ตอบโจทย์สุขภาพคนเมือง พาผู้บริโภคพบเกษตรกรอินทรีย์


   

เครือข่ายปฏิบัติการ CSR for Thailand โดยคุณพิมพร ศิริวรรณ ผู้จัดการเครือข่าย เปิดเผยว่า ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ไม่เจ็บป่วยด้วยอาหารที่ควรจะให้ประโยชน์มากกว่าโทษ และจะต้องหันกลับมาดูแลตั้งแต่ต้นทางคือ การเลือกนำวัตถุดิบที่ปลอดภัยมาปรุงอาหาร โดยเฉพาะข้าวและพืชผักที่ควรจะต้องมาจากการปลูกแบบอินทรีย์ คือ ปลูกด้วยดินไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและหญ้าวัชพืชต่างๆ ใส่ใจระบบนิเวศ รวมถึงมีความมุ่งมั่นในการเชื่อมโยงผู้บริโภคให้รู้จักแหล่งปลูกพืชผักอินทรีย์ตามแนวทางของสามพรานโมเดลเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์และห่วงโซ่อาหารสมดุล ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ จึงริเริ่มกิจกรรมลงพื้นที่พาคนเมืองซึ่งเป็นคนปลายน้ำไปเรียนรู้ความหมายของเกษตรอินทรีย์ จากเกษตรกรที่เป็นคนต้นน้ำโดยตรง พร้อมฟังประสบการณ์ องค์ความรู้ แรงบันดาลใจและความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทั้งต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ของครอบครัวเกษตรกร หลังจากหันหลังให้กับการใช้เคมี

Organic DIY “วิถีอินทรีย์ ขอมีใจ ลงมือทำ คุณทำได้” ครั้งนี้ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561โดยจะลงไปพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้วิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่หัวใจอินทรีย์ ตำบลทัพหลวง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ที่มีคุณอรุณี พุทธรักษา หนึ่งในเครือข่ายของสามพรานโมเดล ที่นับเป็นเกษตรอินทรีย์สายแข็ง เป็นผู้นำและทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยนำแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตและขยายสู่สังคมรอบข้าง ทำให้ครอบครัวของตนเอง รวมถึงเกษตรกรในกลุ่มมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

โดยหลายปีมานี้ จากความเอาใจใส่ พัฒนาแปลงปลูกอย่างต่อเนื่อง กลุ่มเกษตรกรที่มีอุดมการณ์ร่วมกันมีความเข้มแข็ง มุ่งมั่นทำผลผลิตอินทรีย์ จนได้รับการรับรองมาตรฐาน IFOAM และได้รับใบประกาศการรับรองการทำเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม PGS
อรุณีกล่าวว่า อยากให้ผู้คนในเมือง ผู้บริโภคตื่นตัวมาเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ทั้งการปลูก การแปรรูป เพื่อจะได้ตระหนักถึงคุณค่า ประโยชน์ รวมถึงรับรู้ถึงพิษภัยของสารเคมีที่เป็นต้นเหตุของความเจ็บป่วยอย่างชัดเจน เพื่อจะได้หันมาเปลี่ยนแปลง เลือกบริโภคอาหารที่ผลิตจากเกษตรอินทรีย์ที่มีความปลอดภัยดีต่อสุขภาพ รวมถึงมาเรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรและนำความรู้กลับไปที่บ้านไปปลูกหรือบอกเพื่อนๆ ให้ตื่นตัวได้

การนำผู้บริโภคลงพื้นที่มาเรียนรู้กับเกษตรกร ในโครงการ Organic DIY ยังจะทำให้เกิดความเข้าใจและเกิดความเชื่อมโยงที่นำไปสู่ห่วงโซ่อาหารที่ยั่งยืน ซึ่งเธอเล่าว่า สิ่งที่จะถ่ายทอดให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมนอกจากเทคนิคการปลูกแล้ว ยังรวมถึงกระบวนการทำงานของเกษตรกรอินทรีย์ที่จะต้องมีการวางแผนและทำงานอย่างเป็นระบบ

“ผักบางชนิดไม่สามารถปลูกได้ทั้งปี เช่น คะน้า กวางตุ้ง ต้องปลูกในฤดูหนาว แต่มีผักที่มีปลูกได้ทั้งปีเช่นดอกแค ตำลึง คนที่สนใจจะต้องรู้ถึงความยากง่ายของการปลูกพืชแต่ละชนิด ในที่สุดแล้วหากตั้งใจจริงก็สามารถปลูกในแบบอินทรีย์ โดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ ได้ เช่น ผักบุ้ง บางช่วงจะไม่โต ก็ต้องไปดูเจอปัญหาอะไรแล้วแก้ไข หากปลูกในฤดูฝน ใบก็จะช้ำ ก็ต้องหาอุปกรณ์กันน้ำฝนกระแทก ขณะที่การทำงานจะต้องมีการจดบันทึกเรื่องโรคพืชแมลงว่าในเดือนไหนจะเจอโรคพืชชนิดใด ใช้ชีวภาพตัวไหนฉีดพ่น ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำเกษตรอินทรีย์เช่นเดียวกับการรวมกลุ่ม เพื่อให้เกิดระบบตรวจสอบกันเอง

นอกจากนี้ยังจะได้เล่าให้ผู้มาร่วมกิจกรรมฟังถึงการรวมกลุ่มเกษตรกรที่ทำให้การทำอินทรีย์ง่ายขึ้น เพราะสมาชิกในกลุ่มจะมีความถนัดแตกต่างกันไป และวิธีการวางแผนล่วงหน้าก่อนการเพาะปลูกภายใต้ความต้องการของตลาด

พิมพร ศิริวรรณ ผู้จัดการเครือข่าย CSR for Thailand มองว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะเหนือกว่าแรงบันดาลใจ ความเข้าใจที่ทุกคนจะได้รับ คนที่มาร่วมกิจกรรมอาจจะไปพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพเสริม ซึ่งสำหรับศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่หัวใจพอเพียงเป็นต้นแบบที่ดี เพราะเกษตรกรในกลุ่มมีองค์ความรู้ และมีอุดมการณ์ที่จะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและคนในสังคม หลังจบกิจกรรมแล้วก็อาจจะมีคนสนใจไปร่วมเรียนรู้กับเกษตรกรในเรื่องต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจที่อยากเดินตามวิถีอินทรีย์ อรุณีบอกว่า อันดับแรกต้องตั้งใจจริง รวมถึงมาหาแรงบันดาลใจจากทริป Organic DIY และทริปอื่นๆ ด้วย หากอยากทำจริงๆ ก็ควรมาเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ราว 5 เดือน ซึ่งทางศูนย์ยินดีต้อนรับคนที่สนใจมาอบรมต่อเนื่องด้วย

สำหรับกิจกรรม Organic DIY ที่จะจัดขึ้นในครั้งนี้ จะมีการลงพื้นที่ดูแปลงนาอินทรีย์ แปลงปลูกผักสวนครัวเหนือดิน การทำปุ๋ยหมัก การทำสมุนไพรไล่แมลง รวมถึงการเตรียมดิน การเลี้ยงไก่ ตลอดจนมีกิจกรรมเพาะต้นอ่อนผักบุ้ง เพาะถั่วงอก การแปรรูปทำน้ำตาลอ้อยอินทรีย์ การทำขนมข้าวต้มมัด การเพาะเห็ด และการปลูกผักสลัด รวมถึงการใช้ประโยชน์จากสมุนไพร ทำน้ำยาปากหอม โดยในกิจกรรมทุกคนจะได้ลิ้มรสกับอาหาร ขนม ของว่าง น้ำอ้อยอินทรีย์ ชาสมุนไพร รวมถึงเลือกซื้อผลผลิตอินทรีย์ที่ทางกลุ่มเกษตรกรได้จัดเตรียมไว้ต้อนรับทุกคนที่มาร่วมกิจกรรม ด้วยความสุขใจและเต็มใจยิ่ง

สำหรับผู้สนใจร่วมกิจกรรม Organic DIY สามารถสอบถามรายละเอียดและค่าใช้จ่ายได้ที่ เครือข่ายปฏิบัติการ CSR for Thailand คุณพิมพร 08-1928-2808 หรือติดต่อ ID line : pimporn999.


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?