บิ๊กตู่สั่งทบทวน ประมูล‘ดิวตี้ฟรี’ ทอท.เมินดันต่อ


   

 "บิ๊กตู่" สั่งทบทวนประมูลดิวตี้ฟรี 4 สนามบิน "อาคม" เรียกผู้บริหาร ทอท.ถกด่วน เบรกให้หารือคลังก่อน "นิตินัย" เมินเดินหน้าต่อ ยันไม่เข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ปัดผูกขาดร้านค้าปลอดภาษี

    เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบแนวทางการประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และพื้นที่ร้านค้าปลอดอากร หรือดิวตี้ฟรี ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ ที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน (ทอท.) เลือกใช้โมเดลเปิดประมูลแบบสัญญาเดียว และรวบสัญญาดิวตี้ฟรีท่าอากาศยานทั้ง 4 แห่ง เป็นสัญญาเดียว 
    "รัฐบาลได้รับฟังข้อห่วงใยจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการผูกขาด จึงอยากให้คณะกรรมการ ทอท. และผู้บริหาร ทอท. พิจารณาทบทวนแนวทางการประมูลดังกล่าว โดยคำนึงถึงข้อท้วงติงของสังคมและประโยชน์ที่ ทอท.และประเทศชาติจะได้รับอย่างรอบด้าน นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลจะหาแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและประโยชน์สูงสุด โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปติดตามกำกับดูแลและร่วมหาแนวทางที่ดีที่สุดกับ ทอท.โดยเร่งด่วน" พล.ท.วีรชนระบุ
    ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการเรียกผู้บริหาร ทอท. หารือถึงกรณีดังกล่าวว่า ขอให้ ทอท.กลับไปดำเนินการให้ครบถ้วนตามข้อกฎหมาย โดยขอให้สอบถามกระทรวงการคลังว่าโครงการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนตามพระราชบัญญัติร่วมทุนแก้ไขเพิ่มเติมปี 2562 ซึ่งประกาศบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 10 มี.ค.หรือไม่ หากเข้าข่ายเป็นโครงการร่วมทุนต้องดำเนินการให้ถูกต้อง 
    “ขอให้คณะกรรมการ ทอท.พิจารณาทบทวนรูปแบบการเปิดประมูลให้เอกชนเข้ามาร่วมประกอบกิจการทั้ง 2 โครงการ โดยนำข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนไปประกอบการพิจารณาให้รอบคอบ เพื่อให้การดำเนินการมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม รวมทั้งให้ ทอท.หารืออย่างเป็นทางการกับกระทรวงการคลังถึงความชัดเจนว่าโครงการดังกล่าวเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนรัฐและเอกชนฉบับใหม่ หรือมติครม.ที่เกี่ยวข้องหรือไม่” นายอาคมระบุ
    ส่วนประเด็นที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ของทุนผูกขาดนั้น ให้ไปหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ประกอบการภาคเอกชน ค้าปลีกต่างๆ สำหรับการหารือจนได้ข้อสรุปและประกาศเชิญชวนเมื่อใดนั้น ให้ฝ่ายบริหาร ทอท.ไปหารือกับบอร์ด ทอท.ให้ได้ข้อสรุป
    ขณะที่นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า การเปิดประมูลทั้ง 2 โครงการถือว่าไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ฉบับล่าสุด เนื่องจากกฎหมายมาตรา 7 ระบุว่ากิจการร่วมทุนต้องเป็นธุรกิจด้านอากาศยานและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งสนับสนุนให้เกิดธุรกิจอากาศยาน ทอท.มองว่าการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และดิวตี้นั้นไม่ใช่กิจการเกี่ยวเนื่องที่สนับสนุนธุรกิจหลัก เพราะต่อให้ไม่มีดิวตี้ สนามบินยังเปิดบริการได้
    ส่วนด้านการให้เอกชนรายเดียวบริหารดิวตี้ฟรีใน 4 สนามบินนั้น จะไม่ถือเป็นการผูกขาด เพราะเงื่อนไขการประมูลครั้งนี้มีข้อเสนอให้เปิดเสรีเคาน์เตอร์รับสินค้าภายในสนามบินทั้ง 4 แห่ง ซึ่งเอกชนผู้บริหารจะสามารถเปิดห้างขายสินค้าปลอดภาษีได้ในจุดสำคัญทั่วประเทศ อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ
    โดยหลังจากนี้จะเดินหน้าโครงการต่อ เพราะเกรงว่าจะไม่ทันกับผู้ประกอบการเดิมที่จะหมดสัญญาในเดือน ก.ย.ปี 2563 ทั้งนี้ ก่อนนำร่างเอกสารขอบเขตการประกวดราคาเข้าขั้นตอนประมูลนั้น เคยมีการสอบถามความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องมาหมดแล้ว เชื่อว่า ทอท.เดินหน้าตามกฎหมายและกติกามาโดยตลอด แต่อาจขาดการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ ดังนั้นในวันที่ 18 มี.ค. จะมีการเปิดแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าว
    วันเดียวกัน นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้ทำหนังสือขอบคุณนายกฯ ที่ได้สั่งการให้คณะกรรมการและผู้บริหาร ทอท. พิจารณาทบทวนแนวทางการประมูลโครงการดิวตี้ฟรี.
 


เห็น "ธนาธร-พรรณิการ์" เดินเร่ขายชาติไปทั่วยุโรป, สหรัฐแล้ว บอกตรงๆ.......... ทำให้นึกถึงคำว่า "ผัวหาบ-เมียคอน" ขึ้นมาติดหมัด!

'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?