"รร.เอกชน ขนาดกลาง-เล็ก "ปรับตัว ลดห้องเรียน- ลดครู เหตุเด็กลดลง


   

27 มิ.ย.62-นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) กล่าวถึงสถานการณ์จำนวนผู้เรียนที่เข้าศึกษาในโรงเรียนและวิทยาลัยอาชีวศึกษาของเอกชน ว่า ตนได้รับรายงานว่ากลุ่มผู้เรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่การศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวนเด็กลดลง โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากอัตราการเกิดของประชากรน้อย ซึ่งระดับที่เห็นอย่างชัดเจนว่าจำนวนเด็กลดลง คือ ชั้นอนุบาล 3 ปี เนื่องจากโรงเรียนเอกชนมีการจัดการศึกษาในส่วนนี้อยู่เดิมแล้ว แต่รัฐบาลมีนโยบายต้องการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้ดำเนินการ อีกทั้งโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็มีการขยายชั้นเรียน เพื่อมารองรับในส่วนนี้ด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชนขนาดกลาง และขนาดเล็กชัดเจน เนื่องจากจำนวนผู้เรียนลงลด รวมโรงเรียนยังต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการทั้งลดจำนวนห้องเรียน ลดจำนวนครูผู้สอน ทั้งนี้ตนยังได้รับข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ ว่า ในปีการศึกษา 2562 มีโรงเรียนเอกชนที่เสนอขอเลิกกิจการแล้ว จำนวน 10-15 แห่ง ซึ่งคงต้องรอตัวเลขที่ชัดเจนจากศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) จากทั่วประเทศอีกครั้ง โดยส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนอนุบาลขนาดเล็ก ที่สอนเฉพาะระดับชั้นอนุบาล และโรงเรียนขนาดกลาง


นายศุภเสฏฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการวางแผนการดำเนินการในอนาคตของเอกชนนั้น เราต้องยอมรับว่าเป็นการดำเนินการที่ค่อนข้างจะลำบาก เพราะนโยบายรัฐบาลอาจจะเปลี่ยน ส่วนหนึ่งที่โรงเรียนเอกชนกระทบอย่างมาก คือ นโยบายที่ให้ สพฐ. จัดอนุบาล 3 ปี เพิ่มขึ้น ซึ่งเอกชนไม่ได้มีปัญหาว่าจะจัดเพิ่มหรือไม่ แต่เราไม่มีปัญหาในส่วนของการจัดการศึกษาที่ซ้ำซ้อน เช่น โรงเรียน ก. ของรัฐบาล อยู่ติดกับ โรงเรียน ข. ของเอกชน ที่มีการจัดการสอนอนุบาล 3 ปีอยู่แล้ว เมื่อโรงเรียน ก. เปิดสอนอนุบาล 3 ปี เด็กก็จะย้ายไปเรียนที่โรงเรียน ก. เพราะเป็นโรงเรียนของรัฐที่ได้รับการอุดหนุน ไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาของโรงเรียนเอกชนอย่างมาก ดังนั้นสิ่งที่โรงเรียนเอกชนสามารถทำได้ คือการตั้งรับ ทั้งเรื่องการลดจำนวนบุคลากร ไม่สร้างอะไรที่ใช้ต้นทุนเพิ่ม ควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่าไรก็ตาม ตนเตรียมข้อมูลที่จะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คนใหม่ อย่างเรื่องความเหลื่อมล้ำของนักเรียน ในส่วนของสิทธิขั้นพื้นฐาน เงินอุดหนุนรายหัวเด็กที่ควรจะปรับขึ้นไม่ให้เป็นภาระของผู้ปกครอง รวมถึงเรื่องการจัดการศึกษาระดับอนุบาล 3 ปี ในปีการศึกษา 2563 เนื่องจากเราต้องการความชัดเจนของนโยบาย ว่า ภาครัฐจะดำเนินการอย่างไร เพื่อที่เอกชนจะต้องวางแผนการดำเนินการต่อไป
 


วันนี้...จันทร์ที่ ๒๐ มกรา ๖๓ ผมว่า......คนฉีกปฏิทินไปรอพรุ่งนี้ "อังคารที่ ๒๑ มกรา" กันหมดแล้ว เพราะตอนเวลา ๑๑.๓๐ น.ศาลรัฐธรรมนูญ จะอ่านคำวินิจฉัยคำร้องที่ "นายณฐพร โตประยูร" ร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่

ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์
'ผีบุญ' แนวทางศึกษา 'ทอน'
ประเดิมศกด้วย"ศึก ๒ สวน"