‘เอ เชิญยิ้ม’เล่าชีวิตรันทด เก็บเศษอาหารคนอื่นกิน


เพิ่มเพื่อน    

 

          เป็นอีกหนึ่งคนที่สร้างเสียงหัวเราะให้แฟนๆมากมายสำหรับ เอ เชิญยิ้ม หรือ เอกรินทร์ อารีรักษ์ แต่ในชีวิตจริงของเขากว่าจะมีชื่อเสียงอย่างเช่นทุกวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องทำงานมาแล้วหลายอย่าง หนักสุดถึงขั้นไปกินของเหลือจากคนอื่น

          “ตอนเด็กเป็นเด็กบ้านแตก คือคุณพ่อกับคุณแม่แยกทางกัน ตั้งแต่ผม 3 ขวบ ผมก็อยู่กับคุณพ่อมาตลอด ตอนเด็กๆ ก็มีคำถามเหมือนกันว่าแม่ไปไหน แต่พ่อก็ไม่ได้บอกให้เราเกลียดแม่ พ่อบอกว่ามีเหตุผลของผู้ใหญ่ที่ทำให้ไม่สามารถร่วมชีวิตกันได้ เราก็เข้าใจอยู่กับพ่อมาตลอดโดยที่คุณพ่อไม่มีภรรยาใหม่เลย คุณพ่อหอบลูกหนีในช่วงที่แยกกัน ต่างคนต่างแย่งลูก พ่อก็หอบลูกหนีไปอยู่ต่างจังหวัดไปอยู่ในที่ที่แม่ไม่สามารถตามได้ ผมเคยเจอคุณแม่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้แม่เสียชีวิตไปแล้ว

          ช่วงที่คุณพ่อตกงาน  คุณพ่อก็เปลี่ยนอาชีพจากตลกไปขายของ ไปขายลูกชิ้น ทำหลายอย่างเพื่อหาเงินเลี้ยงลูก ช่วงที่ลำบาก ไม่มีเงินจริงๆ เราก็ดิ้นรนไปขายเรียงเบอร์ตามตลาดสด ตอนนั้นฐานะทางบ้านยากจน ลำบาก เราเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ ประมาณ 9 ขวบ ตามคุณพ่อไปคาเฟ่ ละขึ้นเวทีเล่นตลก เมื่อก่อนเพื่อนพาไปไหนก็ทำหมดเพื่อให้ได้เงิน คือเงินจะซื้อขนมกินในบางวันมันไม่มี เชื่อไหมน้ำอัดลมในยุคนั้นเดือนนึงนับครั้งได้ว่าจะกินได้กี่

          มีช่วงนึงตกงาน เราไปหางานห้างแถวบางกะปิ มันเป็นช่วงผลัดเปลี่ยนว่าเราจะเลือกทางไหน คือผมเล่นตลกตั้งแต่เด็กๆ พอถึงช่วงสิบกว่าขวบก็มีโอกาสไปทำงานกลางวัน แล้วเราก็ไปหางานแถวร้านฟาดฟู้ดในห้างนั้น แล้วหิวข้าวไม่มีข้าวกิน เงินก็ไม่มี ก็ยืนมองคนที่เขากิน เขาทานเสร็จเขาก็ลุกไป เราก็มองซ้าย มองขวา เราก็ไปนั่งกิน ทีนี้ทางผู้จัดการเขามาเห็นเราก็บอกว่าเราไม่มีงานทำ คือก่อนหน้านั้นเราขึ้นไปสมัคร แล้วเขาจำเราได้ ก็ปรากฏว่าได้ทำงานนั้น ก็ได้เป็นพนักงานเก็บจาน ซึ่งทำงานช่วงแรกยังไม่มีเงินเดือนมื้อกลางวันก็อาศัยตรงนี้  ช่วงเวลานั้นเราต้องเอาตัวเองให้รอด พอเงินเดือนเราออกเราก็มีเงินต่อชีวิตในเดือนต่อๆ ไป แต่ที่เก็บอาหารทานไม่ได้ทำตลอดนะ ทำแค่ช่วงแรกตอนที่ไม่มีเงินเท่านั้น ถามว่าเพื่อนล้อไหม ไม่ครับเพราะเราไม่ทำให้คนอื่นเห็น แอบใส่ถุงแอบไปกินในห้องน้ำ

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากรายการคุยแซ่บShow


รู้แหละว่า "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ช่วงนี้หนักหน่อยก็เห็นใจและซาบซึ้งแต่พลันที่ "นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน" ถือโอกาสออกมา ขอเดือนละ ๕,๐๐๐ เป็นเวลา ๖ เดือนให้พวกเขาบ้าง ......ขนลุก!

"เงินหมุนไป-ไหนล่ะงาน?"
ต่ำใต้ในหล้า"บทศึกษาไทย"
"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"