ครม. ไฟเขียวยกเครื่องภาษีมอ'ไซด์ใหม่ เก็บตามการปล่อยคาร์บอน


เพิ่มเพื่อน    

 

8 พ.ค. 2562 นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์ใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 โดยปรับรูปแบบจากการจัดเก็บภาษีตามความจุของกระบอกสูบ เป็นการจัดเก็บตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในประเทศโดยอัตราภาษีใหม่ ประกอบด้วย 1.รถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้า จะคิดอัตราภาษีอยู่ที่ 1%  2.รถจักรยานยนต์ทั้งแบบที่ใช้น้ำมัน และแบบไฮบริด ที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันและใช้ไฟฟ้า แยกเป็น การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 10 กรัมต่อกิโลเมตร (ก.ม.) คิดภาษี 1% ,ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 10 กรัมต่อก.ม. แต่ไม่เกิน 50 กรัมต่อก.ม. คิดภาษี 3% ,ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 50 กรัมต่อก.ม. แต่ไม่เกิน 90 กรัมต่อก.ม. คิดภาษี 5% ,ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 90 กรัมต่อก.ม. แต่ไม่เกิน 130 กรัมต่อก.ม. คิดภาษี 9% และ,ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 130 กรัมต่อก.ม. คิดภาษี 18%

3.รถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ผลิต หรือนำเข้ามาเพื่อนำไปวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ ที่ไม่เคยขายในท้องตลาดเป็นการทั่วไปในประเทศ  และไม่เคยได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตมาก่อน หรือเคยได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตมาแล้วแต่ได้เลิกการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ จะไม่เสียภาษี 4.รถจักรยานยนต์อื่นๆ นอกเหนือจากนี้ คิดอัตราภาษีที่ 20%

“กระทรวงการคลังได้วิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ จะทำให้รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก หรือรถครอบครัว มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นประมาณคันละ 200 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง หรือรถครอบครัวกึ่งสปอร์ต และรถจักรยานยนต์ประเภทอ๊อฟโรด มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นคันละ 1,500 บาท และรถจักรยานยนต์ประเภทอื่นๆ มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นตามปริมาณการปล่อยก๊าซฯ ซึ่งทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณปีละ 709 ล้านบาท” นายณัฐพร กล่าว

นอกจากนี้ที่ประชุมครม.ยังเห็นชอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ห้ามรถยนต์ใช้แล้ว หรือรถยนต์มือสองเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตนำเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถแทรกเตอร์เพลาเดี่ยว ที่ใช้เฉพาะตัว ยกเว้นรถยนต์ประเภทอื่นที่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รถยนต์ที่ใช้เพื่อการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ รถยนต์ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรสาธารณกุศล รถยนต์ที่นำเข้าโดยผู้มีเอกสิทธิทางการทูต  รถยนต์ที่นำเข้าตามแผนการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ รถยนต์เพื่อการศึกษาและวิจัย และรถยนต์ที่นำเข้าเพื่อปรับสภาพการส่องออก


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส