สหรัฐหรืออิหร่าน ทางสองแพร่งของอียู


เพิ่มเพื่อน    

ภาพ : แผนที่สมาชิกสหภาพยุโรป

ที่มา : https://vladimirribakov.com/history-of-the-european-union/

 

ไม่ว่ายุโรปจริงใจหรือเล่นเกม โครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่าน การคว่ำบาตร การทำการค้ากับอิหร่านจะเป็นเรื่องที่ยึดโยงกับยุโรปอีกนาน สะท้อนบทบาท ท่าทีของยุโรปในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

 

        ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่อต้านอิหร่านกับรัฐบาลอิหร่านอธิบายได้จากหลายจุด อาจเริ่มต้นที่ปฏิวัติอิหร่าน 1979 หากพูดในกรอบแคบคือความกังวลต่อโครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่าน รัฐบาลสหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านโดยอ้างประเด็นนี้ แนวคิดเลิกโครงการนิวเคลียร์ (อนุญาตให้ใช้เพื่อสันติเท่านั้น) แลกกับยุติการคว่ำบาตรจึงเกิดขึ้น เกิดกลุ่มเจรจา P5+1 หรือ E3+3 (ฝ่ายสหภาพยุโรป 3 ประเทศ อันได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและเยอรมนี กับสหรัฐ รัสเซียและจีน) จนได้ข้อตกลงนิวเคลียร์ Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) เมื่อกรกฎาคม 2015 โดย P5+1 เป็นคู่สัญญา

        ประธานาธิบดีโรฮานีถึงกับกล่าวว่าสถานการณ์อิหร่าน “เข้าสู่บทใหม่แล้ว” การยกเลิกคว่ำบาตรเป็นจุดเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ เป็นยุคทองของอิหร่าน “เป็นโอกาสพัฒนาประเทศ ปรับปรุงสวัสดิการ สร้างเสถียรภาพและความมั่นคงแก่ภูมิภาค” ด้วยความหวังฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมจากการขายน้ำมัน ฟื้นค่าเงิน ลดอัตราเงินเฟ้อ แก้ปัญหาคนว่างงานที่สูงกว่า 3,300,000 คนในขณะนั้น

        สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและเยอรมนี (อาจถือว่าในนามอียู/ยุโรป) จึงมีบทบาทสำคัญตั้งแต่ต้น คาดหวังทั้งเรื่องความมั่นคงภูมิภาค และเป็นโอกาสที่นักธุรกิจอียูจะลงทุนในอิหร่าน

ทรัมป์คว่ำบาตรอิหร่าน เตือนอียู :

        สถานการณ์พลิกผันเมื่อทรัมป์จากรีพับลิกันชนะเลือกตั้ง ล้มข้อตกลงนิวเคลียร์เพียงฝ่ายเดียว พร้อมกับออกมาตรการคว่ำบาตรหลายชุดตามนโยบายกดดันสุดขีด (maximum pressure) หนึ่งใน นโยบายที่รุนแรงสุดคือขู่คว่ำบาตรบริษัทเอกชนทุกชาติที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน และห้ามประเทศใดๆ ซื้อน้ำมันอิหร่านเด็ดขาด แม้กระทั่งประเทศที่เดิมได้รับการผ่อนผัน หลายประเทศที่เคยได้รับสิทธิพิเศษจึงระงับหรือลดการซื้อทันที

        ในอีกด้านหนึ่งรัฐบาลทรัมป์เตือนอียูหากคิดช่วยอิหร่านหลบรอดการคว่ำบาตร เตือนว่าอาจเป็นเป้าการลงโทษจากสหรัฐเช่นกัน ทำลายความสัมพันธ์ที่มีอยู่ เป็นคำ เตือนสั้นๆ  ว่าจะเลือกอยู่ฝ่ายอิหร่านหรือสหรัฐ ทั้งยังเรียกร้องให้ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ด้วย

        ถ้ามองจากมุมอียู ผลประโยชน์ระหว่างสหรัฐกับยุโรป (อียู) นั้นมหาศาล อียูต้องการรักษาสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐเช่นเดียวกับที่ต้องการสัมพันธ์กับอิหร่าน แต่จะทำอย่างไร

ท่าทีอียูกับอิหร่าน :

      ท่ามกลางนโยบายต้านอิหร่านของทรัมป์ ชาติอียูยืนยันคำสัญญาต่ออิหร่าน ประธานาธิบดีเอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) กล่าวว่า ฝรั่งเศสจะทำให้อิหร่านได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจตามข้อตกลงนิวเคลียร์ แต่สิ่งที่อิหร่านต้องการไม่ใช่คำหวาน คำสัญญาลมๆ แล้งๆ อิหร่านต้องการสิ่งที่เป็นรูปธรรมตามคำมั่นสัญญาที่ทำกันไว้

        7 กรกฎาคม อิหร่านเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมถึงระดับร้อยละ 4.5 เกินกำหนดที่ตั้งไว้ที่ 3.67 หลังครบกำหนดเส้นตาย 60 วันให้ยุโรปใช้ระบบชำระเงินช่องทางใหม่ ยืนยันว่าเป็นยุทธศาสตร์ของตนที่จะทยอยละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ เพื่อตอบโต้คู่สัญญาที่ไม่รักษาสัญญาก่อน ข้อตกลง JCPOA เปิดช่องให้ทำเช่นนี้ อิหร่านให้โอกาสแก่ยุโรป 1 ปีแล้วเพื่อแก้ไขสถานการณ์

        ต้องตระหนักว่าเหตุผลหลักที่อิหร่านยอมทำข้อตกนิวเคลียร์เพราะหวังยุติมาตรการคว่ำบาตรอันเนื่องจากนิวเคลียร์ รวมถึงการที่บริษัทเอกชนทั่วไปสามารถทำธุรกิจกับอิหร่าน เมื่อรัฐบาลทรัมป์เลิกข้อตกลงฝ่ายเดียว อียูหาทางออกด้วยการสร้างระบบการชำระเงินใหม่ เพื่อสามารถทำธุรกิจต่อกันโดยไม่ผ่านระบบการเงินโลกที่รัฐบาลสหรัฐมีอิทธิพลควบคุม (ระบบเดิมที่ชื่อว่า SWIFT)

        รัฐบาลอิหร่านประกาศท่าทีอย่างชัดเจนว่าจะยังคงยึดมั่นข้อตกลงนิวเคลียร์ตราบเท่าที่ยุโรปทำตามข้อตกลงด้วย ความเป็นไปของโครงการนิวเคลียร์อิหร่านจึงขึ้นกับอียูโดยตรง

ระบบชำระเงิน INSTEX กับหลายมุมมอง :

        ปลายเดือนมกราคม 2019 เยอรมนี อังกฤษและฝรั่งเศสประกาศว่าได้สร้างการชำระเงินกับอิหร่านแล้ว เป็นระบบธุรกรรมการเงินใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐไม่สามารถแทรกแซง ระบบนี้มีชื่อว่า INSTEX (Instrument in Support of Trade Exchanges) สำนักงานใหญ่จะตั้งอยู่ในกรุงปารีส บริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนี และสหราชอาณาจักรทำหน้าที่ตรวจสอบ

        ระบบนี้เริ่มทำงานแล้ว แต่ปัญหาอย่างหนึ่งของ INSTEX ในขณะนี้คือ อนุญาตให้ซื้อขายเฉพาะยาและเวชภัณฑ์ อาหาร สินค้าที่ไม่อยู่ในรายการคว่ำบาตร ฝ่ายยุโรปป้อนคำหวานว่าในอนาคตอาจขยายกลุ่มสินค้า แต่อิหร่านต้องการมากกว่านั้น เพราะที่คาดหวังแต่เดิมคือการทำธุรกิจทั่วไปเหมือนนานาประเทศ และต้องนำเข้าน้ำมันอิหร่านทันที

        นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าแท้จริงแล้วอียู (โดยเฉพาะสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและเยอรมนี) ไม่จริงใจรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์ สิ่งที่กำลังทำขณะนี้คือเสแสร้งว่าต้องการให้ข้อตกลงนิวเคลียร์คงอยู่ต่อไปพร้อมกับการคว่ำบาตร (เท่ากับอิหร่านเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ แต่ไม่ได้อะไรกลับมา)

        มีคำถามว่าฝ่ายอียูได้คิดล่วงหน้าหรือได้คำเตือนล่วงหน้าแล้วว่ารัฐบาลสหรัฐจะไม่ยอมให้อิหร่านฟื้นตัว เป็นที่มาของคำถามว่าอียูตั้งใช้ INSTEX จริง หรือเป็นเพียงฉากละครเพื่อถ่วงเวลา

        ถ้ามองจากมุมอิหร่าน การนำเข้าน้ำมันอิหร่าน การที่นักลงทุนยุโรปกลับเข้าไปทำธุรกิจกับอิหร่านอีกครั้งจะเป็นดัชนีสำคัญชี้วัดว่ายุโรปจริงใจหรือไม่ หรืออาจตีความอียูเป็นอิสระจากสหรัฐมากน้อยเพียงไร

        ถ้ายึดนโยบายที่ทรัมป์เคยประกาศว่าห้ามบริษัทเอกชนใดๆ ทั่วโลกทำธุรกิจกับอิหร่าน หาไม่แล้วอาจโดนสหรัฐคว่ำบาตรด้วย ต่อให้มีระบบชำระเงินใหม่จริง บริษัทเอกชนทุกประเทศทั่วโลกที่ทำธุรกิจกับอิหร่านยังเสี่ยงตกเป็นเป้าการคว่ำบาตรจากรัฐบาลสหรัฐ เป็นประเด็นที่บริษัทเอกชนจะต้องตัดสินใจเองว่าจะเสี่ยงทำธุรกิจกับอิหร่านหรือไม่

        อีกมุมมองหนึ่งคือ แม้ระบบชำระเงินแบบใหม่ INSTEX จำกัดกรอบว่าเกี่ยวข้องกับการรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์ อีกมุมมองคือการริเริ่มวางระบบการเงินใหม่ที่ปลอดอิทธิพลรัฐบาลสหรัฐ เป็นการลดทอนอิทธิพลการเงินการธนาคารโลกที่สหรัฐครองเรื่อยมาตั้งแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือเริ่มยุคสงครามเย็น

      พูดอีกอย่างคือตัดสหรัฐออกจากระบบ เป็นระบบการเงินใหม่ที่โดดเดี่ยวอเมริกา สหรัฐกำลังโดนเล่นงานด้วยยุทธศาสตร์ปิดล้อม

      เป็นไปได้ว่าในอนาคตจะมีอีกหลายประเทศเข้าร่วม เช่น รัสเซีย จีน อินเดีย และคงจะทยอยตามมาอีก บั่นทอนยุทธศาสตร์ปิดล้อมของสหรัฐที่ใช้กับหลายประเทศ สั่นคลอนความมั่นคงของระบบธนาคารอเมริกา

        จึงเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของอียู

สรุป :

      ก่อนหน้านี้ IAEA รวมทั้งคู่สัญญาข้อตกลงนิวเคลียร์ต่างรับรองว่าอิหร่านปลอดอาวุธนิวเคลียร์ (ก่อนอิหร่านเริ่มละเมิดสัญญาบ้าง) แต่รัฐบาลทรัมป์ทำลายข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำไว้ในสมัยโอบามา ดำเนินนโยบายคว่ำบาตรอย่างหนัก พร้อมกับขู่นานาชาติ บริษัทเอกชนทั่วโลกให้ร่วมคว่ำบาตรด้วย เป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ สิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

        คำถามคือรัฐบาลอียูคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร สามารถดำเนินนโยบายที่เป็นอิสระจากรัฐบาลสหรัฐได้มากน้อยแค่ไหน คำสัญญาที่ให้กับอิหร่านมาจากความจริงใจหรือเป็นเทคนิคเอาตัวรอดไปวันๆ ของอียู

      อียูจะต้องเลือกสหรัฐหรืออิหร่าน จุดสมดุลอยู่ที่ใด

        ล่าสุด อิหร่านให้เวลาแก่ยุโรปเพิ่มอีก 60 วัน (นับจาก 7 กรกฎาคม) หากอียูยังไม่ทำตามสัญญา อิหร่านจะดำเนินการขั้นต่อไป ทางออกขึ้นอยู่กับอียูเท่านั้น

        จะเป็นเวลาที่อียูต้องให้คำตอบอีกครั้ง.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"