คลังเลิกแจกเงินเที่ยว! อ้างศึกษาแล้วสั่งถอย


   

  คลังถอยกรูด ไม่เอาแล้ว แจกเงินให้เที่ยวเมืองรองหัวละ 1.5 พัน 10 ล้านคน "อภิศักดิ์" เผยศึกษารายละเอียดแล้วไม่คุ้ม หันไปเติมเงินบัตรจนคนหัวละ 500 บาทแทน

    นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงกลางปีเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังปรับปรุงรายละเอียดของมาตรการดังกล่าวอยู่ เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และมีความคุ้มค่ากับงบประมาณที่สุด โดยในส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เบื้องต้นจะไม่เสนอให้ทำมาตรการแจกเงินให้คนละ 1,500 บาท จำนวน 10 ล้านคน เพื่อไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อีเพย์เมนต์ในเมืองรอง 55 จังหวัดแล้ว เพราะเมื่อศึกษาอย่างละเอียดแล้วพบว่าโครงการนี้อาจไม่คุ้มค่าได้
    อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว จะคงเหลือแต่มาตรการทางภาษี ได้แก่ การขยายมาตรการเปิดให้นำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวทั่วประเทศมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ปีนี้ 15,000 บาทต่อคน และขยายระยะเวลาเปิดจุดให้บริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติออกไปอีก 6 เดือน ถึงเดือนเม.ย.-ก.ย.2562
    “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบนี้ จะเน้นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเหมือนเดิม โดยจะพิจารณาการเติมเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถนำไปเงินไปใช้ดำรงชีพได้ พร้อมกับเน้นมาตรการการช่วยเหลือด้านการศึกษาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ ขณะเดียวกันจะมีการออกมาตรการทางภาษีช็อปช่วยชาติ เพื่อให้นำค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซื้ออุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬา หนังสือ มาลดหย่อนภาษีเงินได้ในปีนี้ได้เพิ่มด้วย” นายอภิศักดิ์กล่าว
    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า สาเหตุที่กระทรวงการคลังมีการยกเลิกการแจกเงิน 1,500 บาทให้ไปเที่ยวเมืองรอง เนื่องจากได้รับนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้มีการทบทวนใหม่ หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็นการส่งเสริมให้คนนำงบประมาณไปใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย รวมถึงยังไม่สบายใจที่มีกระแสข่าวหลุดมาก่อนที่จะนำเรื่องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา จึงสั่งให้ชะลอและหาทางปรับปรุงมาตรการใหม่ให้เหมาะสม หรือจนกว่าจะมีความจำเป็นกว่าเดิม
     มีรายงานว่า กระทรวงการคลังได้ตัดสินใจยกเลิกโครงการดังกล่าวแล้ว โดยอ้างว่าไม่ได้เตรียมพร้อมเรื่องงบประมาณไว้ ทำให้มาตรการนี้ไม่สามารถนำงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินได้มาใช้ได้เนื่องจากการใช้งบกลางจะต้องเป็นเรื่องที่ฉุกเฉินเท่านั้น รวมทั้งการดำเนินมาตรการนี้ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก กระทรวงการคลังจึงเปลี่ยนเป็นใส่เงินเพิ่มในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ให้ผู้มีรายได้น้อย จำนวน 14.5 ล้านคน นำเงินไปซื้อของในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐแทน โดยเพิ่มจำนวนเป็น 500 บาททุกราย ในเดือน พ.ค.-มิ.ย.2562 จำนวน 2 เดือน 
    จากเดิมผู้ถือบัตรคนจนที่มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จะได้รับการเติมเงิน 200 บาท และผู้ถือบัตรคนจนที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้รับการเติมเงิน 300 บาท
          อย่างไรก็ตาม จากการเพิ่มมาตรการนี้ จะทำให้โครงการที่เติมเงินผ่านบัตรคนจนเพิ่มเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งจะใช้วงเงินรวมกันประมาณจำนวน 13,000 ล้านบาท ได้แก่  
    กลุ่มที่ 1 ผู้ที่มีบุตรกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาคนละ 500 บาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน ในเดือน พ.ค.นี้ จำนวน 2.6 ล้านคน         
    กลุ่มที่ 2 เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะได้รับเงินซื้อปุ๋ยจำนวน 1,000 บาท จำนวน 4 ล้านคน
          กลุ่มที่ 3 คนพิการ จำนวน 1 ล้านคน จะได้รับเงินเพิ่มคนละ 200 บาท
          กลุ่มที่ 4 คนจนที่ขึ้นทะเบียนไว้ 14.5 ล้านคน ได้รับเงินเพื่อนำไปซื้อของผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ เป็นคนละ 500 บาท.
 


ครับ... มันคือนิติกรรมอำพราง เอกสารแถลงข่าวของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วานนี้ (๑๑ ธันวาคม) เขียนข้อความเอาไว้สั้นๆ ว่า........

'เจ้าพ่อ-เจ้าแม่' เฟกนิวส์
งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่