กฟผ. จัดโครงการเพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม รุ่นที่ 11 ปลูกฝังเยาวชนให้มีจิตอาสาพัฒนาสังคมไทยตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง


   

กฟผ. เปิดโครงการ กฟผ. เพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม รุ่นที่ 11 คัดเลือกนักศึกษาจาก 10 สถาบัน ร่วมกิจกรรมทำความดีเพื่อสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมผ่านค่ายอาสาเศรษฐกิจพอเพียง

นายศานิต นิยมาคม ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน ในฐานะรองโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า โครงการ กฟผ. เพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม (ค่ายเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ.) เกิดจากแนวคิดที่ กฟผ. ให้ความสำคัญของคนรุ่นใหม่ที่เป็นความหวังของประเทศชาติ โดยน้อมนำศาสตร์พระราชา หลักการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาจัดโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ดำเนินการในรูปแบบค่ายเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้นักศึกษามีความคิดสร้างสรรค์ในการเป็นจิตอาสา ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดให้กับชุมชน พร้อมทั้งปลูกฝังการเป็นผู้นำที่เสียสละและมีจิตสาธารณะ โครงการนี้มีนักศึกษาจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม 37 กลุ่ม ผ่านการคัดเลือก 10 กลุ่ม จาก 10 สถาบัน ได้รับทุนสนับสนุนจาก กฟผ. กลุ่มละไม่เกินหนึ่งแสนบาท และจัดปฐมนิเทศไปแล้วเมื่อวันที่ 18 – 21  มิถุนายน 2562 ณ เขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

 

 นายศานิต นิยมาคม กล่าวต่อไปว่า โครงการ กฟผ. เพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม รุ่นที่ 11 ได้คัดเลือกโครงการค่ายอาสาพัฒนาจาก 10 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สถาบันละ 1 กลุ่ม เพื่อออกค่ายระหว่างเดือนกรกฎาคม – พฤศจิกายน 2562 ได้แก่ “โครงการมดอาสาพัฒนาชุมชน ตามรอยศาสตร์พระราชา” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  “โครงการวิศวะอาสา นำพานวัตกรรม น้อมนำปรัชญา พัฒนาชุมชน” มหาวิทยาลัยนครพนม  “โครงการจิตอาสาพัฒนาแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงวิถีเกษตรธรรมชาติ ชุมชนศิริราษฎร์ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย” มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย  “โครงการพลิกฟื้น คืนน้ำคืนดิน ทำมาหากินตามวิถีพอเพียง” มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี  “โครงการครูบ้านนอกสร้างสรรค์ค่ายอาสาพัฒนาชนบท ครั้งที่ 8 ตอน บัณฑิตจิตอาสาสานต่อพระราชปณิธานเศรษฐกิจพอเพียง” มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง  “โครงการค่ายราชภัฏร่วมใจอาสาพัฒนาท้องถิ่น ปี 9 ตอน สหกรณ์กับเศรษฐกิจพอเพียง” มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ  “โครงการสร้างสรรค์สังคมกับคนหลังเลนส์” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา  “โครงการ zero waste อาเนาะรู” มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  “โครงการค่ายจิตอาสา กฟผ. เพื่อน้อง” มหาวิทยาลัยสยาม และ “โครงการสร้างสรรค์นวัตกรรม สื่อและหนังสือนิทานจากพี่สู่น้องปฐมวัย” วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู 

 

โดยในเบื้องต้นนักศึกษาทั้ง 10 สถาบันได้ลงพื้นที่พบปะกับชุมชนเพื่อสำรวจความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริงแล้ว และระหว่างการออกค่ายช่วงเดือนกรกฎาคม – พฤศจิกายน 2562 นักศึกษาและชุมชนจะลงภาคปฏิบัติร่วมกันพัฒนาโครงการที่ได้นำเสนอไว้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยจะมีคณะกรรมการติดตามผลงานอย่างใกล้ชิดตลอดโครงการ เพื่อค้นหาสุดยอดค่ายอาสา

ทั้งนี้จะพิจารณาเกณฑ์การตัดสินจากการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน 4 ด้าน คือ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ  การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติ การมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์ และการมีส่วนร่วมในการประเมินผล ซึ่งรางวัลแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ค่ายดีเลิศ 15,000 บาท ค่ายดีเยี่ยม 10,000 บาท และค่ายดีเด่น 5,000 บาท สำหรับโครงการที่ชนะการประกวด กฟผ. จะพัฒนาต่อยอดให้กับชุมชนในลักษณะภาคีเครือข่าย เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้และเป็นประโยชน์ต่อชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป 

 

“กฟผ. ดำเนินโครงการ กฟผ. เพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคมมาตั้งแต่ปี 2552 โดยมุ่งส่งเสริมเยาวชนไทยให้มีภาวะผู้นำ กล้าคิดกล้าทำอย่างสร้างสรรค์ สามารถเป็นอนาคตของชาติที่จะสร้างสรรค์สังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน ที่ผ่านมามีเยาวชนเข้าร่วมโครงการไปแล้วกว่า 3,000 คน สามารถจัดทำโครงการที่ก่อให้เกิดสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวมในด้านต่างๆ ไปแล้วกว่า 150 โครงการ อาทิ การพัฒนาโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร การนำโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพัฒนาชุมชน โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการเรียนของเยาวชนในชนบทที่อยู่ห่างไกล เป็นต้น นับเป็นการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นและประเทศชาติอย่างแท้จริง” นายศานิต นิยมาคม กล่าวในตอนท้าย

 

ทางด้านนางสาวอรทัย วงโสม คณะคุรุศาสตร์ เอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ  หนี่งในผู้เข้าร่วมค่ายในครั้งนี้เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีการร่วมกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการน้อมนำศาสตร์พระราชามาขยายผลในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เมื่อทราบข่าวว่าทาง กฟผ. มีกิจกรรมนี้ก็มีความสนใจและร่วมกับเพื่อนๆ  เขียนโครงการขึ้นมาเพื่อส่งเข้าประกวด

 

ในมหาวิทยาลัยนอกจากจะมีหลักสูตรเพื่อการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาแล้ว ก็ยังมีการแนะนำให้นักศึกษานำศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตของตนเองและครอบครัวอีกด้ว เช่นการใช้ชีวิตที่พอประมาณ การเดินในทางสายกลาง  ในครอบครัวก็มีการน้อมนำศาสตร์พระราชามาปฏิบัติเช่นกันด้วยการใช้ชีวิตแบบพอประมาณ

 

ในการเข้าร่วมกิจกรรมโครงการเพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม กับ กฟผ. ครั้งนี้นอกจากจะได้พบกับเพื่อนใหม่ๆ แล้ว ก็ยังได้เรียนรู้และดูงานที่เกี่ยวกับการน้อมนำศาสตร์พระราชามาปฏิบัติใช้ ได้เข้าศึกษาดูงานในโครงการชีววิถี ที่ดำเนินการโดย กฟผ. ซึ่งสามารถนำแนวทางมาใช้ในชีวิตประจำวันได้มาก เช่นการทำปุ๋ยหมักเพื่อบำรุงดินในแปลงเพาะปลูกพืชต่างๆ  การปลูกพืชแบบอินทรีย์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งเหล่านี้นอกจากสามารถนำมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วก็ยังสามารถนำมาเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมค่ายภายในของมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  ส่วนโครงการที่ทีมเสนอเพื่อการพิจารณาของกรรมการในการเข้าค่ายครั้งนี้คือ “โครงการค่ายราชภัฏร่วมใจอาสาพัฒนาท้องถิ่น ปี 9 ตอน สหกรณ์กับเศรษฐกิจพอเพียง” มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

 

“การจัดกิจกรรมค่ายของ กฟผ. ในครั้งนี้นับว่าดีมากๆ เพราะเป็นการสนับสนุนให้นักศึกษาหรือผู้ที่สนใจได้มีโอกาสเข้าถึงสิ่งดีๆ  ที่สำคัญมีการสนับสนุนทุนให้กับผู้ร่วมกิจกรรมที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดในการดำเนินกิจกรรมที่เสนอได้อย่างต่อเนื่องทำให้การพัฒนาในพื้นที่จะสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง  และเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาหรือผู้ที่มีจิตอาสาได้จัดทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างไม่ขาดตอน ก็อยากให้ กฟผ. มีการจัดทำโครงการเช่นนี้อย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี “นางสาวอรทัย วงโสม กล่าว


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา