“ธปท.” จ่อหั่นจีดีพีปี 62 รับเศรษฐกิจโตต่ำกว่าคาด


เพิ่มเพื่อน    

 

17 พ.ค. 2562 นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ยอมรับว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่รุนแรงกว่าที่คาด ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย รวมทั้งการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดย ธปท. เตรียมทบทวนประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่ในเดือน มิ.ย.นี้ จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2562 จะขยายตัวที่ 3.8% และการส่งออกจากปัจจุบันที่ 3%  

สำหรับมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอน และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยแน่นอน แต่ผลจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับรายอุตสาหกรรม บางอุตสาหกรรมก็ส่งผลกระทบในเชิงบวก เช่น ชิ้นส่วนที่ส่งไปสหรัฐฯ ก็จะเกิดความได้เปรียบจากมาตรการภาษี แต่ผลเชิงลบ ก็จะอยู่ในกลุ่มชิ้นส่วนที่ส่งออกไปจีน เพื่อผลิตและส่งออกต่อ ในลักษณะที่เป็นห่วงโซ่การผลิต ซึ่ง ธปท.จะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และต้องมีการปรับตัวในบางตลาด รวมทั้งให้ความสำคัญกับการทำข้อตกลงทางการค้ากับประเทศในภูมิภาค

“สถานการณ์ค่าเงินบาทจะยังมีความผันผวนและมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีปัจจัยจากภายนอกประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะสงครามการค้า และทิศทางการดำเนินนโยบายของประเทศอุตสาหกรรมหลัก ที่สร้างความไม่แน่นอน ส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ ดัชนีหุ้น ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งยืนยันว่า การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจจะต้องดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ” นายวิรไท กล่าว

ส่วนกรณีที่สหรัฐฯเตรียมประกาศรายชื่อประเทศที่จะต้องเฝ้าระวังเรื่องการแทรกแซงค่าเงินเพิ่มขึ้นเป็น 20 - 25 ประเทศ จากปัจจุบันที่ 13 ประเทศนั้น แม้ว่าจะมีการประกาศชื่อประเทศไทยที่ต้องเฝ้าจับตาเป็นพิเศษรวมอยู่ด้วย ก็จะไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อเศรษฐกิจ ไม่ต้องวิตกกังวล เพราะที่ผ่านมาไทยมีการหารือกับสหรัฐ และยืนยันมาตลอดว่าไทยไม่มีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อให้ได้ประโยชน์ทางการค้า เป็นเพียงการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลการค้ากับสหรัฐฯ กับสหรัฐเท่านั้น ที่ผ่านมาไทยใช้นโยบายค่าเงินแบบลอยตัว และเงินบาทก็แข็งค่ากว่าหลายประเทศ ถ้ามีการแทรกแซงค่าเงินจะต้องอยู่ในทิศทางอ่อนค่ามากกว่า


"เคอร์ฟิว"! ตั้งแต่ ๔ ทุ่ม-ตี ๔ "ทั่วประเทศ" ตั้งแต่วันนี้ (๓ เม.ย.) เป็นต้นไป ไปถึงไหน? ถึงเมื่อ คณาจารย์แพทย์ บอกนายกฯ ว่า

เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'