รวบเจ้าของบริษัทอาหารเสริมตุ๋นเหยื่อลงทุนสูญกว่า100ล้าน!


เพิ่มเพื่อน    

31 พ.ค.62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.รุ่งโรจน์  แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) รอง ผอ.ศปอส.ตร. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนางพามี กลิ่นสี และน.ส.พบพร พิภพโยพิณกุล ผู้ต้องหาฉ้อโกงหลอกลวงเปิดบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในลักษณะแชร์ลูกโซ่ มีผู้เสียหายตกเป็นหยื่อกว่า 2,000 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ ผอ.ศปอส.ตร.เปิดเผยว่า ในการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวนกว่า 2,000 ราย ซึ่งตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพ เปิดบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในลักษณะแชร์ลูกโซ่ เข้าข่ายกระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ติดตามจับกุม                     จากการสืบสวนทราบว่ามิจฉาชีพกลุ่มนี้มี นางพามี กลิ่นสี และน.ส.พบพร พิภพโยพิณกุล  ร่วมกันเปิดบริษัทขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ชื่อบริษัท พามีพารวย จำกัด โดยมีนางพามี  เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ  น.ส.พบพร ทำหน้าที่ผู้จัดการบริษัทฯ ชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนขายอาหารเสริมของบริษัท มิโอะ ไทยแลนด์ จำกัด  การรันตีผลตอบแทนร้อยละ  47 ต่อระยะเวลา 35 วัน และหากมีการชักชวนผู้อื่นให้มาร่วมลงทุนด้วยจะได้ผลตอบแทนร้อยละ 3 ของยอดเงินที่มีผู้ลงทุน ซึ่งสมาชิกจะสั่งซื้อสินค้าต้องเข้าไปดูรายการสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์(Line) ชื่อMIO THAILAND    โดยมีรูปแบบการลงทุน คือ  ซื้อสินค้าอาหารเสริมบำรุงร่างกาย 1  ชิ้น ในราคา 1,359 บาท  15 วันจะได้รับเงินต้นบวกเงินปันผลคืน 1,000 บาท และอีก 20 วัน จะได้รับเงินต้นบวกเงินปันผลอีก 1,000 บาท  หรือซื้อสินค้า 220 ชุด ราคา 298,890 บาท ได้รับปันผล 2 ครั้ง และทองคำหนัก 1.50 บาท

ส่วนกรณีสมาชิกไม่รับสินค้าทางบริษัท จะจ่ายเงินคืนเป็นค่าฝากขายให้ร้อยละ 10 ของราคาสินค้า  ซึ่งในการสั่งซื้อสินค้าในแต่ละครั้งจะมีการทำสัญญากู้ยืมเงินเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนสั่งซื้อสินค้า กลุ่มผู้ต้องหาได้จัดโปรโมชั่นเพื่อจูงใจ โดยมีเงื่อนไขว่าถ้ายอดซื้อสินค้าแต่ละทีมมียอดสั่งซื้อ 8,000,000 บาท จะดาวน์รถเบนซ์ให้ร้อยละ 25 ของราคารถ  และถ้าแต่ละเดือนถ้ามียอดสั่งซื้อ 1,200,000 บาท  จะส่งค่างวดรถให้ภายในเดือนนั้นๆ หรือถ้าเดือนไหนมียอดสั่งซื้อถึง 29,000,000 บาท จะซื้อรถเบนซ์โดยเงินสดให้จึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิกที่ร่วมลงทุน   ซึ่งช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง แต่หลังจากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพขอเลื่อนจ่ายผลตอบแทนออกไปอีกเรื่อยๆ 

นอกจากนี้ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 กลุ่มผู้ต้องหาได้ชักชวนให้ลงทุนกับสกุลเงินดิจิตอล กาแล็คซี่คอยน์  โดยมีรูปแบบการลงทุน คือ ลงทุน 1,000,000 บาท รับกำไรร้อยละ 30 ของยอดกำไรต่อวัน , ลงทุน 500,000 บาท รับกำไรร้อยละ 20 ของยอดกำไรต่อวัน  เป็นต้น ระยะเวลารับผลตอบแทนภายใน 120-180 วัน  ซึ่งยังไม่มีผู้เสียหายได้รับผลตอบแทน พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย  ในความผิดฐาน  “ร่วมกันฉ้อโกง, และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ”  กระจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"