ฝากขัง'เบียร์'ฆ่าลูกน้อง'แจ๊ส ชวนชื่น'นอนคุกไร้ญาติประกัน


   

15 ก.ค.62 - เมื่อเวลา 14.50 น. ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ  พนักงานสอบสวน สน. มีนบุรี ได้ควบคุมตัวนายเสฎฐวุฒิ หรือเบียร์ จิรัฐยารังษี อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย เพื่อนบ้านของแจ๊ส ชวนชื่น ตลกชื่อดัง มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 15-26 ก.ค.นี้ เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังต้องสอบปากคำพยานอีกหลายปาก พร้อมรอผลตรวจประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา

สำหรับกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 01.00 น. ของวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.กอบโชค พันธ์แก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุคนถูกกระถางต้นไม้ทุบเสียชีวิต บริเวณหน้าบ้านเลขที่41/39 ซอยนิมิตรใหม่ 14 แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ใกล้กับบ้านของ แจ๊สชวนชื่น ตลกชื่อดัง จึงประสานแพทย์เวร รพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊งไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้ตายคือ นายพรชัย ดีเสือ อายุ 35 ปี เป็นคนงานที่บ้านแจ๊ส ชวนชื่น ซึ่งทำงานล้างเครื่องจักร สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสีครีม ไม่สวมรองเท้า นอนตายอยู่ข้างล้อรถตู้ของแจ๊ส ยี่ห้อฮุนได สีดำ ทะเบียนฮร 474 กรุงเทพฯ ตัวรถมีรอยกระจกร้าวที่ด้านหน้าฝั่งคนขับ

หน้าบ้านหลังดังกล่าวมีร่องรอยเหตุทะเลาะวิวาท กระถางต้นไม้แตก มีกองเลือด รองเท้าแตะกระเด็นกระจุยกระจาย พบปืนบีบีกันดัดแปลงตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงกั้นจุดเกิดเหตุพร้อมเก็บหลักฐานไว้ ส่วนผู้ก่อเหตุจากการสืบสวนทราบคือ นายเสฎฐวุฒิ จิรัฐยารังษี อายุ 36 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 41/39 ซึ่งปลูกติดกันกับบ้านของแจ๊ส ได้หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีออกหมายจับ

ต่อมาเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 14 ก.ค.นายเสฎฐวุฒิได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธฯ ว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่ที่ทำไปเพราะป้องกันตัว

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากเป็นคดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยไปเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี อีกทั้งผู้ต้องหาเคยมีประวัติในคดียาเสพติดและเคยหลบหนีปล่อยชั่วคราวในชั้นศาล

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ภายหลังจนสิ้นสุดเวลาราชการ ไม่ปรากฏว่ามีญาติของผู้ต้องหามายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษมีนบุรีในชั้นฝากขังต่อไป.