"ฮ่องกง"ครองแชมป์เมืองค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกอีกปี "กรุงเทพฯ"รั้งอันดับ 40 


   


 

26มิ.ย.62- เมอร์เซอร์ เผยผลการสำรวจอัตราค่าครองชีพประจำปีครั้งที่ 25 พบว่าในการจัดอันดับ 10 เมืองที่มีอัตราค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก 8 เมืองจาก 10 เมืองอยู่ในเอเชีย ซึ่งเป็นผลจาก  ซึ่งมีสาเหตุจากตลาดที่อยู่อาศัยและค่าเงินที่ตรึงไว้กับดอลลาร์สหรัฐ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น และราคาที่อยู่อาศัยที่มีการผันผวนอย่างต่อเนื่อง

    ฮ่องกง ยังคงครองตำแหน่งเมืองที่มีอัตราค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ซึ่งเป็นผลจากราคาที่อยู่อาศัยที่สูงเกินเอื้อม สำหรับเมืองอื่น ๆ ใน 10 อันดับแรก ได้แก่ โตเกียว (2) สิงคโปร์ (3) โซล (4) ซูริค (5) เซี่ยงไฮ้ (6) อาชกาบัต (7) ปักกิ่ง (8) นิวยอร์ก (9) และเซินเจิ้น (10) โดยเมืองอาชกาบัต ประเทศเติร์กเมนิสถาน เป็นเมืองที่มีการไต่อันดับขึ้นมากที่สุด จากอันดับที่ 43 ในปี 2561 สู่อันดับที่ 36 ในปี 2562 เนื่องจากการขาดแคลนสกุลเงินและราคาสินค้านำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้น
     ส่วนกรุงเทพฯอยู่ในอันดับที่ 40 สูงเพิ่มขึ้นจากปีก่อน  ซึ่งผลจากการสำรวจพบว่ามีสาเหตุมาจากการย้ายถิ่นฐานของผู้อยู่อาศัยจากเมืองอื่น ๆ และผลของการเติบโตด้านเศรษฐกิจ โดยมีผลกระทบจากการผันผวนของค่าเงินและภาวะเงินเฟ้อเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
     นายมาริโอ้ เฟอราโร่ ผู้อำนวยการด้าน Global Mobility Practice ประจำภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาของเมอร์เซอร์ กล่าวว่าเอเชียยังคงเป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก “แม้เมืองในเอเชียจะมีอัตราค่าครองชีพที่ค่อนข้างสูง แต่หลายองค์กรก็ยังคงเล็งเห็นความจำเป็นทางธุรกิจในการโยกย้ายพนักงานไปประจำในภูมิภาคนี้ องค์กรต่าง ๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่าย รวมทั้งการระบุเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจนในการมอบหมายงาน และการวัดผลค่าตอบแทนจากการลงทุน” นายเฟอราโร่กล่าว
     การจัดอันดับอัตราค่าครองชีพของเมอร์เซอร์ในปีนี้เป็นการเก็บข้อมูลจาก 20 เมืองใน 5 ทวีปทั่วโลก โดยวัดจากการเปรียบเทียบราคาของ 200 รายการในแต่ละเมือง ภายใต้หมวดหมู่ที่อยู่อาศัย การเดินทาง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ในบ้าน และความบันเทิง
     ผลการสำรวจยังพบว่าในเมืองใหญ่ทั่วโลก ราคาของตั๋วภาพยนตร์ กาแฟ ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในฮ่องกงมีราคาแพงที่สุดในโลก ในขณะที่ ราคานม ในกรุงปักกิ่งมีราคาสูงที่สุดในโลกถึง 4.45 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับราคาของนมในกรุงนิวยอร์กที่ 1.21 ดอลลาร์สหรัฐ
    ผลการศึกษาของเมอร์เซอร์เป็นหนึ่งในผลการศึกษาที่มีความครอบคลุมมากที่สุดในโลก และได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือองค์กรนานาชาติและหน่วยงานรัฐบาล ในการวางแผนค่าตอบแทนให้แก่พนักงานที่ย้ายไปประจำสาขาในต่างประเทศ โดยมีกรุงนิวยอร์กเป็นมาตรฐานในการเปรียบเทียบอัตราราคา และใช้ดอลลาร์สหรัฐ ในการวัดการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินต่าง ๆ
    ตัวเลขต่างๆ ในการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายสำหรับที่อยู่อาศัยและค่าครองชีพของเมอร์เซอร์นั้น มาจากการสำรวจซึ่งจัดทำขึ้นในเดือนมีนาคม 2562 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราจึงเป็นอัตราในช่วงเวลาของการจัดทำสำรวจ โดยราคาของสินค้าและค่าบริการในระดับนานาชาติของเมอร์เซอร์นั้นมาจากผลสำรวจอัตราค่าครองชีพซึ่งใช้เป็นมาตรฐานในการคำนวณ
    รัฐบาลและบริษัทต่างๆ ใช้ข้อมูลจากการสำรวจนี้ในการป้องกันการซื้อตัวพนักงาน เมื่อมีการโยกย้ายไปยังประเทศต่างๆ โดยข้อมูลเกี่ยวกับราคาค่าเช่าที่พักอาศัยนั้นถูกใช้สำหรับการประเมินค่าใช้จ่ายในการเช่าบ้านให้แก่พนักงานชาวต่างชาติ ตัวเลือกของเมืองต่างๆ ที่ทำการสำรวจจึงเป็นไปตามความต้องการในข้อมูลนั้นๆ
    เมอร์เซอร์ได้จัดทำรายงานผลสำรวจอัตราค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวกับที่พักอาศัยแยกในแต่ละเมือง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.asean.mercer.com/our-thinking/cost-of-livingและสามารถซื้อรายงานของแต่ละเมืองได้ที่ Cost of Living Report หรือติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า เมอร์เซอร์ โทร +48 22 434 5383
    สำหรับ  เมอร์เซอร์ เป็นบริษัทให้คำปรึกษาและเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพ การเงินและอาชีพของบุคลากรที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีเครือข่าย 44ประเทศทั่วโลก  และดำเนินธุรกิจในประเทศต่างๆ มากกว่า 130 ประเทศ
 


พฤหัสฯ-ศุกร์ "๒๕-๒๖ ก.ค." นี้ ที่เวที ทีโอที แจ้งวัฒนะ"ค้าน-รัฐบาล-วุฒิสมาชิก".........ยกทีมสามเส้าปะทะในศึก "แถลงนโยบายรัฐบาล" โดยประธานรัฐสภา "ชวน หลีกภัย" เป็นโปรโมเตอร์ใหญ่

'เลี้ยงลูกสไตล์อิสราเอล'
'ประยุทธ์-ธนาธร' หวยออกที่ใคร?
"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่