ทำต่อ5ปีหรือรื้อใหม่ 'บิ๊กตู่'ปลุกเต็มสูบ/อัยการล่า'ทักษิณ'คาวิวาห์อิ๊ง


   


    "บิ๊กตู่" ฟุ้งทำงานมา 5 ปี ต้องเป็นคนเก็บขยะกวาดสิ่งไม่ดีให้หมดไป ชี้มีปัญหาหมักหมมต้องทำต่ออีก ขอทุกคนจับมือเดินไปข้างหน้านำพาประเทศ-นายกฯ ผ่านสนามทุ่นระเบิด ลั่นเจอกันเมื่อชาติต้องการ "ป้อม" ย้ำไม่สั่งทหารล็อกโหวตเลือกตั้ง "พปชร." ตั้งวอร์รูมทีม กม.เอาคืนพวกใส่ร้าย "มาร์ค" ปลุก ปชช.ผ่าทางตันจาก 2 ขั้ว "เจ๊หน่อย" ชูเลือกพรรคท่วมท้นสู้ 250 เสียง ส.ว. "ภท." ปลื้มกระแสดีมั่นใจเป็นม้ามืด "สุวัจน์" เชื่อรักษาฐานที่มั่นโคราชได้
    เมื่อวันที่ 19 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างติดตามการก่อสร้างอาคารด่าน Border Control Facilities (BCF) ฝั่งไทย บริเวณเชิงสะพานฝั่งไทย อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า สิ่งที่ยังมีความกังวลคือรายได้ รัฐบาลจึงได้ดูแลทุกคน  แต่จะให้รวยขึ้นทีเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นอย่าไปเชื่อคำคน วันนี้อยากขอให้ทุกคนมีรอยยิ้ม ไม่ใช่ตื่นขึ้นมาก็จะทะเลาะกัน รัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อให้คนไทยมีรอยยิ้มมา 5 ปี และจะไม่ยอมให้ใครมาทำเรื่องเก่าๆอีก พอได้แล้ว การเมืองคือการเมือง ประชาธิปไตยคือประชาธิปไตย การเลือกตั้งก็ทำกันไป 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า บ้านเมืองต้องสงบ ขอคำสัญญาจากประชาชนทุกคน ขอให้เอาความสุขสงบคืนสู่ประเทศ จะให้ได้หรือไม่ ถึงใครไม่ให้ก็จะทำให้ทุกคนอยู่ดี แม้ไม่ชอบนายกฯ ก็จะทำ ใครด่าว่าอย่างไรก็จะทำให้ วันนี้ต้องลดความขัดแย้งให้ได้ โดยดูว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง หลายอย่างแล้วเสร็จในรัฐบาลนี้ ถ้ายังขัดแย้งกันอีกทุกอย่างก็จะไม่เกิดขึ้น ความสำเร็จต่างๆ ขึ้นอยู่กับผู้นำ ซึ่งต้องมีความเอาใจใส่ ส่วนใครจะเป็นต่อไปก็ไม่รู้ แต่ต้องเอาใจใส่แบบตน ที่แม้พูดไม่เพราะบ้างก็ขออภัย เสียงดัง หน้างอบ้าง ก็ต้องขอโทษ แต่พื้นฐานส่วนตัวเป็นคนใจดี
    “วันนี้ใครๆ ก็อยากเป็นนายกฯ รู้หรือไม่ว่า 5 ปีที่ผ่านมา ผมเป็นนายกฯ แบบไหน ซึ่งเป็นทุกหน้าที่ หนักสุดคือเป็นพนักงานเก็บขยะ เก็บสิ่งที่ทิ้งเรี่ยราดไว้ทั้งหมด ทั้งปัญหาหมักหมม ความเดือดร้อนต่างๆ ทุกอย่างต้องทำต่อ 5 ปีที่ผ่านมา แก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมทั้งหมด กลับไปดูได้ ถ้าเป็นทหาร ต้องเรียกว่าถูกวางกับระเบิดไว้มาก ผมจึงต้องรื้อสร้างใหม่ ทำบ้านเมืองให้สะอาด ลดการคอร์รัปชันจนเหลือศูนย์ วันนี้ทุกคนจึงต้องร่วมมือกับผม แต่ก็เป็นเรื่องของท่านที่จะไปเลือกตั้ง เลือกตั้งก็ว่ากันมาผมไม่ว่าอะไร ดีบ้างไม่ดีบ้างก็ต้องหากันมา แต่เราต้องหารัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลที่จะทำให้ทุกจังหวัดเดินไปพร้อมกัน เพราะทุกคนคือคนไทย เลือดสีเดียวกัน ผมทำทุกอย่างให้เดินหน้าอย่างสงบมาแล้ว 5 ปี เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่ทุกคนต้องการ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีมหามงคลที่จะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 เราต้องอยู่กันแบบนี้ ใครจะมารื้อระบบนี้ไม่ได้ ทุกคนต้องยอมตายจะให้ใครมารื้อไม่ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ข้าราชการมีหน้าที่รับใช้ประชาชน ไม่ใช่เจ้านาย ประชาชนเข้าหาไม่ต้องหมอบกราบ ขอให้ข้าราชการทำตัวติดดิน สร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อลดความขัดแย้ง เราต้องพิจารณาให้ดีกับคำว่าประชาธิปไตยของบ้านเรา นายกฯ ไม่บังอาจแนะนำพวกท่าน แต่ทุกคนต้องเอาปัญหาในอดีตมาดู อะไรไม่ดี ก็อย่าทำ ประวัติศาสตร์ที่ดี คือความภาคภูมิใจ
บิ๊กตู่ลั่นเป็นคนเก็บขยะ
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ใครที่บอกว่าจะรื้อทำใหม่ทั้งหมด นั่นหมายถึงเราต้องกลับมาเริ่มต้นทำใหม่ ดังนั้น ไม่ใช่ใครพูดจะให้ ก็ยิ้มหวานไปหมด อย่าไปฟังคนที่ออกมาพูดเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจไม่ดี คนพวกนี้ตกเลข เลอะเทอะ บัญญัติไตรยางศ์ผิด ขอให้ทุกคนจับมือกันเพื่อเดินไปข้างหน้า นำพาประเทศ นำนายกฯผ่านสนามทุ่นระเบิด กองขยะ วันนี้พูดในฐานะนายกฯยังขนาดนี้ ถ้าพูดในฐานะอื่นคงอันตรายไปอีก เพราะมีคนจ้องจะด่าทั้งวัน คนจะเกลียดก็เกลียดไป ไม่ว่าอะไร แต่อย่างไรก็จะทำงานให้ โดยพร้อมจะทำหน้าที่ เก็บขยะให้ทุกคนอยู่แล้ว วันนี้พร้อมนำพาทุกคนสู่ชีวิตที่ดีกว่า เหมือนเพลงวันใหม่ที่แต่งขึ้น เราทนมา 40-50 ปีแล้ว ขอให้ทนอีกหน่อย เชื่อว่าไม่นาน เพราะอีก 3-4 ปีทุกอย่างจะเกิดขึ้น เราได้ปลูกต้นไม้ต้นแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว วันนี้เริ่มผลิดอกออกผล เราจึงพร้อมปลูกต้นอื่นต่อไป
    “เราจะทำตัวเป็นคนหล่ออย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องทำงาน แม้จะมีคนฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่ก็ยังดี วันนี้เดินทางบ่อยมาก ไม่สบายเจ็บคอ ก็ต้องโด๊ปยา แต่ผมทนได้ ขอเพียงกำลังใจจากประชาชน ให้ผมได้หรือไม่ ขอแค่ความรัก ส่วนเรื่องอื่นเป็นเรื่องของทุกคน สำหรับผม 4 ห้องหัวใจมีให้กับ 68 ล้านคน หัวใจของผมต้องใหญ่มาก และจะใหญ่ได้ก็ด้วยความรักจากทุกคน ก็จะมีหัวใจดวงเดียวกัน เราต้องหาผู้นำที่เข้มแข็ง แต่ถ้าชอบเสียงหวาน ก็เลือกมา ซึ่งผมเองพูดหวานก็เป็นนะครับ แล้วเจอกันอีกเมื่อชาติต้องการ” 
    ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็นการประชุมครม.ครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.62 โดยก่อนการประชุม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการดำเนินการยกระดับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ จากนั้นนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ และคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกฯ เพื่อนำเสนอนิทรรศการผลการดำเนินการแปลงใหญ่ในโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างถ่ายรูปร่วมกับคณะว่า ประเทศชาติมาเป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว แต่ทุกกิจกรรมต้องทำเป็นระยะๆ ซึ่งอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท วันนี้อยู่ในระยะที่ 2 และ 3 แล้ว กำลังจะไประยะที่ 4 จะมาเริ่มระยะที่ 1 ใหม่ทั้งหมด จะล้มล้างทุกอย่างเป็นไปได้หรือไม่ ต้องพิจารณากันเอาเอง พวกเราทุกคนทำประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ใช่แค่นายกฯ คนเดียว
    จากนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน และคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกฯ เพื่อนำเสนอนิทรรศการเรื่องการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแก่ผู้ประกันตนในการประกอบการ โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานประกันสังคมกับอีก 9 หน่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 
    "อย่าบอกว่าลุงไม่ทำอะไรเลย ทุกคนช่วยกันทำ แล้ววันนี้ไม่มีบัตรกี่บาทอะไรทั้งสิ้น เรียกว่าประกันสุขภาพถ้วนหน้า เข้าโรงพยาบาลเอกชนได้ 72 ชั่วโมง เบอร์สายด่วน 1169 มีใครทำถามหน่อยซิ โธ่พูดอย่างเดียวทำไม่ได้หรอก ทำมาตั้ง 5 ปี ทำได้ขนาดนี้ เข้าใจหรือยัง" นายกฯ กล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุม ครม.กว่า 2 ชม. พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยระหว่าง ลงจากห้องประชุม ครม. ตึกบัญชาการ ได้ทำท่าชี้ไปที่ลำคอ พร้อมกล่าวเพียงสั้นๆ กับผู้สื่อข่าวว่า เจ็บคอ ก่อนจะชี้ไปที่ดวงตาทั้ง 2 ข้าง เพื่อส่งสัญญาณว่าเจ็บตาด้วย จากนั้นนายกฯ ขึ้นรถยนต์ส่วนตัว และเปิดกระจกหันมาพูดกับผู้สื่อข่าวว่า “มันร้อนนะ ใจเย็นๆก่อน เลือกตั้ง” และทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยูก่อนรถจะเคลื่อนออกไป 
    มีรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการ คสช.ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ให้พิจารณางดรายการเดินหน้าประเทศไทย ในวันที่ 24 มี.ค.62 ซึ่งตรงกับวันเลือกตั้งทั่วไป หลังทางสถานีโทรทัศน์และวิทยุได้ทำเรื่องขอนำเสนอบรรยากาศการเลือกตั้งทั่วไป รวมถึงการเกาะติดผลการลงคะแนน และการรายงานผลการเลือกตั้ง โดยทาง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ขัดข้อง จึงได้เห็นชอบตามข้อเสนอดังกล่าว โดยจะงดรายงานเดินหน้าประเทศไทย ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ส่วนรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ในคืนวันที่ 22 มี.ค.นี้ ยังคงมีตามปกติ ซึ่งเนื้อหารายการจะเป็นการนำเสนอเกี่ยวกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ 
ไม่สั่งทหารล็อกโหวต
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ ในที่ 20 มี.ค. มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการพื้นที่กรุงเทพมหานคร เวลา 06.30 น. นายกฯ เดินทางถึงสวนลุมพินี สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 ก่อนชมกิจกรรมออกกำลังกาย พร้อมติดตามผลการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนลุมฯ จากนั้นนายกฯ จะเดินทางไปยังสถานีกลางบางซื่อเพื่อตรวจติดตามโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และจะตรวจเยี่ยมชานชาลารถไฟความเร็วสูงและรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ช่วงบ่ายไปศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา และเดินทางต่อไปยังวัดโสธรวรารามวรวิหาร ก่อนเดินทางกลับ กทม.     
    ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการดูแลความเรียบร้อยการเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 24 มี.ค.นี้ว่า ก็เรียบร้อยอยู่แล้ว 
    ถามว่า ในส่วนของกำลังพลจะเปิดให้ฟรีโหวตโดยไม่มีการสั่งการให้ไปเลือกใครใช่หรือไม่  พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีๆ
    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้ว่า ในภาพรวมเรียบร้อยดี วันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมาอาจจะมีข้อผิดพลาดบ้าง แต่ภาพรวมถือว่าเรียบร้อยดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ทำงานไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากทาง กกต. เราก็ดำเนินการเรียบร้อยดีในทุกฟื้นที่
    ถามถึงการเก็บหีบเลือกตั้งไว้ที่ห้องของปลัดอำเภอในจังหวัดเลย รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ไม่ทราบ ถ้าใครทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ แต่ตนมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีอะไร ทุกคนทำไปตามกฎหมาย คงไม่มีเจตนาทุจริต อย่าเป็นโรควิตกจริตมาก 
    "เรากำชับนายอำเภอไม่ได้ เพราะเขาทำตามที่ กกต.ในพื้นที่เป็นผู้กำหนดว่าจะต้องทำอย่างไร กระทรวงมหาดไทยจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวในส่วนนั้นก็ไม่ได้ แต่เราสามารถบอกประชาชนได้ว่าหน่วยเลือกตั้งมีมากมาย ควรจะบอกกับประชาชนว่าใครทำผิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดี ประชาชนจะสบายใจกว่า" รมว.มหาดไทยกล่าว
    ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายธนกิจ จิตอารีย์รัตน์ คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรค กล่าวว่า
ขณะนี้ทีมกฎหมายและทีมสารสนเทศของพรรค เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลที่มีบุคคลหรือพรรคการเมืองอื่นกระทำสิ่งที่เป็นผลกระทบต่อ พปชร. แกนนำพรรค รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคเสนอชื่อ โดยเฉพาะการใส่ร้าย ป้ายสี และจูงใจให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อพรรค เบื้องต้นทีมงานรวบรวมรายละเอียดไว้พอสมควร และคาดว่าจะนำพยานหลักฐาน ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังการเลือกตั้ง วันที่ 24 มี.ค. และบางกรณีพบความผิดที่เข้าข่ายนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้ด้วย
    ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในตอนหนึ่งระหว่างการปราศรัยใหญ่กรุงเทพฯ โซนตะวันออก นอกศูนย์การค้า Crystal Design Center ว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ประชาชนถูกบังคับให้คิดอยู่ในกรอบเลือกข้างของคน ฝ่ายหนึ่งอ้างเป็นกลุ่มประชาธิปไตย ต้องการปลุกเร้าอารมณ์อย่างเดียวว่าเมื่อ 5 ปีผ่านไปคนส่วนใหญ่ไม่พอใจในเรื่องภาวะเศรษฐกิจและการบริหารงานที่ไม่เป็นประชาธิปไตย จึงปลุกเร้าให้เลือกพรรคตัวเองที่สถาปนาว่าเป็นประชาธิปไตย แต่ความจริงไส้ในของแต่ละพรรคไม่เป็นประชาธิปไตย ส่วนฝ่ายที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เอาความกลัวมาใส่ประชาชนว่าถ้าไม่ต้องการให้ฝ่ายโน้นกลับมา ต้องเลือก พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น 
    "อยากให้ประชาชน ไตร่ตรองดูว่า 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้มีอำนาจพิเศษบริหารการเมืองง่ายกว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ ขณะเดียวกันรัฐบาลปัจจุบันเคยว่ารัฐบาลอื่นหลายอย่าง แต่ตอนนี้ทำเกือบทุกอย่างแล้วในวันที่ต้องการกลับมามีอำนาจ ผมไม่ใช่คนโลกสวย แต่ไม่เคยเชื่อทฤษฎีโจรจับโจร ที่ไม่เชื่อเพราะถ้าใช้ทฤษฎีโจรปราบโจร หมายความว่าเราจะอยู่กับโจรหรือจะได้มหาโจรในที่สุด อยากให้ตั้งหลักว่าอยากให้บ้านเมืองเดินไปทางไหน" นายอภิสิทธิ์กล่าว 
    ส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เดินตลาดประปา อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา ช่วยผู้สมัครหาเสียง รวมทั้งขึ้นรถแห่แนะนำผู้สมัครและสื่อสารนโยบายภายในพื้นที่ อ.เมืองฯ 
หน่อยฟุ้งมีแผนสู้ 250 ส.ว.
    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ เพราะมีความได้เปรียบเสียเปรียบจากการร่างกติกาเพื่อกลับเข้าสู่อำนาจ เสมือนเป็นการยึดอำนาจอีกครั้งหนึ่ง ผ่านกติการ่างกฎหมาย ผ่านกลไกที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ เช่น ส.ว. 250 คน ซึ่งประชาชนขาดความเข้าใจและคิดว่าเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับหนึ่งจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้นจึงต้องเลือกอย่างมียุทธศาสตร์ ถ้าประชาชนไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐตรีต่อ ต้องเลือกเพื่อไทยเท่านั้น เลือกอย่างถล่มทลาย เพราะมีเพียงพรรคที่มีศักยภาพจะได้ ส.ส.มากพอที่จะสามารถต่อสู้กับ ส.ว. 250 คน
    "มั่นใจพรรคจะได้คะแนนเสียงมากที่สุดในประเทศ จึงเรียกร้องว่าอย่าดำเนินการใดๆ ที่ทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนเกิดความบิดเบี้ยว โดยใช้กลไกของ ส.ว. 250 คน ซึ่งส่วนตัวยอมรับว่าหนักใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะจะมีช่องทางให้เกิดการโกงเลือกตั้งในหลายขั้นตอน ทำให้การเลือกตั้งใหญ่น่ากังวล แล้วทำให้พรรคการเมืองต่างๆ เสียคะแนนไปจำนวนมาก ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชน และประชาชนสามารถฟ้องได้ อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะมีทฤษฎีสมคบคิด โดยเฉพาะพวกที่แพ้เลือกตั้ง แต่ยังอยากอยู่ในอำนาจต่อ ทั้งหมดเป็นความกังวล แต่ประชาชนต้องสู้" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
    ส่วน น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) สร้างวาทกรรม พล.อ.ประยุทธ์เป็นเผด็จการที่จะสร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ และล้มล้างระบอบทักษิณที่ไม่มีอยู่จริง ตนขอบอกว่าหยุดสร้างวาทะหลอกลวงประชาชนเสียที คนที่มีพื้นฐานแบบเผด็จการไม่มีทางสร้างประชาธิปไตยได้ ถ้าคนที่จะสร้างประชาธิปไตยได้ต้องมีจิตสำนึกที่ไม่แย่งอำนาจจากประชาชน
    สำหรับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรค พร้อมคณะ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงที่ใน กทม. บริเวณตลาดกิตติสาทร ตลาดเช้าสะพาน 2 ซอยเซนต์หลุยส์ ซอยเย็นจิต และศูนย์การค้าวรรัตน์ 
    พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์กล่าวว่า มาถึงเวลานี้ผลโพลต่างๆ ทำให้เห็นชัดว่าพรรคมีคะแนนเพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ จนทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเป็นที่รู้จักมากขึ้น เราจึงมีความหวังที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วหากเราได้เป็นพรรคอับดับที่ 1 เราจะเชิญทุกพรรคมาร่วมกันทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน ตามแนวทางการสร้างประชาธิปไตยที่แข็งแรง
    “พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่ม้ารองบ่อน แต่เราจะเป็นม้ามืด ที่เร่งฝีเท้าปาดหน้าเข้าเส้นชัยเอาชนะม้าเต็งได้ เพราะการที่พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าการเมืองอย่างเข้มข้น ทั้งการลงพื้นที่ทั่วประเทศ จะทำให้ประชาชนรู้ว่าพรรคมีความตั้งใจที่จะเข้ามาบริหารประเทศ เรายืนยันว่าเราจะยึดผลประโยชน์ชองชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งสิ่งเดียวที่เราจะไม่ทำคือทำลายประเทศและทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ ยืนยันอีกครั้งเราต้องการเป็นพรรคลำดับที่ 1 เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่พรรครอร่วมรัฐบาล” โฆษกพรรค ภท.กล่าว
    ที่ จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับฐานเสียงและการพัฒนาอีสานและพัฒนาประเทศ พัฒนาโคราช เราปราศรัยอย่างเป็นทางการครบทั้ง 14 เขตแล้ว กระแสตอบรับของประชาชนดีมาก เรามาปิดการปราศรัยแล้ว เรามีความเชื่อมั่นว่าเราจะรักษาฐานการเมืองที่โคราชไว้ได้
    วันเดียวกัน เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ สื่อของฮ่องกง รายงานเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ว่าทางการไทยกำลังขอให้ทางการฮ่องกงส่งตัวอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ร้ายข้ามแดน โดยเชื่อว่าขณะนี้นายทักษิณและครอบครัวอยู่ที่ฮ่องกงเพื่อร่วมงานแต่งงานของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง กับนายปิฎก สุขสวัสดิ์ ที่จะจัดที่โรงแรมโรสวู้ดในฮ่องกงวันศุกร์นี้ โดยสื่อฮ่องกงกล่าวว่า อุ๊งอิ๊งและว่าที่สามีซึ่งเป็นนักบินเดินทางมาถึงฮ่องกงแล้ว เช่นเดียวกับนายทักษิณ
     เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ข่าวสดฉบับภาษาอังกฤษ ว่าคำร้องขออย่างเป็นทางการเพื่อขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนนั้นจะส่งถึงทางการฮ่องกงทันทีที่เจ้าหน้าที่ทราบชัดเจนว่านายทักษิณพักอยู่ที่ใด คำขอนี้จะเป็นการขอให้ฮ่องกงส่งตัวนายทักษิณเป็นผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการครั้งแรก
    ทั้งนี้ ไทยและฮ่องกง ซึ่งเป็นดินแดนของจีน ไม่ได้ทำสนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดนต่อกัน สื่อของฮ่องกงได้สอบถามกระทรวงยุติธรรมของฮ่องกงว่าทางการไทยได้ส่งคำร้องขอมาแล้วหรือไม่ หรือฮ่องกงจะทำเช่นไรหากได้รับคำร้องขอ แต่กระทรวงแจงเพียงว่าจะไม่ให้ทัศนะเกี่ยวกับกรณีที่เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล.


"บัดนี้.......... การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช ๒๕๖๒

"ธนาธร"กับ"กฎหมายปิยบุตร"
จากหุ้นถึง 'เงินกู้' ธนาธร
ความคิด 'ส่วนเกิน' ประชาธิปัตย์
ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก