"ทันตแพทย์จิตอาสาตามรอยพ่อ"กับ"อุปกรณ์ทันตกรรมเคลื่อนที่แบบพับเก็บได้"


เพิ่มเพื่อน    

การได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานอาสาสมัครเคลื่อนที่ทางด้านทันตกรรมเป็นเวลากว่า 13 ปีนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ทำให้ ทพ.กฤษฎา ทิรานนท์ นิสิตเก่าจากคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ พบปัญหาเรื่องเครื่องมือทางการแพทย์ การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายจำนวนมากต่อครั้งในการเดินทางไปในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร จึงริเริ่ม “โครงการหน่วยทันตกรรมอาสา ตามรอยพ่อ” ขึ้นมาเพื่อเข้าช่วยเหลือด้านสุขภาพอนามัยทางช่องปากให้กับผู้อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง เช่น ผู้พิการ คนไร้ที่พึ่งในสถานสงเคราะห์ต่างๆ เยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครอง หน่วยงานของกรมราชทัณฑ์ รวมทั้งสามเณรพระภิกษุในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งทีมงานทั้งหมดเป็นจิตอาสาประกอบด้วยทันตแพทย์ ผู้ช่วยทันตแพทย์ ทีมสนับสนุนฝ่ายดูแลเครื่องมือทางการแพทย์ โดยมีภารกิจหลัก คือเป็นหน่วยทันตกรรมที่ดูแลในพื้นที่อย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งเขตพื้นที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร

ออกหน่วยเคลื่อนที่ทันตกรรมทัณฑสถานหญิืง


“ผมทำหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่กับเพื่อนมาเป็น 10 กว่าปีแล้ว เราออกไปตามจังหวัดต่างๆ ที่เขาขอมา ตระเวนไปปีละ 4 ครั้ง ครั้งละหลายวัน แต่ตามต่างจังหวัดมีหน่วยที่เข้าช่วยเหลือแบบนี้มากมายอยู่แล้ว เลยมองย้อนกลับมาว่ายังมีคนด้อยโอกาสในเขตเมืองอีกมาก ก็เลยคิดโครงการขึ้นมา”


ทพ.กฤษฎา กล่าวว่าเพราะในพื้นที่เขตเมืองอย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก็ยังมีคนด้อยโอกาสและองค์กรที่อนุเคราะห์คนกลุ่มนี้จำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาและบริการด้านทันตกรรม อีกทั้งบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครมักจะว่างเว้นจากงานประจำเพียงวันหยุดเสาร์อาทิตย์เท่านั้น และเนื่องจากมีประชาชนผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากเลือกที่จะมารับบริการเฉพาะวันที่มีหน่วยเคลื่อนที่มารักษา ส่งผลให้จำนวนคนรอรับบริการมากเกินกว่าที่กำหนด 

ทำทันตกรรมจิตอาสาพระที่จังหวัดระยอง


การให้บริการรักษาทางด้านทันตกรรมเป็นที่ขาดแคลน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าบริการได้ เช่น ทัณฑสถานหญิงกลาง มีการสำรวจว่า จากจำนวนผู้ต้องขังประมาณ 6,000 คนที่ มีคำร้องให้ช่วยเหลือเบื้องต้นจากอาการปวดฟันประมาณ 2,000 คน โดยกรมราชทัณฑ์จะส่งทันตแพทย์ 1 คน เข้ามารักษาอาทิตย์ละหนึ่งวัน จึงให้การรักษาได้เฉพาะผู้ที่เข้าข่ายจำเป็นเท่านั้น 


 “คนไข้ส่วนใหญ่ มีประวัติรอคิวถอนฟันมาแล้ว 4 - 5 ปี ก่อนจะมาถึงมือผมและทีมงาน ผมก็มานั่งคิดว่าแล้วคนที่เหลือเขาจะทำยังไง เลยถามเข้าไปในกลุ่มที่เคยไปช่วยรักษาว่า ‘จะไปอีกไหม’ ทุกคนบอกว่า ‘อยากไปทำอีก’ เราจึงไปให้บริการทั้งเสาร์อาทิตย์ ทำได้เกือบๆ 1,000 คน ปีหน้ามีแผนจะเข้าไปทำอีก” 

หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ของกทม.ได้ยืมอุปกรณ์ทันตกรรมเคลื่อนที่แบบพับเก็บได้ของโครงการไปใช้


ทพ.กฤษฎาและทีมดัดแปลงเครื่องมือระบบฆ่าเชื้อที่ทำงานได้เร็วกว่าปกติสามเท่า ช่วยให้ฝ่ายจัดการรวมทั้งหมดประมาณ 70 คน สามารถให้การรักษา 300 - 400 คนต่อครั้ง
ปัญหาสำคัญคือการนำอุปกรณ์และเครื่องมือทันตกรรมเข้าไปให้การรักษา ทพ.กฤษฎากล่าวว่า “ตอนที่ผมทำในหน่วยใหญ่ต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์หลายชิ้นมาประกอบกัน ขนย้ายยุ่งยากต้องใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ ต้องมีพื้นที่ในการจัดเก็บมาก จากเดิมมีปัญหาอะไรในหน่วยใหญ่ ผมจะปรับปรุงภายในหน่วยนั้นให้สมบูรณ์แต่ก็ยังไม่ใช่เครื่องมือแบบที่อยากได้อยู่ดี”

หน้าตาของอุปกรณ์ทันตกรรมเคลื่อนที่แบบพับเก็บได้


จากประสบการณ์ของ ทพ.กฤษฎา พบว่าแม้จะมีหน่วยทันตกรรมอาสาช่วยเหลือจำนวนมาก แต่ก็ขาดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ดังนั้นคุณหมอจึงทดลองปรับปรุงยูนิตเป็นแรงผลักดันให้คุณหมอคิดค้น “อุปกรณ์ทันตกรรมเคลื่อนที่แบบพับเก็บได้ (Portable mobile dental unit)” และจดสิทธิบัตร โดยได้เพื่อนสนิทนิสิตเก่าจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มาช่วยดูแลเรื่องการผลิต เป็นการรวมเอาระบบอุดฟันและขุดหินปูน รวมทั้งไฟส่องปากและชุดดูดน้ำลายพร้อมที่บ้วนปากคนไข้ที่สามารถระบายทิ้งโดยอัตโนมัติไว้ในชุดเดียวกัน อุปกรณ์ทั้งหมดเก็บไว้ในกล่องโลหะเคลื่อนย้ายสะดวกแบบกระเป๋าเดินทาง เมื่อเอาอุปกรณ์มาติดตั้งจะกลายเป็นพื้นที่วางเครื่องมือที่ใช้รักษา สามารถติดตั้งง่ายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์หลายชิ้น 

 

สภาพหลังจากพับเก็บแล้วอุปกรณ์ทันตกรรมเคลื่อนที่  ที่รวมเอาระบบอุดฟันและขุดหินปูน ไฟส่องปากและชุดดูดน้ำลาย พร้อมที่บ้วนปากคนไข้ สามารถระบายทิ้งโดยอัตโนมัติไว้ในชุดเดียวกัน 

 

ทพ.กฤษฎากล่าว “เครื่องมีองค์ประกอบใกล้เคียงกับอุปกรณ์ในคลินิกทันตกรรม ต่างตรงที่แต่ละชุดสามารถตอบพ่วงกันได้ 2 - 10 ชุดระบบต่อกับปั๊มลม ถังน้ำ และไฟฟ้าที่ชุดแรกเท่านั้น ทำให้ประหยัดพื้นที่และการจัดเก็บขนย้ายทำได้สะดวกมากขึ้น” 


ทพ.กฤษฎากล่าวถึงบทบาทของ ในการเข้าร่วมช่วยเหลือกับทางกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีโครงการรักษาสุขภาพฟันฟรีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ทางกทม.ต้องไปยืมจากศูนย์สาธารณสุขของแต่ละพื้นที่ๆ ละหนึ่งตัว ซึ่งแต่ละตัวเป็นอุปกรณ์ที่ถูกแยกเดี่ยว (Isolated unit) ซึ่งทำให้เกิดการบริหารจัดการที่ยุ่งยาก “ต้องใช้คนดูแลเยอะและไม่เป็นระบบบูรณาการ พกพาง่ายแบบเครื่องมือตัวนี้ ซึ่งเราใช้เพียงรถตู้คันเดียว ก็สามารถบรรจุอุปกรณ์ได้ 10 ตัว”

อีกมุมของอุปกรณ์


"ถ้ามีทันตแพทย์มาทำแบบนี้ร่วมกัน หมอหนึ่งคนแพ็คเครื่องมือไป 20 ชุดได้คนไข้ 20 คน สมมติมีหมอ 10 คนก็ได้ 200 คนเข้าไปแล้ว พอเสร็จทุกคนก็เก็บของตัวเองกลับบ้าน ทำให้ทุกคนมีเครือข่ายกระจายความช่วยเหลือไปอย่างทั่วถึง เร็วกว่าและประหยัดงบประมาณต่างๆ ได้มากกว่าการรอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง”


ทพ.กฤษฎาเผยถึงโครงการในอนาคตเมื่อระบบที่พัฒนานี้ปรับปรุงจนเสร็จสมบูรณ์ ว่าในแต่ละจังหวัดควรมีหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ของจังหวัด สร้างเครือข่ายหน่วยทันตกรรมขนาดเล็กภาคเอกชนให้ดูแลประชาชนในพื้นที่ของตัวเองกระจายไปทั่วประเทศ และเกิดการระดมทุนเพื่อองค์กรการกุศลที่มีหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ได้รับอุปกรณ์ที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน “เราต้องนำเสนอในการจัดตั้งหน่วยระดับย่อยๆ ในชุมชนก่อน เขาจะร่วมมือกันทั้งบุคลากร ภาครัฐและนักลงทุนในจังหวัดเขาเอง” 


ปัจจุบันนี้ ทพ.กฤษฎาและทีมงานหน่วยทันตกรรมอาสาตามรอยพ่อ ยังเข้าร่วมกับหน่วยทันตกรรมในนาม มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ซึ่งเป็นโครงการพิเศษทุก 6 เดือนสำหรับมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีด้วย  การทำงานจิตอาสาแบบนี้ ตอบโจทย์เรื่องการตอบแทนสังคมได้อย่างสมบูรณ์สำหรับ ทีมงาน ผู้มีส่วนร่วม และผู้สนับสนุนร่วมทั้งตัวคุณหมอเอง


 “ตอนนี้ครอบครัวผมก็ลงตัวแล้ว ผมสามารถลงมาทำตรงนี้อย่างเต็มที่ อย่างคนที่เป็นทันตแพทย์เอกชน พวกเราปิดคลินิกแล้วไปกันถือเป็นการทำบุญ ทุกคนที่ได้ร่วมทำกับเราอิ่มใจทุกคน เห็นคนไข้เข้ามาทรมานมากพอได้ทำให้เรายิ้มรู้สึกสบายใจ บางคนไม่ได้เกี่ยวข้องทางการแพทย์เลยแต่เขามีจิตอาสา บางคนก็ให้เครื่องมือหรือทุนทรัพย์ ทุกคนมีหน้าที่ในการได้ช่วยเหลือผู้คน” 

ทพ.กฤษฎา ทิรานนท์


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"