกลวง ต้มตุ๋น ผู้สมัครของพรรคให้ลงทุนสมัครรับเลือกตั้ง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งสำนักงานสาขาพรรคประจำจังหวัด และค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ทำให้ได้รับความเสียหายตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท ที่ผ่านมาผู้สมัครพยายามทวงถามค่าใช้จ่ายแต่พรรคบ่ายเบี่ยงมาตลอด  จนไม่สามารถแบกภาระหน้าสินต่อไปได้ จึงต้องรวมตัวกันขอหารือกับ กกต. เพื่อยุบพรรคพลังปวงชนไทยก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.

นายสุบัน เผยว่า ผู้สมัครของพรรคเสียเงินหลายแสนบาทในการลงทุน บางคนต้องเสียถึงหลักล้านบาท เพื่อใช้ในการหาเสียง การจัดตั้งสำนักงานสาขา ค่าจ้างทำโปสเตอร์ และค่ารถแห่หาเสียง พวกเราเชื่อมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยของพรรค โดยเฉพาะชื่อเสียงของพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ซึ่งเคยเป็นบุคลากรที่สำคัญของประเทศ เคยผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุด และมีบทบาทเป็นประธานที่ปรึกษาของพรรค แต่พวกเราเหมือนถูกหลอกลวง ถูกต้มตุ๋น ฉ้อโกง  และถูกหลอกใช้ให้ช่วยลงสมัครในนามของพรรค เพราะพรรคต้องการทำคะแนนไปคำนวณเป็นบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ ก่อนหน้านี้นายนิคม บุญวิเศษ  หัวหน้าพรรค รับปากว่าจะสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งให้ผู้สมัครคนละ 2 ล้านบาท พวกเราจึงหลงเชื่อยอมเป็นผู้สมัครของพรรค จนต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกตามทวงหนี้ บางคนต้องเป็นหนี้เป็นสิน และยอมขายทรัพย์สินของตัวเองมาใช้ในการเลือกตั้ง  

โดยนายสุบัน และบรรดาผู้สมัครส.ส.ของพรรคพร้อมทนายความ จะเข้ายื่นเอกสารคำร้องขอให้ตรวจสอบการกระทำของพรรคพลังปวงชนไทยต่อกกต.อย่างเป็นทางการ ในวันนี้ 

มีรายงานว่าผู้สมัครส.ส.กลุ่มนี้ได้สอบถามไปยังพล.อ.ชัยสิทธิ์ แต่ยังคงไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ  มีการบ่ายเบี่ยงว่าให้หยุดหาเสียงไป ทำให้ผู้สมัครส.ส.กลุ่มนี้ยิ่งไม่พอใจมากขึ้น.


ยุคนี้ นักวิจารณ์เยอะ ซึ่งเป็นเรื่องดี.... แต่ประเภท "ไม่อ่านเนื้อ" อ่านแค่พาดหัว ๒-๓ คำ แล้วหยิบไปวิจารณ์เป็นคุ้ง-เป็นแควนี่ซี

เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'