“ศุลกากร”ลุยติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ค่อมสายพานตรวจยิบของผิดกฎหมาย-แบรนด์เนม-ยาเสพติด


   

 “ศุลกากร” ลุยติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ค่อมสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิ หวังเพิ่มความเข้าข้นตรวจสแกนสิ่งของผิดกฎหมาย สินค้าแบรนด์เนม ยาเสพติด สิ่งของต้องห้าม

4 ก.ค. 62 -นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ ได้ดำเนินการจัดหาและติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ค่อมสายสะพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิทั้ง 23สายพานแล้ว เพื่อดำเนินตรวจสแกนสิ่งของผิดกฎหมายในกระเป๋าเดินทางที่โหลดมาใต้ท้องเครื่องบินทุกใบ เป็นการป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนม กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา รวมถึงการนำของต้องห้าม ยาเสพติด ของที่ผิดอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) เช่น งาช้าง นอแรด เข้ามาในประเทศ

ทั้งนี้ กรมฯ คาดว่าจะติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ค่อมสายพานแล้วและจะเสร็จภายในปีนี้แน่นอน ซึ่งช่วยให้การสแกนสิ่งของมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถมองเห็นสิ่งของในกระเป๋าได้ทั้งหมด  หากเป็นของต้องห้ามก็จะมีการจับกุม หรือหากเป็นสินค้าแบรนด์เนม ที่ต้องเสียภาษี ผู้นำเข้ามาต้องชำระภาษีในช่องแดงให้ถูกต้อง โดยภาษีของแบรนด์เนมที่กรมฯ เก็บก็ไม่ได้เก็บแพงเกินไป เป็นอัตราที่เหมาะสม

“อัตราภาษีศุลกากร หากเป็นการนำเข้านาฬิกาเข้ามา เสียอากรนำเข้า 5% และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% แต่หากเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยเสีย 30% และภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งปกติหากไปซื้อเมืองนอกก็ได้รับการคืนภาษี 20% อยู่แล้ว ก็เข้ามาเสียในประเทศเพิ่มอีกนิดหน่อย” นายกฤษฎา กล่าว

นอกจากนี้ กรมฯ จะเพิ่มการตรวจเข้มระบบเอ็กซเรย์ให้มากที่สุด โดยนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เข้ามาใช้ตรวจสอบภาษีแทนการใช้ดุลยพินิจเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับต่างประเทศเพื่อใช้ในการตรวจสอบให้แม่นยำกว่าเดิม เช่น การนำรูปภาพสิ่งของต้องห้ามส่งเข้าระบบเอไอ หากพบภาพใกล้เคียงก็จะเปิดตรวจสอบ