200 ชั่วโมงกับ 'ประวัติจากคำบอกเล่า' ของ 'อานันท์ ปันยารชุน'


   

      หนังสือ ANAND PANYARACHUN AND THE MAKING OF MODERN THAILAND โดย  Dominic Faulder กำลังได้รับความสนใจจากคนจำนวนไม่น้อย เพราะเป็นครั้งแรกที่เล่าเรื่องชีวิตของ  อดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน อย่างละเอียด สนุกและได้สาระ

      ผมคุยกับคุณอานันท์เรื่องที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนี้ ขอตัดอีกบางช่วงบางตอนของการสนทนามาให้ได้อ่านกันครับ

      สุทธิชัย: หนังสือเล่มนี้เป็นการเอาประวัติศาสตร์และประสบการณ์ของคุณอานันท์มาบอกเล่าอย่างน่าสนใจ มีทั้งที่มองตรงกันและมองต่างกันนะครับ

      คุณอานันท์: ใช่ ผมยังแนะนำให้โดมินิกไปสัมภาษณ์คนอย่างอาจารย์นิธิ (เอียวศรีวงศ์) และอาจารย์สุลักษณ์ (ศิวรักษ์) กับอาจารย์เสกสรรค์ (ประเสริฐกุล)

      ผมเคยสัมผัสงานกับทั้ง 3 ท่านค่อนข้างจะมาก แล้วก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ก็เคยเถียงกัน ผมยังเคยแนะนำคนเขียนไปพบกับพวกเสื้อเหลืองเสื้อแดงด้วยนะ เพื่อให้ทุกฝ่ายมามองให้ครบด้าน เพราะผมว่ามันจะทำให้เรื่องสนุกด้วย ไม่ใช่มานั่งเขียนแต่เรื่องผม

      สุทธิชัย: 200 ชั่วโมงนี่ประมาณกี่วันครับ ครั้งละประมาณกี่ชั่วโมง

      คุณอานันท์: ก็ 3-4 ปีนะ ครั้งหนึ่งก็ประมาณ 3-4 ชั่วโมง

      สุทธิชัย: แต่ว่าจริงๆ แล้วเขาไปสัมภาษณ์คนร้อยกว่าคนด้วย

        คุณอานันท์: ผมก็ให้เขาติดต่อกระทรวงต่างประเทศ เขาได้ไปอ่านเอกสารต่างๆ แต่แน่ล่ะเขาเป็นคนฝรั่ง เขาอาจจะมีคณะวิจัยของเขาซึ่งเป็นคนไทยอยู่ด้วย แต่หลายสิ่งหลายอย่างเขาอาจจะไม่ได้ซาบซึ้งความตื้นลึกหนาบางของเหตุการณ์ในวันนั้นๆ 

      สุทธิชัย: แต่ว่าเขาก็ไปสัมภาษณ์คนที่อยู่ในเหตุการณ์เยอะเลยนะครับ

      คุณอานันท์: มีครับ มีมากเลยทีเดียว

      สุทธิชัย: ฉะนั้นก็จะได้รู้เบื้องลึกจริงๆ ในหลายเรื่อง เบื้องหลังของการตัดสินใจ เบื้องหลังของการที่คุณอานันท์ต้องเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์อย่างนั้น แล้วก็วิธีคิดที่ต้องเปลี่ยน การตัดสินใจที่สำคัญๆ หลายครั้ง อยู่ในนี้หมด ผมถึงบอกว่ามันไม่ใช่แค่ประวัติของคุณอานันท์เพียงอย่างเดียว มันเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยด้วย ซึ่งมันช่วยทำให้คนรุ่นต่อๆ ไปจะได้เรียนรู้จากตรงนี้ได้เยอะ

      ทาง Publisher เมื่อเขาจะต้องการจัดทำหนังสือเล่มนี้ เขาไปเลือก Dominic Faulder หรือว่าคุยกันอย่างไรครับ

      คุณอานันท์: ผมเข้าใจว่าเป็นการตัดสินใจของโดมินิก แล้วโดมินิกก็คุยกับพรรคพวก คุยกับบริษัท  บริษัทก็บอกดี สนับสนุน โดมินิกเป็นคนเขียน แต่ในการเขียนหนังสือนี่เมื่อเสร็จแล้ว สุดท้ายมันต้องมี  editor คอยปรับปรุงด้วย

        สุทธิชัย: ส่วนใหญ่คุณอานันท์ได้อ่านหมดแล้วมันตรง มันแม่นหรือไม่

      คุณอานันท์: ผมได้อ่านหมดเมื่อประมาณ 2-3 สัปดาห์ที่แล้ว

      สุทธิชัย: ก่อนพิมพ์นี่ไม่ได้อ่านหมด?

      คุณอานันท์: ไม่ได้อ่านหมด ในหนังสือเขาก็เขียนว่าผมไม่ได้เซ็นเซอร์เขาเลย เขาจะมีความเห็นยังไง เขาจะเขียนยังไงก็เป็นความรับผิดชอบของเขา

      สุทธิชัย: เขาเป็นมืออาชีพพอสมควร เพราะว่าอย่างกรณีที่สัมภาษณ์ผม เมื่อเขาเขียนเสร็จเขาจึงส่งมาให้ผมตรวจสอบก่อนว่าแบบนี้ใช่ไหม อย่างนี้ถูกต้องไหม เพราะว่าตอนที่สัมภาษณ์ เขาอัดเทปอะไรต่างๆ นานา แต่ว่าการนำไปเขียนมันอาจจะไม่ใช่ ฉะนั้นเขาก็มืออาชีพพอสมควร

      คุณอานันท์: อย่างเขาไปสัมภาษณ์คนอื่นมา เขาอัดเสียงไว้ แล้วนำมาให้ผมอ่าน ผมมาอ่านผมก็บอกว่า เอ! อันนี้ความจำไม่ตรงกัน แต่ผมก็ไม่ได้ไปแตะต้องเขา เพราะผมก็ไม่ได้เป็นคนพูด เป็นนาย ก. นาย ข.พูด ผมอาจจะมีความจำอีกอย่างหนึ่ง เราไม่ไปขัดแย้ง เราไม่ไปแก้ไขเขา

      สุทธิชัย: ก็เลยจะเรียกว่าเป็น authorized biography ใช่หรือไม่ครับ

      คุณอานันท์: ใช่ แบบนี้เขาเรียกว่า authorized biography ไม่ใช่ autobiography เพราะถ้าเป็น  autobiography นี่คือเขียนประวัติตัวเอง แต่แน่ล่ะ เขียนเองนี่เราอาจจะมีคนอื่นช่วยแต่จะต้องรับผิดชอบด้วย อันนี้สมมติถ้ามีอะไรที่คนไม่ชอบ อยากจะฟ้องร้อง ก็อย่ามาฟ้องร้องที่ผม ไปฟ้องร้องที่คนเขียน

      สุทธิชัย: รูปขึ้นปกดูสีหน้าแววตาของคุณอานันท์มีความสดชื่น สะท้อนถึงการ alert อยู่ตลอดเวลา  แล้วก็ดูเป็นกันเองด้วย

      คุณอานันท์: นี่รูปนี้ไม่ใช่รูปหนุ่มนะ นี่แก่แล้วผมขาวหมดแล้ว หัวล้านแล้ว

      สุทธิชัย: แต่ว่าเป็นกันเองนะครับดูชุดนี้ ไม่ใส่เสื้อนอก ไม่ใช่เป็นชุดทางการ

      คุณอานันท์: ใช่ เพราะส่วนใหญ่จะออกมาเป็นใส่เสื้อ หรือท่ากำลังพูด ยกมือก็บอกไม่เอา

      สุทธิชัย: ใช่ครับ ถ้าเป็นรูปนั้นมันก็จะเป็นทางการเกินไป เพราะว่าจริงๆ เวลาพูดถึงคุณอานันท์  ปันยารชุน แต่ละคนจะมีภาพที่ต่างกันไป บางคนก็จะมองคุณอานันท์ในฐานะเป็นนักพูดในที่สาธารณะ  บางคนมองจากมุมเป็นนายกรัฐมนตรี อีกคนอาจจะมองในฐานะเป็นนักการทูต หรืออาจจะมองเป็นนักธุรกิจ แต่รูปนี้สะท้อนถึงความเป็นคุณอานันท์ ตัวตนของคุณอานันท์พอสมควรเลยทีเดียว รูปนี้เขาเลือกให้หรือว่าอย่างไร

      คุณอานันท์: เขาเลือกสิ

      สุทธิชัย: เขาเลือกหรือครับ ไม่ได้ไปบอกก่อนหรือว่าจะใช้รูปนี้

      คุณอานันท์: เขาเอารูปนี้มาใช้ดู

      สุทธิชัย: แล้วชื่อนี้ล่ะ Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand ชื่อนี้แหละที่ผมว่ามันได้ความหมาย

      คุณอานันท์: ชื่อนี้เขาก็เอามาปรึกษาผม เราก็หารือกันไม่รู้ว่าจะเขียนอย่างไร ตอนหลังพอออกมาเข้าผมก็ว่ามันดี เพราะมันทำให้เห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องของนายอานันท์นะ แต่เป็นเรื่องของประวัติการทูตของประเทศไทยในบริบทของการเติบโตของประเทศไทยด้วย

      สุทธิชัย: และรวมถึงแต่ละขั้นตอนที่ประเทศไทยต้องฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่างๆ นานา พอเขาต้องมาสัมภาษณ์คุณอานันท์ 200 ชั่วโมง แล้วต้องช่วยกันคิดว่าคนไหนน่าจะอยู่ในเหตุการณ์ไหน มันช่วยทำให้คุณอานันท์คิดย้อนกลับไป มันทำให้เห็นภาพเก่าและสามารถเรียงลำดับชีวิตในอดีตได้ดีขึ้นหรือไม่

      คุณอานันท์: ถ้าหากจะพูดด้วยความสัตย์จริงนะ ผมอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วทำให้ผมรู้จักผมมากขึ้น  (หัวเราะ)

      สุทธิชัย: (หัวเราะ) ใช่ครับใช่

      คุณอานันท์: รู้จักผมแล้วยังทําให้รู้จักตัวเองมากขึ้น เพราะหลายสิ่งหลายอย่างเราไม่สำนึกว่าเราเป็นคนอย่างนั้น แต่จริงๆ แล้วมันออกมาเลย เพราะผมเองผมก็เปลี่ยนไปเยอะนะ อย่างที่เขียนในสมัยที่ผมหนุ่มๆ ผมก็เป็นคนใจร้อน เป็นคนเอาแต่ใจตนเอง เป็นคนพูดไม่เกรงใจความรู้สึกของคนอื่น แต่ปัจจุบันที่คุณพบผมมา 2 -3 ปีหลัง คุณก็รู้จักผมมา 30 กว่าปีแล้ว 2-3 ปีหลังนี้ผมเป็นคนอ่อนโยนมากขึ้น เกรงใจคนมากขึ้น เรียกว่ามีสติมากขึ้น

      สุทธิชัย: (หัวเราะ) ใช่ เรียกได้ว่ามีความสุขุมรอบคอบมากขึ้นใช่ไหมครับ ใจเย็น พูดง่ายๆ ใจเย็นขึ้น

      คุณอานันท์: ก็แก่มากขึ้น ความแก่ความชรา

      สุทธิชัย: แต่พออ่านแล้วถึงกับ อ้อตอนนั้นเราเป็นอย่างนี้ เออจริงเราไม่ได้คิดว่าตัวเราเป็นอย่างนั้น

        คุณอานันท์: อืม ใช่ๆ เฮ้ยเป็นไปได้หรือ

      สุทธิชัย: แต่ที่สำคัญคือมีความเห็นและคอมเมนต์จากคนที่อยู่ในเหตุการณ์

      คุณอานันท์: แล้วเขาก็ให้ความเห็นที่ตรงไปตรงมามาก

      สุทธิชัย: ใช่ก็มีบางคนบอกว่า โอ้ยคุณอานันท์แกเป็นคนพูดจาขวานผ่าซาก แกพูดกับคนแกไม่เกรงใจหรอก อันนี้ก็มี

      คุณอานันท์: แต่ผมรู้จักขอโทษนะ ถ้าผมรู้สึกผมทำอะไรล่วงเกินจนเกินไป ผมก็ขอโทษนะ แล้วคนที่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับผม สุดท้ายใน 20 ปีหลังก็กลายเป็นเพื่อนกันทุกคนเลย

      สุทธิชัย: ครับ เพราะคุณอานันท์รู้ว่า ณ ขณะนั้นเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างนั้น

      คุณอานันท์: ข้อเท็จจริงไม่ครบสมบูรณ์

      สุทธิชัย: ข้อเท็จจริงไม่ครบสมบูรณ์ ฉะนั้นเราก็ react ไปตามนั้น

      คุณอานันท์: หลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำไปก็อาจจะเข้าใจเหตุผลผิด เข้าใจความตั้งใจของเราผิดไป ซึ่งก็เป็นของธรรมดา.


วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน คือ มีข้อความมา ว่า...... "อยากให้คุณเปลวพูดเรื่องหุ้นและการกู้ยืมเงินของ ทอนอีก ยื้อเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ทาง กกต.จะฟ้องได้ไหม หรืออะไรยังไง?"

'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'