ถ้าตั้งรัฐบาลไม่ทัน ประชุมสุดยอดอาเซียน


   

 

        ข่าวอ้างว่ารองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ให้ความเห็นว่าอาจตั้งรัฐบาลใหม่ไม่ทันการประชุมสุดยอดอาเซียนที่จะมีขึ้นในช่วง 22-23 มิถุนายนนี้

                หากเป็นเช่นนั้นจริงก็จะเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไม่น้อย

                เพราะไทยเป็นเจ้าภาพอาเซียนปีนี้ และทั้งโลกกำลังจับตาว่าหลังการเลือกตั้งแล้วไทยเราจะเดินไปทิศทางไหน

                ถ้าผู้นำจากประเทศอาเซียนอื่นๆ บินลงมาเพื่อร่วมประชุมอาเซียนแล้วพบนายกรัฐมนตรีใหม่ (ที่เป็นคนเก่า) แต่มีคณะรัฐมนตรีชุดเก่าที่รอให้มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องต่อรองระหว่างพรรคการเมืองอีกนานเท่าไหร่ แล้วจะให้เขามีความเชื่อมั่นใน "เจ้าภาพอาเซียน" ได้อย่างไร

                สิบปีก่อนไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดเหมือนกัน เกิดเรื่องโกลาหลเพราะผู้ประท้วงบุกเข้าไปในโรงแรมที่ประชุมที่พัทยา เป็นภาพติดลบอย่างรุนแรงที่ยังหลอนผู้นำอาเซียนต่างๆ อยู่

                หากปีนี้เขากลับมาไทยอีกครั้งแล้วประสบกับ "ความไม่พร้อมทางการเมือง" ของไทยเราอีก จะให้เขามองเราอย่างไร

                อย่าได้แปลกใจที่วันก่อนสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในประเทศไทยกำลังซบเซา เพราะนักลงทุนมองว่าการเมืองไทยไม่มีความแน่นอน เหตุเพราะรัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภาแค่ 4 เสียง

                เขาย่อมเป็นห่วง "รัฐบาลปริ่มน้ำ" ที่ไม่มีความชัดเจนในนโยบายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                สำนักข่าวแห่งนี้อ้างความเห็นคุณกุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ ประธานบริหารของ Thailand e-Business Center ซึ่งเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์ว่า บรรดาบริษัทที่เคยคิดจะมาลงทุนในเมืองไทยตอนนี้กำลังมองหาแหล่งลงทุนอื่นๆ

                ปัจจัยที่สร้างความวิตกแก่นักลงทุน คือความไม่แน่นอนทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง

                การที่ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้แม้กำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสุดยอดอาเซียนที่มีความสำคัญเช่นนี้ ย่อมสะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลตั้งแต่ก่อนการรับตำแหน่งด้วยซ้ำ

                คุณกุลธิรัตน์ซึ่งเป็นกรรมการของสมาคมดิจิทัลไทย และสมาคมอีคอมเมิร์ชไทยบอกว่า ในปีที่ผ่านมาเธอพบกับนักลงทุนต่างชาติกว่า 600 คน ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะลงทุนในไทย นักลงทุนเหล่านี้ลังเลใจ ประมาณ 50% บอกว่ามีความกังวลมาก โดยเฉพาะนักลงทุนจีน

                รายงานของบลูมเบิร์กระบุว่า หลังจากประเทศไทยมีการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม คณะปกครองทหารยังคงครองอำนาจต่อไป โดยมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรแค่ 4 เสียง ซึ่งมีแนวโน้มว่ารัฐบาลชุดใหม่จะประสบความยากลำบากในการออกกฎหมายสำคัญๆ

                บลูมเบิร์กบอกว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นปัจจัยฉุดเศรษฐกิจไทย ซึ่งศักยภาพในการเติบโตได้เสื่อมถอยลงเป็นลำดับในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา การผลิตเพื่อการส่งออกได้สูญเสียตลาดให้แก่บรรดาประเทศที่มีต้นทุนต่ำ เช่น เวียดนาม ผลิตภาพก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งไทยยังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุด้วย

                รายงานบอกว่าไทยจำเป็นต้องฟื้นการเจรจาการค้าเสรีกับประเทศต่างๆ ซึ่งได้ถูกระงับไปในช่วงการปกครองของทหาร โดยสหภาพยุโรปซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสามของไทยได้ระงับการเจรจาหลังจากทหารยึดอำนาจเมื่อปี 2557 แม้อียูได้รื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการเมืองกับไทยแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าไทยกับอียูจะกลับขึ้นโต๊ะเจรจา

                รายงานเดียวกันนี้ระบุว่าคุณเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่าที่ผ่านมาหลายประเทศได้ระงับการเจรจากับไทย ด้วยเหตุว่าไทยมีรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร

                เขาบอกว่าเมื่อไทยกลับสู่ประชาธิปไตยแล้ว เราจำเป็นต้องเร่งเจรจาจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี

                ตัวเลขของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนระบุว่า มูลค่าการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่ผ่านการอนุมัติของบีโอไอ ในส่วนที่มาจากบริษัทในอียูนั้นร่วงลงถึงร้อยละ 32 นับแต่ปี 2557 โดยมีมูลค่าเพียง 1,000 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา

                ตัวเลขแบงก์ชาติไทยบอกว่าเฉพาะในเดือนเมษายน เอฟดีไอโดยรวมกระเตื้องขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หลังจากลดลงในช่วงสองเดือนก่อนหน้านั้น

                บลูมเบิร์กบอกด้วยว่า ภาวะการลงทุนที่ชะลอตัวบวกกับการค้าที่มีแนวโน้มไม่สดใสจะฉุดการขยายตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งแบงก์ชาติของไทยบอกว่าในปีนี้อาจเติบโตไม่ถึง 3.8% อย่างที่เคยพยากรณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้

                เมื่อการเจรจาตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองทั้งหลายทำให้ทุกอย่างล่าช้า และแม้จะประชุมสุดยอดอาเซียนก็ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ จะให้คนทั้งโลกมองประเทศไทยอย่างไร.

 


เงินนี่...ชักน่ากลัวขึ้นทุกวัน!นับวันจะใช้ซื้อได้ทุกอย่าง จนมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรไปหยุดมันได้ถึงจุดหนึ่ง โลกไม่แตก แต่มนุษย์จะตกต่ำ เมื่อสังคมให้ค่าเงินเหนือความเป็นมนุษย์

นี่ไง....'ใบเสร็จปล่อยกู้พรรค'
เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'