'ยะใส'ปล่อยเรื่องเล่าประสบการณ์​ ​87​ วัน​'คุกมีไว้ขังคนจนจริงหรือ? "


เพิ่มเพื่อน    

 

19​ พ.ค.62​ -​ นายสุริยะใส​ กตะศิลา​ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย​ ซึ่งเพิ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษคดีัชุมนุมในทำเนียบฯหลังถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ​ เป็นเวลา​ 87​ วัน โพสต์ข้อความเรื่อง​"คุกมีไว้ขังคนจนจริงหรือ?" ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ​โดยมีเนื้อหาดังนี้

คำๆ นี้คงคาใจใครหลายๆคน กระทั่งตัวผมเองก็อดสงสัยไม่ได้ ครั้นเมื่อมีโอกาส แม้นเป็นโอกาส ที่ไม่ได้ปรารถนาไว้ก็ตาม

ทันทีๆ ที่ย่างกายเข้าเรือนจำจึงไม่รีรอที่จะพิสูจน์โจทย์ข้อนี้ด้วยตัวเองและโดยข้อเท็จจริงในเรือนจำผ่านการพูดคุยจากผู้ต้องขังที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย

วันแรกที่เข้าไปสอดส่ายสายตาดูคร่าวๆจากผู้ต้องขังกว่า 400 ชีวิตในแดนที่ผมอยู่แน่นอนภาพที่เห็นคนจนคนระดับล่างในสังคมเป็นคนส่วนใหญ่กว่า 80% ส่วนผู้มีอันจะกินน่าจะราวๆไม่เกิน 20%

อยู่ไปซักพักผมได้สัมผัสพูดคุยกับผู้ต้องขัง ยิ่งตอกย้ำภาพที่ผมเห็นมากขึ้น

ผมลงมือตามต่อว่าสาเหตุแห่งความยากจนผลักดันให้พวกเขาต้องมาติดคุกติดตะรางเป็นได้อย่างไร เพราะอีกด้านหนึ่งนั้นก็มีคนจนจำนวนมากที่ชีวิตไม่เคยแม้แต่จะเดินเฉียดคุกเฉียดตะราง

ข้อค้นพบที่เป็นสาเหตุทำให้คนจนมีโอกาสติดคุกติดตะรางได้มากที่สุดเพราะ (มิพักต้องพูดถึงความยากจนที่อาจทำให้คนจนมีวิถีชีวิตสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว)

บางคนไม่รู้กฎหมายเลยทำให้สูญเสียโอกาสที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพของตัวเอง

เมื่อไม่รู้กฎหมายก็ต้องพึ่งทนายความ ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายบางคนจึงต้องเลือกใช้ทนายอาสาซึ่งพบว่าบางคนทำคดีความแบบขอไปทีเอะอะก็แนะนำให้สารภาพผิดจะได้ติดคุกน้อยลงและตัวเองก็จะได้ปิดคดีเร็วๆเพื่อรับค่า เหนื่อยอีกทอดหนึ่ง

หนักที่สุดก็คงจะเป็นคนที่ไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัวเลยกองทุนคุ้มครองสิทธิเสรีภาพก็ไม่ได้อนุมัติกันง่ายๆ และต้องใช้เวลานานกว่าจะอนุมัติ ผมพบผู้ต้องขังที่เป็นคนจนหลายคนถูกดำเนินคดีลักทรัพย์มูลค่าไม่กี่พันบาท แต่ต้องติดคุกหลายเดือน เพราะไม่มีหนทางสู้คดี ไม่มีเงินประกันตัว ญาติก็แทบไม่มาเยี่ยมเพราะไม่มีค่าเดินทาง

หลายคนจึงติดคุกเพราะเหตุผลของความยากจนทั้งๆ ที่รูปคดีไม่มีโอกาสติดคุกด้วยซ้ำไป

กลุ่มคนจนส่วนนี้จึงเป็นคนส่วนใหญ่ในเรือนจำที่ทำให้นักโทษล้นคุก ซึ่งในขณะนี้เรือนจำในประเทศมี 143 แห่ง ศักยภาพในการรับนักโทษอยู่ที่เราวๆ  2.5 แสนคน แต่ตอนนี้มีนักโทษทั้งหมดกว่า 400,000 คน

ความพิกลพิการของระบบกฎหมายและระบบยุติธรรมโดยเฉพาะต้นทางคือตำรวจในฐานะพนักงานสอบสวน ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมในกระบวนการยุติธรรม

เมื่อพบว่าผู้ต้องขังหลายคนหลายคดีถูกตำรวจตั้ง

ข้อกล่าวหาไว้สูงเกินจริง 

เมื่อข้อกล่าวหาสูงเกินจริงอัตราโทษก็สูงไปด้วยเมื่อโทษสูง ตำรวจก็ต้องคัดค้านการประกันตัว และแน่นอนผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่จึงทำเรื่องประกันตัวได้ยาก หรือไม่ได้รับการประกันตัวเลย ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่ต้องนอนเรือนจำหลายเดือนเพราะถูกฝากขังไว้โดยที่ ศาลยังไม่รับ ฟ้องด้วยซ้ำ 

ที่ขมขื่นไปมากกว่านั้นพบว่าในภายหลังศาลพิพากษายกฟ้อง ทำให้ต้องติดคุกฟรีก็มี

ความพิกลพิการของระบบยุติธรรมนี้ยังกลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ไม่ว่าคนจนหรือรวยก็มีโอกาสติดคุกได้มากขึ้นเช่นกัน เพราะคนรรวยอาจจะจนโอกาส จนสิทธิในการเข้าถึงกระบวนยุติธรรมแย่างเสมอภาคได้เช่นกัน

เมื่อไม่นานมานี้ได้ยินท่านนายกฯ บิ๊กตู่ประกาศไว้ว่า “คุกมีไว้ขังอาชญากร ไม่ได้ไว้ขังคนจน “ จะไม่มีความหมายอะไรเลยครับ ถ้าเราไม่ปฏิรูปตำรวจ โดยเฉพาะความเป็นอิสระความเป็นมืออาชีพของงานสอบสวน และปฎิรูประบบยุติธรรมอย่างจริงจัง ที่สำคัญบุคคลากรในระบบยุติธรรมทั้งตำรวจ อัยการ ศาลและเจ้าหน้าที่ราชฑัณท์ ต้องมีความรู้ด้านอาชญาวิทยา(criminology) ด้วยครับ

ไม่เช่นนั้นคนจนก็ยังมีโอกาสตกเป็นอาชญากร และความยากจนเป็นอาชญากรรมกันได้ง่ายๆ ครับ...


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"