รัฐบาลคุยฟุ้งปี60-61 ไทยดันอุตฯหนังสร้างรายได้ปีละ2แสนล้าน ตั้งเป้าขึ้นแท่นระดับโลก


เพิ่มเพื่อน    


11 มิ.ย.62- ที่ห้องประชุม 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์ฯ ครั้งที่ 2/2562 ว่า ที่ประชุมได้รับทราบวีดิทัศน์รายงานผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564) ซึ่งรัฐบาลโดย “ทีมประเทศไทย” ที่เป็นการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และภาคีเครือข่ายต่าง ๆในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยในปี 2560–2561 สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยรวมมูลค่าไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี และพัฒนาองค์ความรู้และให้ทุนสนับสนุนทุนการผลิตภาพยนตร์และวีดิทัศน์กว่า 190 โครงการ

ในปีที่ผ่านมาคณะกรรมการภาพยนตร์ฯในนามทีมประเทศไทยได้เข้าร่วมงานเทศกาลและตลาดภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในต่างประเทศ 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส เพื่อเจรจากับนักลงทุนทั่วโลกและมีมูลค่าการเจรจากว่า 3,800 ล้านบาท รวมทั้งได้ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของอาเซียน  ทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในกลุ่มอาเซียนโดยอยู่อันดับ 5 ในภูมิภาคเอเชีย รองจากญี่ปุ่น จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และพร้อมก้าวสู่ระดับโลกอย่างยั่งยืน 
          รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ได้รับรายงานการขออนุญาตเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยและที่เกี่ยวข้อง ประจำปี พ.ศ.2562  ตั้งแต่เดือนม.ค.-พ.ค. มีทั้งหมด 312 เรื่อง และมีประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น 53 เรื่อง อินเดีย 45 เรื่อง และจีน 39 เรื่อง ส่วนประเภทภาพยนตร์ที่เข้ามาถ่ายทำในไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ภาพยนตร์โฆษณา/ประชาสัมพันธ์ 166 เรื่อง สารคดี 66 เรื่อง และรายการโทรทัศน์ 51 เรื่อง และรายได้จากการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยรวมกว่า 2,879 ล้านบาท โดยประเทศที่เข้ามาถ่ายทำและสร้างรายได้จากการเข้าถ่ายทำมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์เหนือกว่า 761 ล้านบาท ฮ่องกงกว่า 649 ล้านบาทและสหรัฐอเมริกากว่า 475 ล้านบาท  
ขณะเดียวกันที่ประชุมรับทราบการเตรียมการจัดกิจกรรมส่งเสริมเผยแพร่ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในไทยและต่างประเทศ เช่น การเข้าร่วมงานตลาดภาพยนตร์และโทรทัศน์นานาชาติ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ประจำปี 2562  ระหว่างวันที่ 16-18 มิ.ย.2562 โดยไทยไปจัดคูหาประชาสัมพันธ์และจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในงานดังกล่าว และมีภาพยนตร์ไทยที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้จัดงานให้จัดฉายในงานดังกล่าว ได้แก่ แอปชนแอป , ศักรินทร์ ตูดหมึก, นคร-สวรรค์, แสงกระสือ และLondon Sweeties 

การจัดเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร 2562 ระหว่างวันที่ 3-8 ก.ค.2562 ณ กรุงเทพฯ ซึ่งมี 4 กิจกรรมประกอบด้วย 1.จัดฉายภาพยนตร์ 12 เรื่องจาก 13 ประเทศ 2.จัดฉายภาพยนตร์อันทรงคุณค่าในอาเซียน 3 เรื่องจาก 3 ประเทศ 3.จัดประกวดภาพยนตร์อาเซียน 12 เรื่องจาก 13 ประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 ประเภทรางวัล คือ รางวัล Best ASEAN Film ได้รับรางวัลเงินสด 10,000 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมถ้วยรางวัล รางวัล Jury Pize ได้รับรางวัล 5,000 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมถ้วยรางวัล และรางวัล Special Mention ได้รับรางวัลเงินสด 2,000 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมถ้วยรางวัล 4.จัดฉายภาพยนตร์จาก 3 ประเทศเอเชียตะวันออก ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น และ5.สัมมนาของ Purin Foundation หัวข้อ Producing Fist Features ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการผลิตภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก


บอกก่อน.....ผมไม่รู้จริงๆ ว่า "พรรคพลังประชารัฐ" เขาเล่นอะไรกัน?รัฐบาลกำลังไปได้ดีจู่ๆ ก็เล่นเกมชิงเก้าอี้ "หัวหน้าพรรค" โดย กก.บห. "เกินกึ่งหนึ่ง" รวมหัวกัน ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวาน (๑ มิ.ย.๖๓)เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารพรรค "พ้นตำแหน่ง" ทั้งคณะ ต้องเลือกตั้ง กก.บห.กันใหม่ทั้งหมด ภายใน ๔๕ วัน!

"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'