กว่าจะเป็น 'ธรรมนัส' ล็อบบี้ยิสต์ 'พปชร.'


   

        ท่ามกลางความงอแงของหลากหลายก๊วนในพรรคร่วมรัฐบาล ที่เกิดจากทั้งในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เอง อย่างกลุ่ม ส.ส.อีสาน ส.ส.ภาคใต้ หรือและบรรดาพรรคเล็กทั้ง 10 พรรค ที่ก่อนหน้านี้ฮึ่มๆ กันว่า อาจมีเปลี่ยนแผน หากไม่ได้ตำแหน่ง “รัฐมนตรี” ตามที่ต้องการ แต่สุดท้ายทุกกลุ่มก๊วนที่กล่าวมาข้างต้นล้วนเปลี่ยนท่าทีทั้งหมดด้วยการ “เคลียร์” ของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" ส.ส.พปชร. จ.พะเยา และประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือของพรรค ที่ทำหน้าที่ได้อย่างหมดจด จนไม่มีเสียงกระจองอแง ไล่หลังมาให้หงุดหงิดใจ รวมถึงการประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคก่อนหน้า ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ล้วนแต่มีคนให้ความเคารพ ยำเกรง ที่มาพร้อมบุคลิก สุขุม นุ่มลึก

                แต่กว่าจะมาเป็น “ผู้กองมนัส” ผู้กว้างขวางในยุทธจักรอย่างทุกวันนี้ ชีวิตของเจ้าตัวกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 25 และโรงเรียนนายร้อย จปร. 36 เคยเป็นอดีต ผบ.ร้อยสารวัตรทหาร ประจำกองบัญชาการกองทัพไทย

                แต่ชีวิตราชการทหารต้องจบลงในปี 2542 เมื่อเจ้าตัวเข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรม “นายพูลสวัสดิ์ จิราภรณ์” หนุ่มนักเรียนนอก จนโดนตำรวจออกหมายจับในฐานะเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ แม้ศาลจะมีคำสั่งยกฟ้องเมื่อปี 2546 แต่ช่วงเวลาที่เสียไป ก็ทำให้เจ้าตัวต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นนักธุรกิจ รวมทั้งเข้าสู่แวดวงการเมือง

                แม้จะมีผู้ใหญ่หลายคนถามเรื่องการกลับเข้ามารับราชการอีกครั้ง เจ้าตัวกลับปฏิเสธไปทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่า  “เพื่อนๆ ก็จะเป็นนายพลอยู่ไม่กี่วันแล้ว ขณะที่น้องๆ ที่เคยปกครองสมัยนักเรียนนายร้อยก็แซงหน้าไปหมดแล้ว ไปเป็นลูกน้องรุ่นน้องมันไม่ใช่สไตล์”

                เมื่อเข้าสู่แวดวงการเมือง ได้มาเป็นทีมงานเบื้องหลังของพรรคไทยรักไทย โดยให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และด้วยความที่มีพื้นเพจาก จ.พะเยา จึงมีความสนิทสนมกับ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายทักษิณ ชินวัตร อีกด้วย

                ก่อนที่เจ้าตัวจะได้จับ “งานใหญ่” ที่ทำให้คนจำชื่อ ร.อ.ธรรมนัสได้อย่างเต็มตัว หลังผันตัวสู้แวดวงธุรกิจ เมื่อเจ้าตัวทำบริษัทรักษาความปลอดภัยแล้ว “บังเอิญโชคดี” ที่ได้รับสัมปทานคู่กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นเจ้าแรกตั้งแต่ยังไม่เปิดใช้ พอเปิดใช้แล้ว บริษัทจึงได้รับไปดูแลความปลอดภัยทั้งหมดภายใต้ชื่อบริษัท “ธรรมนัส การ์ด” ร่วมกับ “เสธไอซ์” พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ผู้ล่วงลับ

                นอกจากนี้ ยังเป็นหุ้นส่วนกับหนึ่งในห้าเสือกองสลาก ภายใต้ชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ขวัญฤดี ก่อนจะเป็นผู้ชนะการประมูลบริหารตลาดคลองเตย ภายใต้ชื่อบริษัท “ลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล” ซึ่งมีปัญหากรณีที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ไม่ยอมรับผู้บริหารรายใหม่ จนมีปัญหาการใช้กำลังข่มขู่บรรดาพ่อค้าแม่ค้า จนกลายมาเป็นประเด็นความขัดแย้งรุนแรงในช่วงปี 2551-2552 ก่อนจะซาลงไปจากการนำเสนอของสื่อ ซึ่งทาง “ผู้กองมนัส” ก็ออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า ชาวบ้านเขารู้ดีว่าใครเป็นคนก่อเหตุ

                ก่อนที่ชื่อของเจ้าตัวจะปรากฏบนหน้าสื่ออีกครั้งในปี 2554 จากกรณีเหตุความรุนแรง จนนำไปสู่การเผาไล่ที่ชุมชนชาวไทยสี่ภาค ที่ไปสร้างโรงเรือนในพื้นที่ริมถนนพหลโยธินขาออก กม.34 หมู่ 16 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผู้การฯ จังหวัดปทุมธานี ย้ายไปช่วยราชการ บช.ภ.1 แทน ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส จะยื่นประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 500,000 บาท

                และช่วงหลังที่ คสช.ทำรัฐประหาร เจ้าตัวก็ถูก คสช.เรียกไปรายงานตัว ก่อนจะตัดสินใจทำเพื่อบ้านเมือง ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.ของ พปชร. จ.พะเยา เขต 1 พร้อมตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ และที่สำคัญคือเขาสามารถเจาะพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ขึ้นชื่อว่าแข็งที่สุดจุดหนึ่งของพรรคเพื่อไทย และมวลชนคนเสื้อแดงให้มาเป็นของ พปชร.ได้

                ทั้งที่ก่อนหน้าเพียงไม่กี่เดือน ยังปรากฏชื่อเจ้าตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณี ”การโกงบิทคอยน์” มูลค่าเกือบ 800 ล้านบาท ซึ่งเจ้าตัวก็ชี้แจงแล้วว่า ตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และที่โดนออกหมายเรียกนั้นตนมาในฐานะพยาน เพราะเคยทำธุรกิจกับนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เท่านั้น

                จนปัจจุบันที่แม้ว่าเจ้าตัวจะได้รับโควตารัฐมนตรี ที่เจ้าตัวประกาศแล้วว่า จะไม่ดำรงตำแหน่งเอง โดยจะให้น้องชาย นายอัครา พรหมเผ่า มานั่ง “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” แทน

                บทบาทของ “ผู้กองมนัส” ในวันนี้ นับว่าได้รับความไว้วางใจจากทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร เป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะมอบหมายภารกิจอะไรให้ไปทำ เรียกได้ว่า สำเร็จแทบจะทั้งหมด และไม่ว่าบทสรุปของรัฐบาลนี้จะอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ ที่แน่ๆ คือบทบาทของผู้กองมนัสในแวดวงการเมืองจากนี้จะยิ่งมีความเข้มข้นและชัดเจนขึ้นต่อเนื่องอย่างแน่นอน.   


ทฤษฎี "ตาบอดไม่กลัวเสือ" ของทักษิณ ทำให้พรรคการเมืองหนึ่ง ได้ครองอีสานมาร่วม ๒ ทศวรรษ

'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ