ยังไม่มีใครช่วย'บะช่อ'!'ปิยบุตร'งานล้นมือลั่นทุกวิกฤตคือโอกาสเดินหน้าขอแก้รัฐธรรมนูญ


เพิ่มเพื่อน    

11 มิ.ย.62- ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul 
7 นาที · ว่า ทำไมต้องเริ่มต้นที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญสองมาตรา ? 

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา ผมได้ปราศรัยในงาน “Walk With Me Talk With Me” ตอนหนึ่งว่า ส.ส. พรรคอนาคตใหม่จะริเริ่มผลักดันให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเริ่มต้นจากการรวบรวมรายชื่อ ส.ส. 100 คนขึ้นไป เพื่อเสนอญัตติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ... เพื่อยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 272 เรื่องอำนาจของวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี และมาตรา 279 เรื่องการรับรองให้บรรดาประกาศ คำสั่ง การใช้อำนาจของ คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

ทำไมพรรคอนาคตใหม่จึงเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญสองมาตรานี้ แล้วพรรคอนาคตใหม่จะผลักดันให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับหรือไม่?

ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่มีนโยบายข้อหนึ่ง คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วย “การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่” เข้าไป เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมาทำหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ จากนั้นนำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับนั้นไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบและประกาศใช้แทนที่รัฐธรรมนูญ 2560 ต่อไป

ข้อเสนอนี้คล้ายคลึงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2534 เมื่อตอนปี 2538 เพื่อเพิ่มบทบัญญัติในหมวด “การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่” ซึ่งกระบวนการนี้ได้นำมาซึ่งรัฐธรรมนูญ 2540

พรรคอนาคตใหม่ยังคงยืนยันเสมอมาว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหาทางประชาธิปไตย ทั้งในเรื่องที่มา กระบวนการจัดทำ และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทั้งฉบับ ไม่อาจแก้ไขเพียงส่วนหนึ่งส่วนใดได้ พรรคอนาคตใหม่ยังคงยืนยันความตั้งใจเดิมว่าเราจะเดินหน้าเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน

แล้วเหตุใดพรรคอนาคตใหม่จึงผลักดันให้มีการแก้ไขสองมาตราก่อน

คำตอบก็คือ

1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อยกเลิกมาตรา 272 และมาตรา 279 นั้น หาฉันทามติจากสังคมและหาแนวร่วมจากพรรคการเมืองต่างๆ ได้ง่าย ทุกพรรคการเมืองในตอนนี้ (อาจเว้นพรรคการเมืองที่หาเสียงรณรงค์สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ซึ่งมีไม่กี่พรรค) ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายรัฐบาลสืบทอดอำนาจหรือฝ่ายค้าน ต่างก็ไม่เห็นด้วยกับกรณีที่วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. 250 คน มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีใน 5 ปีแรก ดังนั้นการยกเลิกมาตรา 272 จึงน่าจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองเกือบทั้งหมด

ส่วนกรณียกเลิกมาตรา 279 นั้น ก็เพื่อเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบว่าประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจของ คสช. ทั้งหมด ถูกตรวจสอบได้ว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่ อันเป็นการทำให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดอย่างแท้จริง มิใช่ยกเว้นหรือให้สถานะพิเศษแก่ประกาศ คำสั่ง และการใช้อำนาจของ คสช. จนทำให้เกิดระบบกฎหมายสองระบบคู่ขนานกัน

แม้ คสช. และอำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 จะสลายตัวไปในระยะอันใกล้นี้ก็ตาม แต่ คสช. ก็ทิ้ง “มรดกบาป” ไว้ให้แก่เราจำนวนมาก การยกเลิกมาตรา 272 และมาตรา 279 คือ ขั้นตอนเริ่มต้นของการจัดการมรดก คสช.

2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ จำเป็นต้องสร้างฉันทามติร่วมกันของคนในสังคมในระดับหนึ่ง ในระยะสั้นเฉพาะหน้าที่สุด ระหว่างที่ยังไม่มีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ หากปล่อยเวลาไปเฉยๆ ก็เป็นที่น่าเสียดาย เราจึงเห็นว่าควรผลักดันให้มีการแก้ไขในประเด็นที่อยู่ในกระแส เข้าใจง่าย พรรคการเมืองและคนจำนวนมากเห็นร่วมกันก่อน

3. การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้สร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชนจำนวนมาก หลายคนรู้สึกถูก “หักหลัง” หลายคนรู้สึกถูก “ปล้น” หลายคนรู้สึกสิ้นหวัง พรรคการเมืองมีหน้าที่ในการนำความต้องการของประชาชนไปรากฎตัวในสภา เมื่อเสียงไม่พอใจมีมากมายมหาศาลขนาดนี้ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่จึงมีหน้าที่ในการแปรเสียงเหล่านี้ให้ไปอยู่ในรัฐสภา เราเห็นว่าการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อยกเลิกมาตรา 272 และมาตรา 279 คือ วิธีการที่ยิงตรงเป้าที่สุดในการเปิดพื้นที่ในสภา เพื่อนำเสียงประชาชนเข้าไปอยู่ในกระบวนการใช้อำนาจรัฐอย่างเป็นทางการ

4. พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับการต่อสู้ทางการเมืองในทุกพื้นที่และในทุกโอกาส เราเชื่อว่า “ทุกวิกฤต คือ โอกาส” แน่นอนที่สุด การสืบทอดอำนาจของระบอบ คสช. ทำได้สำเร็จโดยมีวุฒิสภาสนับสนุนเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี คือ ความน่าสลดหดหู่ของการเมืองไทย และอาจทำให้ผู้รักประชาธิปไตยเสียใจและสิ้นหวัง แต่นี่ก็คือโอกาสเช่นเดียวกัน มันคือโอกาสที่เราจะได้ชี้ชวนให้สังคมเห็นกระบวนการสืบทอดอำนาจ ความผิดปกติในการกำหนดให้ ส.ว. มาเลือกนายกรัฐมนตรี และผลักดันประเด็นนี้ให้อยู่ในกระแสสังคมอยู่ตลอดเวลา การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกมาตรา 272 และมาตรา 279 นอกจากทำให้ ส.ส. มีโอกาสได้นำประเด็นเหล่านี้ไปอภิปรายในสภาแล้ว ยังช่วยเปิดหน้ากลุ่มบุคคลที่พยายามขัดขวางการแก้ไขในเรื่องดังกล่าวอีกด้วย

ทุกคนต่างทราบดีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำได้ยากมากหรืออาจทำไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ไม่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับวุฒิสภา ไม่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์หรือการปฏิรูปประเทศ ไม่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง หรือแม้กระทั่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดนี้ ต่างก็ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในมาตรา 256 ซึ่งทำได้ยากอย่างยิ่ง เพราะต้องอาศัยทั้งเสียงของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมทั้งเสียงของ ส.ว. ด้วย อาจต้องผ่านด่านศาลรัฐธรรมนูญ และบางกรณีก็ต้องจบลงที่ประชามติ

เช่นนี้แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเรื่องใด จะเป็นไปได้จริงหรือ?

พรรคอนาคตใหม่เชื่อมั่นเสมอมาว่า การเมือง คือ ความเป็นไปได้ เราจะพยายามผลักดันในทุกช่องทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เพียงแต่ในสภาเท่านั้น แต่ต้องสร้างกระแสและความรับรู้ของสังคมเพื่อทำให้สังคมเกิดฉันทามติร่วมกันว่ารัฐธรรมนูญ 2560 คือ วิกฤตและทางตัน จำเป็นต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเลือกมา

สมัยสภาชุดก่อน มีเสียงข้างมากที่เพียงพอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะติดขัดที่ศาลรัฐธรรมนูญ และถูกฝ่ายตรงข้ามประท้วงกดดัน เช่นเดียวกัน นักการเมืองจำนวนมากต่างไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ 2540 แต่ด้วยแรงกดดันจากสังคมและฉันทามติของสังคมที่ต้องการ “ปฏิรูปการเมือง” ทำให้สมาชิกรัฐสภาในเวลานั้นพร้อมใจกันให้ความเห็นชอบ

นี่คือกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการทำงานทั้งในสภาและนอกสภา

ดังนั้น ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่ จะผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามกระบวนการในรัฐสภา พร้อมๆกับรณรงค์กับพี่น้องประชาชน เพื่อสร้างฉันทามติให้มีการทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยผ่านโครงการ “สภาร่างรัฐธรรมนูญประชาชน” ต่อไป.

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.