‘หนิง ปณิตา’ อัพเดทอาการป่วย หลังวูบล้มกลางบ้าน


   

         

          เครียดจัดจนเป็นลมล้มที่บ้าน ทำให้สามีต้องรีบหาม หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ ส่งโรงพยาบาล ล่าสุดเจ้าตัวมาอัพเดทอาการป่วยหลังจากออกจากโรงพยาบาลผ่านรายการ คุยแซ่บShow

          “ที่เกิดอาการวูบคาบ้าน คือต้องยอมรับว่าทำงานเยอะค่ะ คือวันก่อนหน้าที่จะล้มหมดสติไป ไม่ได้นอนมาประมาณ 2 คืน ตอนกลางวันนั่งคุยกับคนเขียนบท พอตกกลางคืนก็ต้องนั่งตรวจบท ก็ดูไปดูมาเรื่อยๆ แล้วเวลากลางคืนจะเป็นเวลาที่ทำงานได้ดีที่สุด เพราะกลางวันเราต้องอัดรายการ ดูแลบ้าน ดูแลลูก แล้วก็เอาลูกเข้านอนอะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้นจึงเลือกทำงานกลางคืน แล้วตอนเช้าเราก็ต้องมาทำงานอีก ก็เกิดจากการที่เราพักผ่อนน้อย แล้วก็เครียดเรื่องงานด้วย

 

 

         ก็วูบแล้วก็ลงไปเลย แต่เกิดอาการน็อค แล้วก็หัวฟาดเบาะ คือตอนที่มันล้มลงไปเนี่ย มันเหมือนหน้ามืด มันจะเป็นเหมือนดำๆแว้บนึง แล้วก็ลงไป ซึ่งมันโชคดีที่มันยังมีเบาะนิ่มๆรองรับอยู่ แล้วก็พอลงไปเสร็จปุ๊บ เราก็ไม่รู้ว่ามันนานแค่ไหน แล้วพอตอนที่มารู้สึกตัวอีกทีก็คือ เหมือนนอนอยู่บนอะไรสักอย่าง แล้วจะขยับตัว มันเหมือนสัญชาตญาณของคนที่ตื่นนอนแล้วต้องขยับตัวขึ้นมา เราก็เอ๊ะ ทำไมร่างกายซีกขวาของเราขยับไม่ได้ ก็เลยตะโกนบอกคุณจินว่า "ขยับไม่ได้ ขยับไม่ได้จริงๆ ไม่ได้แกล้งนะ" มันรู้สึกเจ็บที่ท้ายทอย เหมือนมีอะไรทิ่มอยู่ จะว่าชาก็ไม่เชิงนะ มันเหมือนไม่มีแรง หลังจากนั้นก็นำส่งโรงพยาบาลค่ะ

 

 

          คุณหมอก็ให้ทำ MRI 2 รอบ รอบละวัน แล้วก็ทำ CT Scan แล้วก็มีเอกซเรย์ต่างๆ ซึ่งเราก็ยังไม่รู้รายละเอียด แต่คุณหมอบอกว่าก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ตอนนั้นรู้สึกกลัวค่ะ คือตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้สึกว่าขยับตัวไม่ได้ ตอนนั้นก็คิดไปไกลเลย คือเราเคยนั่งสัมภาษณ์แขกรับเชิญหลายๆคนในวงการบันเทิง หลายคนทำงานเบื้องหลัง ทำงานหนัก แล้วก็พักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วอยู่ดีๆเรื่องแบบนี้มาเกิดกับตัวเรา แล้วประกอบกับช่วงที่อยู่โรงพยาบาล เราช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ก็ยิ่งทำให้เครียดไปอีก แล้วที่เครียดหนักสุดก็คือ ปวดปัสสาวะ แล้วมันไม่ออก แล้วบางทีอยู่ๆอยากจะออก ก็ออกมาบนเตียงเลย มันก็เลยแบบว่าแย่นิดหน่อย

 

 

          ตอนที่นอนอยู่ เราก็รู้สึกงงๆเหมือนกันนะ เพราะมีหมอหลายคนเข้ามาดูเราเยอะมาก เราก็ถามเพื่อนว่า เป็นอะไรแล้วไม่บอกความจริงกับเราหรือเปล่า ตอนนั้นคิดว่าน่าจะเป็นอะไรสักอย่างที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสมอง คือเราคิดไปก่อนเลย หลังจากดูผลต่างๆหมดแล้ว คุณหมอก็ให้ทำกายภาพบำบัด แล้วก็พบจิตแพทย์ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเอาจิตแพทย์มาคุยกับเราด้วย คือหมอบอกว่าอาจจะมาจากอาการความเครียดของเรา จากที่เราทำงานหรือทำอะไรหลายๆอย่างด้วย เหมือนความเครียดสะสมอะไรพวกนี้ค่ะ

 

 

          ตอนนี้ก็คิดว่าตัวเองดีขึ้นนะ หลังจากวันที่เราล้มลงไป แล้วก็เกิดอาการจำไม่ได้ด้วยว่าใครมาเยี่ยมบ้าง จะรู้ก็เพราะเห็นภาพการแท็กจากอินสตาแกรมหรือโซเชียลต่างๆ แล้วที่ดีขึ้นก็เพราะว่ายายเอาหนังสือธรรมะมาให้อ่าน แล้วหนิงก็พยายามที่จะอ่าน แล้วก็อยู่กับตัวเอง กำหนดลมหายใจเอง ทำในสิ่งที่ตอนที่เราบวชเราได้ฝึกปฏิบัติมา แล้วก็บอกกับตัวเองว่า ใจเป็นคนสั่งกาย ถ้าใจสั่งกายไม่ได้ กายจะแย่ แล้วถ้ากายเราแย่เมื่อไหร่ ลูกเราแย่แน่ๆ ตอนนั้นห่วงที่สุดคือลูก ห่วงณิรินที่สุดในโลกค่ะ เขาก็มาเยี่ยมตลอดนะ เข็นรถเข็น ป้อนข้าวป้อนน้ำ ทำทุกอย่างเหมือนนางพยาบาลเลยค่ะ แล้วอยู่ๆมันก็ค่อยๆดีขึ้นเอง

 

 

          อยากฝากว่าอะไรก็แล้วแต่ ความพอดีเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่ต้องประมาณตัวเอง คืออย่าทำอะไรที่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่ามันโหลดหรือว่ามันหนักเกินไป พอถึงเวลาที่เรารู้สึกว่ามันตึงไป เราก็ต้องผ่อนบ้าง แล้วที่สำคัญ จิตสั่งกาย อันนี้คือเรื่องจริง ใจเราจะเป็นตัวที่กำหนดเลยว่า เราจะเดินไปในทิศทางไหน ถ้าใจเราแข็งแรงเมื่อไหร่นะ ร่างกายต่อให้เราป่วยก็ยังไงก็ไหว ตอนนี้ถามว่าป่วยไหม ก็ป่วยแต่ว่ายังไหว คือไหวที่จะมาทำงานค่ะ”

 

 


วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน คือ มีข้อความมา ว่า...... "อยากให้คุณเปลวพูดเรื่องหุ้นและการกู้ยืมเงินของ ทอนอีก ยื้อเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ทาง กกต.จะฟ้องได้ไหม หรืออะไรยังไง?"

'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'