จี้เร่งตั้งรัฐบาล ห่วงศก.ถดถอย กกร.จ่อหั่นจีดีพี


   

 กกร.เผยเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกโต 2.8% ต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส เห็นสัญญาณส่งออกหดตัว ถกเดือนหน้าจ่อหั่นเป้าจีดีพี ห่วงตั้งรัฐบาลช้าทำ ศก.ถดถอย ปลาย มิ.ย.ยื่นสมุดปกขาวรัฐบาลใหม่ เร่งกระตุ้นใช้จ่าย

         เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ว่า ที่ประชุมได้ประเมินผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐอเมริกา ที่มีการปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้าระหว่างกันในล็อตที่เหลือ ทำให้การค้าโลกรวมถึงการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ซบเซา ซึ่งยอมรับว่าการส่งออกของไทยปีนี้อาจไม่สามารถขยายตัวเป็นบวกได้ตามที่คาดการณ์ไว้ 3-5% รวมถึงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) จากปัจจุบันคาดเติบโตที่ 3.7-4%
          สำหรับเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปีนี้ที่เติบโต 2.8% ถือว่าต่ำสุดในรอบ 4 ปี 3 เดือน หรือ 17 ไตรมาส ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่าการส่งออกหดตัวและมีสัญญาณทยอยหดตัวต่อเนื่อง โอกาสที่การส่งออกจะเป็นบวกเหมือนที่ผ่านมาจึงเป็นไปได้ยาก ซึ่งหากเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาการส่งออกตัวเดียว จีดีพีคงเป็นลบ แต่เนื่องจากรายได้ของประเทศยังมีปัจจัยบวกอีกหลายด้าน เช่น การท่องเที่ยว การลงทุน การบริโภคในประเทศที่ยังพอไปได้ กกร.จึงอยู่ระหว่างติดตามข้อมูลรอบด้านทั้งปัจจัยบวกและลบ เพื่อประกอบการพิจารณาทบทวนปรับประมาณการส่งออกและจีดีพีอีกครั้งในวันที่ 2 ก.ค.นี้
        "นอกจากนี้ ต้องจับตาปัจจัยการเมืองในประเทศที่การจัดตั้งรัฐบาลมีความล่าช้าเป็นเรื่องที่ห่วง เพราะส่งผลให้การจัดสรรและเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2563 ล่าช้าออกไปด้วย เพิ่มความเสี่ยงให้เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังอาจขยายตัวชะลอลงกว่าที่คาด โดยหวังว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศจะมีความชัดเจนโดยเร็ว และมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศไม่ให้เศรษฐกิจถดถอยลงมากไปกว่านี้" นายปรีดีระบุ
        ทั้งนี้ กกร.เป็นห่วงและหวังว่าสถานการณ์ต่างๆ จะทยอยมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นภาวะการใช้จ่ายในประเทศและการกระตุ้นจากภาครัฐจะสามารถเป็นแรงส่งเศรษฐกิจไทยในยามที่ปัจจัยต่างประเทศประสบกับความยากลำบากได้ โดย กกร.เตรียมจัดทำข้อเสนอสมุดปกขาวเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อให้ทราบถึงประเด็นปัญหาต่างๆ ในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน การสร้างความเข้มแข็งของภาคเอกชนและการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เป็นต้น
         ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ประมาณการส่งออกและจีดีพีปีนี้ลดลงแน่นอน เพราะเริ่มเห็นการส่งออกไตรมาสแรกของปีนี้ติดลบ 1.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 6.7% โดยการประชุมครั้งนี้ไม่ได้หารือเรื่องการเมืองโดยตรง เพราะเบื้องต้นเห็นภาพการจับขั้วการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่ชัดเจนแล้ว จึงอยากให้รัฐบาลใหม่ผลักดันและขับเคลื่อนการทำงานต่อเนื่อง และอยากเห็นบทบาทการทำงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชน ซึ่งทาง กกร.อยากให้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เป็นประจำทุก 6 เดือน และการประชุมคณะกรรมการความยากง่ายในการดำเนินธุรกิจเป็นประจำทุก 3-4 เดือน
        “ขณะนี้ทำอย่างไรก็ได้ให้คนมีเงินนำเงินออกมาใช้ให้มากที่สุด เกิดการกระตุ้นในประเทศให้มีและหมุนเวียนในประเทศ เช่น การลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงนี้ซบเซา รวมถึงการทบทวนความจำเป็นปลดล็อกมาตรการแอลทีวี ที่ต้องดำเนินการอย่างสมดุลไม่ให้มีการเก็งกำไร กระตุ้นสินค้าเกษตร ขยายตลาด พร้อมมีมาตรการทางการเงินช่วยเหลือเอสเอ็มอี ส่วนมาตรการผลักดันราคาสินค้าเกษตร จะประกันรายได้หรือรับจำนำก็ได้ แต่ขอให้ควบคุมดูแลและปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งภายในสิ้นเดือนมิ.ย.จะยื่นสมุดปกขาวให้รัฐบาลใหม่" ประธาน ส.อ.ท. กล่าว
    นายกลินทร์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปีมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่สหรัฐอาจขึ้นภาษีในสินค้าจีนล็อตที่เหลือ เมื่อประกอบกับภาพความซบเซาของการค้าโลก ทำให้การส่งออกของไทยมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากขึ้น จนกระทั่งอาจไม่สามารถขยายตัวเป็นบวกได้ในปีนี้ ดังนั้นเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรจะต้องร่วมมือกัน โดยคาดหวังว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่จะสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ที่ดีอยู่แล้ว เช่น โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้เดินหน้าได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ อยากเสนอรัฐบาลชุดใหม่ให้นำมาตรการทางภาษีเข้ามาช่วยจูงใจให้มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น.          


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?