แสลง2.5หมื่นล. ผุดกก.สรุปค่าโง่ โฮปเวลล์ใน1ด.


เพิ่มเพื่อน    

 บอร์ด รฟท.ถกปัญหาค่าโง่โฮปเวลล์ “กุลิศ” ลั่นไม่เคยรับรู้เรื่องจนถึงวันศาลลงดาบ สั่งตั้งคณะทำงานสรุปให้ได้ใน 1 เดือนต้องจ่ายเท่าใด พร้อมรวมข้อมูลตั้งแต่ปี 2533 ยังไม่เคาะตัวเลขจ่าย 2.5 หมื่นล้าน ชี้ต้องทำให้รัฐกระทบน้อยสุด การรถไฟฯ แพลมอาจขอผ่อนหนี้ พ่วงให้สิทธิ์บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์

       เมื่อวันที่ 26 เม.ย. คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟท.) ประชุมหารือกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคม โดย รฟท. จ่ายค่าชดเชยบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จากการบอกเลิกสัญญาโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับ รวมเป็นเงิน 11,888.75 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยต้องจ่ายค่าชดเชยให้เสร็จภายใน 180 วัน นับตั้งแต่คดีสิ้นสุดลง
        โดยนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน  ในฐานะประธานบอร์ด รฟท. กล่าวก่อนการประชุมว่า ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดเป็นเวลา 1 ปี ไม่เคยได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากฝ่ายบริหาร ไม่เคยมีใครแจ้ง
เมื่อถามว่าหนักใจไหม นายกุลิศกล่าวว่า หนักใจ เพราะบอร์ดไม่เคยรับทราบเรื่องนี้เลย ไม่เคยมีการรายงานเลย วันนี้ถือเป็นการประชุมนัดแรกที่เราจะรับทราบเรื่องของโฮปเวลล์ ซึ่งได้มีการเช็กไปที่บอร์ดชุดก่อนหน้านี้ หรือเช็กนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อดีตรักษาการผู้ว่าฯ  รฟท. ก็ไม่เคยรับทราบเรื่องนี้เลย ทำให้การประชุมวันนี้จะเป็นการรับฟังแนวทางก่อน เนื่องจากเรื่องโฮปเวลล์เป็นเรื่องที่บอร์ดเพิ่งรับทราบ 
“ผมคิดว่าคดีนี้มันจบไปแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลชั้นกลาง แต่ปรากฏว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งประธานบอร์ดในวันที่ 27 เม.ย.2561 จนถึงปัจจุบัน รถไฟไม่เคยรายงาน เราก็ไม่เคยได้รับรายรายละเอียดการนำพิจารณาต่อศาลปกครองสูงสุดอยู่ในการดำเนินการ เราไม่เคยได้รับการรายงาน วันนี้จะต้องมาไล่บี้ว่าเกิดอะไรขึ้น และดูว่าต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ หรือสอบสวนว่าทำไมบอร์ดถึงไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้จากฝ่ายบริหารเลย จนกระทั่้งมีคำตัดสินของศาลออกมา” นายกุลิศกล่าว
      ด้านนายเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ รฟท. กล่าวว่า ได้สรุปจำนวนดอกเบี้ยและเงินต้นทั้งหมดในกรณีนี้ พบว่าต้องจ่ายให้กับโฮปเวลล์ประมาณ 25,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 12,000 ล้านบาท และดอกเบี้ย 13,000 ล้านบาท ซึ่งขั้นตอนต่อไป รฟท.จะเสนอจำนวนวงเงินที่ต้องจ่ายคืนให้กระทรวงคมนาคมในวันจันทร์ที่ 29 เม.ย.นี้ ก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 30 เม.ย. โดยยืนยันที่จะขอให้รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมช่วยจ่ายหนี้ก้อนนี้ด้วย เนื่องจากปัจจุบัน รฟท.มีหนี้สะสมอยู่แล้วประมาณ 1.2 แสนล้านบาท
“แม้ค่าชดเชยดังกล่าวจะถูกบันทึกเป็นกำไรขาดทุนในผลประกอบการ แต่สุดท้ายรัฐบาลก็ต้องช่วยเหลือให้ รฟท. ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ดี ขณะเดียวกันไม่ว่ารัฐบาลจะให้ รฟท.ใช้หนี้จำนวนเท่าไหร่ อาจต้องทำเรื่องเสนอกู้เงินทั้งหมดเพื่อมาใช้หนี้ โดยหาจากแหล่งเงินภายในประเทศเป็นหลัก” นายเอกกล่าว
ภายหลังการประชุม นายกุลิศกล่าวว่า ที่ประชุมได้สั่งการรักษาการผู้ว่าฯ รฟท. สำนักกฎหมายการรถไฟ ทำงานร่วมกับกระทรวงคมนาคม สำนักงานอัยการสูงสุด กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณดำเนินการตามคำพิพากษาโดยให้รัฐมีผลกระทบน้อยที่สุด ซึ่งเบื้องต้นตั้งกรอบทำงานในเวลา 180 วัน ในการเตรียมข้อมูลเท่าที่การรถไฟฯ จะหาได้ และให้ถือเป็นวาระสำคัญที่ต้องติดตามในการประชุมบอร์ดทุกครั้ง
"เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่สำหรับบอร์ด ซึ่งชุดปัจจุบันที่รับงานมาตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.2561 ไม่ได้รับทราบข้อมูลเรื่องนี้เลย จนกระทั่งศาลมีคำพิพากษามา เพราะฉะนั้นจึงได้ให้การรถไฟฯ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทำรายละเอียดความเป็นมาเพื่อให้บอร์ดรับทราบว่าคดีตั้งแต่ปี 2533-2534 ที่เริ่มดำเนินการจนบอกเลิกสัญญาในวันที่ 7 ต.ค.2540 มีความเป็นมาอย่างไร และหาแนวทางที่ดีที่สุดในการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด โดยที่ให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุด" นายกุลิศกล่าว และว่า นอกเหนือจากการเตรียมหาข้อมูลและตั้งทีมทำงานเพื่อประสานงานเกี่ยวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมถึงต้องพิจารณาแนวทางการเจรจากับโฮปเวลล์ด้วย จากนั้นจะกำหนดกรอบเวลาทำงานต่อไป 
นายกุลิศกล่าวอีกว่า ในเรื่องตัวเลขนั้น ขอรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนก่อน ต้องรอการรถไฟฯ หาข้อมูลก่อน แต่จะมีการนำเสนอรายงานข้อมูลให้รับทราบกระทรวงคมนาคมในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ขณะที่การเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการโครงการในขณะนั้น อาจเอาผิดย้อนหลัง แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ด้วย เนื่องจากบางคนเข้ามาในช่วงที่โครงการจบแล้ว โดยยืนยันว่าในการประชุมบอร์ดครั้งหน้าจะพยายามให้ชัดเจนมากที่สุด เพราะจำนวนหนี้ที่เกิดขึ้นย่อมมีผลกระทบต่อแผนฟื้นฟูองค์กรของการรถไฟฯ แน่
“สัปดาห์หน้าจะหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมและสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อหาตัวเลขที่มาจากแหล่งต่างๆ ให้เป็นแหล่งเดียวกัน โดยคาดว่าจะชัดเจนในการตั้งคณะทำงานในช่วงเวลา 1 เดือน ส่วนตัวเลขที่ต้องจ่ายเงินชดเชย 25,000 ล้านบาทหรือไม่นั้น จะไม่ขอพูด เนื่องจากต้องตรวจสอบในรายละเอียด หากมีการพูดไป และปรากฏว่าเป็นตัวเลขที่มากหรือน้อยเกินไป ก็จะเกิดความเสียหายได้” นายกุลิศกล่าว
ด้านนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าฯ รฟท. กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องทำงานร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ทั้ง รฟท. อัยการ และกระทรวงคมนาคม และในวันจันทร์ ที่ 29 เม.ย.นี้ จะรายงานมติบอร์ดที่ได้ข้อสรุปให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม รับทราบก่อนเสนอรายงานไปยังที่ประชุม ครม.ในวันที่ 30 เม.ย.นี้
"เรื่องการจ่ายค่าชดเชยนั้น เป็นอำนาจในการต่อรอง ภายในสัปดาห์หน้าจะตั้งทีมงานแล้วเสร็จ เพื่อไปหารือกับหน่วยงานต่างๆ และคาดว่าจะได้ข้อสรุปแนวทางในการจ่ายค่าชดเชยที่ชัดเจนภายใน 1 เดือน โดยแนวทางอาจมีหลายรูปแบบ เช่น เจรจาผ่อนชำระ และการให้สิทธิ์เข้ามาบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ รฟท. เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าคำพิพากษาครั้งนี้ไม่กระทบกับการลงทุนโครงการต่างๆ ของ รฟท. ยังคงเดินหน้าต่อไป" นายวรวุฒิกล่าว
นายเอกกล่าวว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ รฟท.จะเสนอจำนวนวงเงินที่ต้องจ่ายคืนให้กระทรวงคมนาคมในวันที่ 29 เม.ย. โดยยืนยันที่จะขอให้รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมช่วยจ่าย เนื่องจากปัจจุบัน รฟท.มีหนี้สะสมอยู่ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท.
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.