เวิลด์แบงก์เร่งไทยดันมาตรการอุ้ม ศก. รับจีดีพีปีนี้โตแค่ 3.8%


   

 

25 เมษายน 2562 นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจำประเทศไทย (เวิลด์แบงก์) กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลชุดปัจจุบันพยายามจะออกมาเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระหว่างที่ยังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่นั้น มองว่า นโยบายด้านการเงินการคลังของไทยยังมีศักยภาพค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากหนี้สาธารณะยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม จึงยังมีช่องพอที่จะให้รัฐบาลใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงนี้
ทั้งนี้ ในส่วนของการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่นั้น มองว่า หากมีความล่าช้าจะส่งผลกระทบต่อโครงการลงทุนใหม่ ๆ ของรัฐบาลโดยเฉพาะโครงการลงทุนในปีงบประมาณ 2564 ส่วนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ในปีงบประมาณ 2562-2563 ไม่นาจะมีปัญหาและไม่ได้รับผลกระทบ เพราะได้มีการเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว ขณะที่การลงทุนของภาคเอกชนอาจจะยังมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองนี้ จนทำให้เกิดการชะลอการลงทุนออกไป

นายเกียรติพงศ์ กล่าวอีกว่า ธนาคารโลกยังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปีนี้ เหลือ 3.8% จากคาดการณ์เดิมที่ 3.9% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงเรื่องการส่งออก จากความตึงเครียดทางการค้าของโลก และการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงในปีนี้ จากเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต ยังเป็นประเด็นที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ขณะที่ปี 2563 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.9% ขณะที่คาดว่าภาคส่งออกไทยในปีนี้จะขยายตัวที่ 5.7% ลดลงจากปีก่อน ที่อยู่ที่ระดับ 5.9%  ขณะที่ปี 2563 คาดว่าส่งออกจะเติบโตที่ระดับ 5.5%

“อุปสงค์ในประเทศ จะเป็นตัวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ โดยมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านและเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพราะไทยมีอุปสงค์ในประเทศเข้ามาช่วยทดแทนการชะลอตัวลงของภาคการส่งออก ขณะเดียวกันการลงทุนภาคเอกชนก็เริ่มปรับตัวดีขึ้น ควบคู่ไปกับการลงทุนของภาครัฐที่เดินหน้าได้” นายเกียรติพงศ์ กล่าว